#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/likesara/568627

‘แมงแกง’ เมนูอาหารแปลก 1 ปี มีกินครั้งเดียว
วันจันทร์ ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2564, 14.54 น.
26 เม.ย.64 ที่บ้านไร่สันจำปา หมู่ 13 ต.แม่นาเรือ อ.เมือง จ.พะเยา ชาวบ้านออกจับแมงแกงหรือแมงแคงหลวง ที่อาศัยอยู่บนต้นไม้และค้นลำไยขายในช่วงเข้าฤดูฝน ไว้กินและขายเป็นอาชีพเสริมสร้างรายได้ หนึ่งปีมีเพียงหนึ่งครั้งหรือช่วงเดือน เม.ย.-พ.ค. หรือเดือนแปดเป็ง ที่และแมงแกง หรือแมงแคง จะพากันออกมาจับคู่ผสมพันธุ์ และกินใบอ่อนของต้นไม้ต่างๆที่อยู่ตามป่าเขาและในบริเวณเรือกสวนในบ้าน

จากการสอบถามนายวิเชียร นาแพร่ อายุ 65 ปี บ้านเลขที่ 9/1 ม.13 บ้านไร่สันจำปา ต.แม่นาเรือ อ.เมือง จ.พะเยา เปิดเผยว่า แมงแกงหรือแมงแคงหลวง ซึ่งจะพบเห็นโดยทั่วไปลักษณะตัวจะใหญ่บินไปไหนไกลได้ ชอบเกาะอาศัยตามต้นไม้เช่นต้นลำไยที่กำลังออกใบอ่อนและเริ่มออกผล ซึ่งจะพบเยอะมาก

สำหรับแมงแกงหรือแคง ถือว่าเป็นแมลงชนิดหนึ่งแพงสุดช่วงนี้ ตกราคาตัวละ 1 บาท เนื่องจากเป็นเมนูหายาก อาศัยอยู่ตามป่าเต็ง รัง และต้นลำไย ชาวบ้าน จะไปเก็บมากินและขาย มีราคาแพง นิยมนำไปทำอาหารได้ทั้ง ตำน้ำพริก คั่ว แกง ตามความชอบ รสชาติอร่อย มีกลิ่นฉุนคล้ายแมงดา จะมีเฉพาะในช่วงฤดูฝนเท่านั้น ในการจับแมงแกงหรือแมงแคง จะต้องสวมถุงมือหนาๆ 2-3 ชั้น เพราะแมงแคงจะมีสารกลิ่นเฉพาะตัวมีกลิ่นฉุนมาก ถ้าฉี่โดนมือหรือผิวหนังจะร้อนแสบไหม้ และทำให้ผิวหนังหลุดลอกเป็นแผ่นได้ จึงต้องระวังเวลาจับแมงแคง

ลักษณะของแมงแคง เป็นแมลงลำตัวแบ่งเป็น 3 ส่วน คือ หัว อก และท้อง โดยตัวเต็มวัยจะมีสีน้ำตาลอมเหลือง ทั้งปีก และเปลือกแข็งหุ้มลำตัว และบริเวณลำตัวด้านล่างทั้งหมดจะปกคลุมด้วยผงสีขาวส่วนหัวจะมีขนาดเล็กที่สุด มีตา 2 ข้าง มองเห็นเป็นจุดขนาดเล็ก มีปากชนิดเจาะดูด ยื่นออกมาจากด้านหน้าสุดของหัว และส่วนปากจะหุบซ่อนอยู่ใต้ส่วนหัว ปีกคู่หน้าที่ทับด้านบนของปีกคู่หลัง ซึ่งสังเกตได้เวลาที่แมงแคงอยู่นิ่ง โดยปีกคู่หน้าส่วนต้นจะมีลักษณะแข็ง ปลายปีกเป็นแผ่นบางอ่อน ส่วนปีกคู่หลังจะมีลักษณะบาง และสั้นกว่าปีกคู่หน้า



