#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/likesara/569126

‘สรยุทธ’เปิดใจตอนอยู่ในคุก! ทำใจยาก-ไม่มีความสุข ต้องก้มหน้ารับโทษตามคำพิพากษา
วันพุธ ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2564, 13.39 น.
วันที่ 28 เมษายน 2564 นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา อดีตพิธีกรรายการข่าว ได้โพสต์ข้อความผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ก ระบุว่า วันที่ผมถูกจำคุก รับโทษตามคำพิพากษา ผมนึกถึงประโยค อยู่ให้เป็น เย็นให้พอ รอให้ได้ พูดง่าย แต่ทำยากเหลือเกิน โดยเฉพาะทำใจผมพยายามมองในแง่ดีว่า อย่างน้อยมันก็จบเสียทีวันหนึ่งผมจะได้เริ่มต้นนับหนึ่งใหม่ในคุก ผมพยายามใช้เวลาให้เป็นประโยชน์ทั้งกับเรือนจำ ทั้งกับเพื่อนๆ ผู้ต้องขัง
แม้กระทั่งกับตัวผมเองเพื่อให้เวลามันผ่านไปได้ในคุกไม่เคยมีความสุข ขอแค่ทุกข์พอประมาณก็ดีถมไปแล้วผมได้รับมอบหมายให้ทำ “เรื่องเล่าชาวเรือนจำ” ให้ความรู้เรื่องโควิด 19 เพื่อไม่ให้เกิดความตื่นตระหนกจนนำไปสู่เหตุวุ่นวายผมเสนอทำรายการ “กำลังใจสู่ชาวเรือนจำ” เพราะผมอยากเห็นเพื่อนๆ มีกำลังใจรอวันเวลาออกไปเริ่มต้นชีวิตใหม่และไม่หวนกลับไปทำผิดซ้ำอีกแน่นอน ผมต้องให้กำลังใจตัวเองด้วยให้อดทนก้มหน้ารับโทษตามคำพิพากษา
กระทั่งผมได้รับการพักการลงโทษตามกฎเกณฑ์ ได้ออกมาใช้ชีวิตในโลกภายนอกอีกครั้งผมดีใจที่แฟนข่าวไม่ลืมกันโลกเปลี่ยนไปมาก สังคมข่าวสารก็เปลี่ยนไปเยอะงานข่าวคืออย่างเดียวที่ผมทำเป็นและการทำงานคือชีวิตของผมผมต้องหยุดใช้ชีวิตของผมมานาน ตั้งแต่วันที่ศาลชั้นต้นพิพากษา ทุกวันตื่นขึ้นมาแล้วไม่ได้ไปใช้ชีวิตอย่างที่เคยเป็น ทุกข์ที่สุดจริงๆ ครับ วันที่ผมได้รับการพักการลงโทษ ผมได้รู้ในสิ่งที่ผมเองคาดไม่ถึงจากช่องทางการสื่อสารในโลกยุคใหม่ทุกคนแสดงออกได้ บอกความรู้สึกได้ผมได้รู้ว่ามีแฟนข่าวรอคอยการกลับมากลับมาทำหน้าที่หน้าจออีกครั้งหลายคนรับผมเป็นคนในครอบครัวจริงๆ
หลายคนบอกว่าดูผมตั้งแต่ยังเป็นเด็กจนเรียนจบ ทำงานทำการ มีลูกมีเต้า คุณปู่คุณย่าคุณตาคุณยายมากมายที่ลูกๆ หลานๆ ออกมาบอกว่าท่านรออยู่นะวันแรกที่ผมเดินเข้าคุก ผมไม่ได้ร้องไห้แต่วันแรกที่ผมได้พักการลงโทษ ผมกลับบ้านไปร้องไห้ผมได้อ่านข้อความต่างๆ เสมือนได้พบครอบครัวใหญ่ของผมเสมือนญาติๆ สนิทของผม พากันมารับผมออกจากเรือนจำหลายคนบอกน้ำตาไหล และผมก็น้ำตาไหลพวกเขาน่าจะอยากให้ผมได้เริ่มต้นชีวิตใหม่กลับไปทำหน้าที่พูดคุยกับพวกเขาทุกเช้าพวกเขาอยากให้ผมกลับไปทำรายการ เป็นคนมานั่งบอกเล่าข่าวให้ฟังทุกๆ วัน
บางวันฟังแล้วเขาอาจจะชอบใจ บางวันอาจจะไม่ชอบใจ เหมือนที่เคยเป็นมาเป็นเพื่อน เป็นพี่เป็นน้อง เป็นลูกเป็นหลาน เป็นลุงเป็นอา ยามที่เขาทำกิจวัตรตอนเช้าหรือแม้แต่เป็นนาฬิกาปลุกไม่มีใครรู้ว่ารายการที่ผมกลับมาทำจะประสบความสำเร็จหรือไม่
โลกเปลี่ยนไป สังคมเปลี่ยนไป แต่ผมเชื่อของผมว่า ครอบครัวข่าวของผม แฟนข่าวของผม ยังอยากพบอยากเจอกัน ความผูกพันที่เกิดขึ้นจากความจริงใจต่อกันมายาวนานวันนี้ ผมอยากจะกลับมาทักทาย พูดคุย เล่าเรื่อง อยากจะร่วมทุกข์ร่วมสุขอย่างที่เคยเป็นมาขอบคุณที่ติดตามเป็นกำลังใจให้เสมอมาครับ
https://www.facebook.com/plugins/post.php?href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2Fsorrayuth9115%2Fposts%2F3980372595383814&width=500&show_text=true&height=240&appId