ดัชนีรับมือโควิดประเทศไทยอันดับตก แต่ยังอยู่ในกลุ่มรับมือได้ดี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/651384

วันที่ 27 เม.ย. 2564 เวลา 11:02 น.ดัชนีรับมือโควิดประเทศไทยอันดับตก แต่ยังอยู่ในกลุ่มรับมือได้ดี อาจเป็นเพราะสถานการณ์การระบาดแบบกระทันหันทำให้อันดับไทยตกลงมา แต่โดยรวมแล้วยังติดอยู่ในท็อป 20 ประเทศที่ดีที่สุดในสถานการณ์โควิด-19

สำนักข่าว Bloomberg จัดอันดับ “ดัชนีความยืดหยุ่นในภาวะโควิด” (The Covid Resilience Ranking) โดยมีการอัพเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 26 เมษายน ในหัวข้อเรื่อง “สถานที่ที่ดีที่สุดและแย่ที่สุดเมื่อสายพันธุ์ใหม่เริ่มแซงหน้าการฉีดวัคซีน”

ปรากฎว่าการจัดอันดับครั้งล่าสุดสิงคโปร์ขึ้นมาอยู่ในอันดับที่ 1 ในเดือนนี้แซงนิวซีแลนด์เป็นครั้งแรกในการวัดสถานที่ที่ดีที่สุดและแย่ที่สุดในยุคการแพร่ระบาดของโรค สิงคโปร์ได้ คะแนน 79.7 มีอัตราการเสียชีวิต 5 คนต่อประชากร 1 ล้านคน มีอัตราการติดเชื้อ 0.7% และมีอัตราการฉีดวัคซีน 0.8%

ในขณะที่ประเทศไทยอันดับตกลงมา 4 อันดับอยู่ในอันดับที่ 13 (คะแนน 66.7) มีอัตราการเสียชีวิต 2 คนต่อประชากร 1 ล้านคน มีอัตราการติดเชื้อ 0.1% และมีอัตราการฉีดวัคซีน 19.4% จากข้อมูลถึงวันที่ 25 เมษายน

ถึงแม้ว่าระดับของไทยจะลดลงแต่ยังอยู่ในกลุ่มสีฟ้าหมายถึงประเทศที่มีสถานะดี (ในขณะที่สีส้มหมายถึงสถานะที่แย่) อย่างไรก็ตามอัตราการฉีดวัคซีนของไทยอยู่ในกลุ่มสีส้มเพราะยังมีอัตราการฉีกที่น้อย เช่นเดียวกับเก้อบทุกประเทศในดัชนีที่อยุ่ในเกณฑ์สีสมเกือบทั้งหมด ยกเว้น อิสราเอลและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ที่มีอัตราการฉีดวัคซีน 57.4% และ 47.4% ตามลำดับ

รวมถึงสหรัฐและสหราชอาณาจักที่อยู่ในกลุ่มสีฟ้าในแง่ของการฉีดวัคซีนที่ 35.2% และ 34.1% ตามลำดับ แต่ทั้ง 2 ประเทศนี้อยู่ในกลุ่มสีส้มในแง่ของจำนวนผู้เสียชีวิตซึ่งมีสูงมากในอัตรา 1,728 คนและ 1,881 คนต่อจำนวนประชากร 1 ล้านคนซึ่งถือว่าสูงมาก

สำหรับอันดับท็อป 20 ของดัชนีมีดังนี้

1. สิงคโปร์ (ขึ้น 1 อันดับ)

2. นิวซีแลนด์ (ลง 1 อันดับ)

3. ออสเตรเลีย (เท่าเดิม)

4. อิสราเอล (ขึ้น 1 อันดับ)

5. ไต้หวัน (ลง 1 อันดับ)

6. เกาหลีใต้ (เท่าเดิม)

7.ญี่ปุ่น (ขึ้น 1 อันดับ)

8. สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ขึ้น 3 อันดับ)

9. ฟินแลนด์ (ขึ้น 4 อันดับ)

10. ฮ่องกง (ขึ้น 2 อันดับ)

11. เวียดนาม (ขึ้น 4 อันดับ)

12. จีน (ลง 5 อันดับ)

13. ไทย (ลง 4 อันดับ)

14. เดนมาร์ก (เท่าเดิม)

15. นอร์เวย์ (ลง 5 อันดับ)

16. ซาอุดีอาระเบีย (ขึ้น 1 อันดับ)

17. สหรัฐ (ขึ้น 4 อันดับ)

18. สหราชอาณาจักร (ขึ้น 7 อันดับ)

19. แคนาดา (ลง 3 อันดับ)

20. มาเลเซีย (ลง 2 อันดับ)

Photo by Mladen ANTONOV / AFP

Leave a comment