#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/likesara/569305

‘พระคุณของพระพุทธเจ้า’ บทสัมมาสัมพุทโธ-วิชชาจรณสัมปันโน : หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี
วันพุธ ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2564, 19.34 น.
“สัมมาสัมพุทโธ” คือ เป็นผู้ตรัสรู้ “สัมพุทโธ” แปลว่า ตรัสรู้ สัมมา – โดยชอบ นี้เป็นบทต่อไป สัมมาสัมพุทโธ ตรัสรู้ชอบคำว่า ชอบ ในที่นี้คือ เห็นดีเห็นชอบ เห็นตามเป็นจริงมันชอบอย่างคนเราเห็นน่ะอย่างเรามาพิจารณาถึงธรรมะเห็นจริงน่ะเห็นตามคำสอนพระองค์
แต่เรา “ละไม่ได้” ยังไม่เรียกว่า “เห็นชอบ” ครั้นพระองค์เห็นชอบแล้วทุกอย่าง มันชอบแล้ว ดีแล้วทุกประการจึงค่อย “ละถอนได้” เห็นชอบอย่างพวกเรานี่ไม่ทันละไม่ทันได้ถอนจะเรียกว่าเห็นชอบไม่ได้ เพียงแต่ว่า “เห็นตาม” เฉยๆ ยังไม่ทันถึงเห็นชอบ
บอก “สัมมาสัมพุทโธ” เป็น “ผู้เห็นชอบ” “ตรัสรู้ชอบ”“ชอบด้วยพระองค์เอง” ด้วย ไม่มีใครสอนไอ้เรานี่พระพุทธเจ้าสอนสักเท่าไร ครูบาอาจารย์สอนเท่าไรแต่มันก็ไม่เห็นชอบสักที ไม่เข้าถึงของจริงสักที ยังละทิ้งไม่ได้ ถอนไม่ได้จึงไม่ได้เป็นสัมมาสัมพุทโธ พระพุทธเจ้าท่านเป็นสัมมาสัมพุทโธ
“วิชชาจะระณะสัมปันโน” ท่านว่าวิชชา ๓ วิชชา ๘“จะระณะสัมปันโน – ถึงพร้อมด้วยจรณะ” คือ มารยาทความประพฤติปฏิบัติทุกอย่าง พระพุทธเจ้าท่านมีวิชชาแตกฉานรู้แจ้งเข้าใจตามเป็นจริงแล้วทุกสิ่งทุกประการแล้วท่าน “ปฏิบัติถูกต้อง”เป็นที่น่ากราบไหว้และสักการบูชา
“จรณะ” คือ ความประพฤติปฏิบัติ รู้เห็นอย่างใดปฏิบัติอย่างนั้นปฏิบัติอย่างใดก็จะได้เห็นอย่างนั้น ความรู้ความเห็นกับการปฏิบัติกลมกันไม่เป็นเครื่องกระทบกระเทือน ไม่เป็นที่เหยียดหยามดูถูกของคนอื่นใครเห็นแล้วเกิดศรัทธาเลื่อมใส จึงเรียกว่า “มีวิชชาและมีจรณะ”พร้อมด้วยธรรมด้วยวิชชาจรณะ
…………………………………….
โอวาทธรรม หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี วัดหินหมากเป้ง อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย ขอบคุณลานธรรมจักร