#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
https://www.posttoday.com/world/651648
วันที่ 29 เม.ย. 2564 เวลา 17:30 น.
หนุ่มอเมริกันตัดสินใจบินมาเมืองไทยเพื่อสักทั้งตัวกับช่างสักเจ้าดังในภูเก็ตนาน 41 วัน
พอล สไตเกอร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดวัย 35 ปีจากเมืองสกอตส์เดล รัฐแอริโซนาของสหรัฐ ตัดสินใจทุ่มเงิน 14,900 เหรียญสหรัฐ หรือ 465,178 บาท บินมาสักที่ร้านสักเจ้าดังในจังหวัดภูเก็ตนานถึง 41 วัน หลังได้แรงบันดาลใจมาจากนายแบบชาวออสเตรเลียในอินสตาแกรม
ย้อนกลับไปเมื่อปี 2017 สไตเกอร์เห็นนายแบบคนหนึ่งในอินสตาแกรมบินมาสักกับช่างสักในจังหวัดภูเก็ต นับตั้งแต่วันนั้นเขาก็ตั้งเป้าจะว่าบินมาเมืองไทยเพื่อสักที่ร้านเดียวกับนายแบบคนนั้น
ในที่สุดเดือน ก.ค.ปีที่แล้วฝันของสไตเกอร์ก็กำลังจะเป็นจริง หลังจากเก็บเงินค่าสักอยู่ 4 ปี แต่แล้ว Covid-19 ก็มาดับฝันเขาเสียก่อน เจ้าตัวต้องเลื่อนแผนการออกไปก่อน เพราะเที่ยวบินถูกยกเลิกถึง 5 ครั้ง
สไตเกอร์ต้องรอนานถึง 6 เดือน จนกระทั่งเดือน ม.ค.ที่ผ่านมาจึงได้ฤกษ์บินมาไทย โดยเขาต้องกักตัวที่กรุงเทพฯ ก่อน 15 วันแล้วจึงบินต่อไปที่ภูเก็ตเพื่อไปยังร้านสัก Bloodline Tattoo ร้านเดียวกับที่นายแบบในอินสตาแกรมบินมาสักเมื่อปี 2017
แม้ว่าสไตเกอร์จะตัดสินใจแน่วแน่แล้วว่าจะสักทั้งตัว แต่เรื่องของดีไซน์ของรอยสักเจ้าตัวปล่อยให้เป็นหน้าที่ของช่างสัก โดยสุดท้ายสไตเกอร์ได้รอยสักสไตล์โกธิกที่สลับซับซ้อนและลายดอกไม้ รวมทั้งรูปหัวกะโหลกบนท่อนแขนซ้ายช่วงระหว่างข้อศอกกับข้อมือ

สไตเกอร์สักเกือบทั้งตัว ไม่ว่าจะเป็นหน้าอก แขน หลัง คอ ขาซ้าย และแก้มก้นด้านซ้าย จะเหลือก็แต่ขาและแก้มก้นด้านขวา โดยให้เหตุผลที่เว้นสองจุดนี้ว่า “ผมอยากให้มันมีความแตกต่างแล้วก็ไม่อยากเหมือนคนอื่น หลายคนมักจะสักทั้งตัว แต่ไม่ค่อยมีใครเว้นช่วงขาและแก้มก้นถ้าเลือกจะสักทั้งตัว”
หนุ่มอเมริกันรายนี้ใช้เวลาสักทั้งหมด 41 วัน โดยสักกันตั้งแต่วันจันทร์-เสาร์ วันละประมาณ 5 ชั่วโมง รวมๆ แล้วใช้เวลากว่า 200 ชั่วโมงกว่าจะได้รอยสักที่สมบูรณ์
- ภูเก็ตอ่วม!เจอผู้ป่วยติดเชื้อโควิดอีก 21 รายยอดสะสม 335 คน
- อนาถ!พบโลมาน้อยนอนตายเกยตื้นบริเวณชายหาดไตรตรัง
สไตเกอร์เผยว่าจุดที่เจ็บที่สุดคือ หน้าอก เนื่องจากการสักครั้งนี้ต้องสักปิดทับรอยสักเดิมจึงต้องลงเข็มลึกขึ้นและใช้น้ำหมึกสีขาว จุดอื่นๆ ที่เจ็บไม่แพ้กันเช่น หัวเข่า ซี่โครงด้านบน มือ นิ้ว และคอด้านหน้า เพราะเป็นจุดที่มีความอ่อนไหว
โดยสรุปสไตเกอร์ใช้เงินในการสักทั้งหมด 14,880 เหรียญสหรัฐ หรือ 464,508 บาท เพราะได้รับส่วนลดจากร้านสักในช่วงที่ร้านไม่ค่อยมีลูกค้าเพราะการระบาดของ Covid-19

“ผมเคยสักที่หน้าอกและแขนขวา แต่ผมว่ามันไม่สวยก็เลยอยากแก้ ผมก็เลยคิดว่าน่าจะสักไปทั้งตัวเลยตอนที่ไปสักแก้” สไตเกอร์เผย
นอกจากนี้ หนุ่มรอยสักรายนี้ยังบอกอีกว่า มีคนบอกเขาหลายครั้งว่าสักที่ฮังการีหรือในสหรัฐก็ได้ เพราะถูกกว่าและสักได้เลยไม่ต้องรอ Covid-19 แต่เจ้าตัวย้ำว่า “ผมมีเป้าหมายและต้องทำมันให้ได้ ผมก็เลยบินมาไทย”
สไตเกอร์บอกว่าเขาไม่รู้สึกเสียใจเลยที่สักครั้งนี้ นอกจากว่าวีซ่าของเขาหมดเสียก่อนจึงสักรักแร้ไม่ทัน แต่มีแผนจะกลับไปสักเพิ่มเร็วๆ นี้
สไตเกอร์เผยว่าเขาโชคดีที่ทั้งครอบครัวและเพื่อนๆ สนับสนุนการสักของเขา จะมีก็แต่คุณปู่วัย 77 ปีที่ปรามๆ ว่ารอยสักของเขาจะไม่สวยตอนที่เขาอายุมากขึ้น
ภาพ : Instagram @iampaulsteiger