#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/likesara/569176

แฉแก๊งแม่ชีลวงโลก! ตุ๋นยกหมู่บ้านอ้างเทวดาประทานโชค สะสมบุญผ้าป่าทองคำ
วันพุธ ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2564, 14.43 น.
แฉแก๊งอรหันต์แม่ชีลวงโลก! ตุ๋นยกหมู่บ้าน อ้างเทวดาประทานโชคสะสมบุญผ้าป่าทองคำ ตร.สอบเส้นทางการเงิน เชื่อมีผู้ร่วมขบวนการมากกว่านี้
28 เมษายน 2564 ความคืบหน้าคดีของนางสาวอิสรีย์ อินทร์ไชยา หรือแม่ชีอู๋ อายุ 49 ปี แอบอ้างเป็นพระยาธรรมิกราช ผู้สำเร็จธรรมชั้นพิเศษ ร่วมกับสาวกประกอบด้วย นางดรุณี จันทะนาม อายุ 45 ปี หรือแม่ชีทองพูน และนางสาวไพลิน สุนทรสุวรรณ อายุ 31 ปี หรือแม่ชีการ์ตูน หลอกลวงประชาชนให้หลงเชื่อว่าเป็นพระอรหันต์มีกายทิพย์ สามารถสื่อสารกับเหล่าเทวดาได้ โดยในช่วงสถานการณ์โรคโควิดระบาดเทวดาจะลงมาช่วยเหลือ ด้วยการสะสมบุญในรูปแบบผ้าป่าเงินสดและผ้าป่าทองคำ
ทั้งนี้จะได้ค่าตอบแทนจากเทวดาเป็นเงินสดและทองคำ ตามวัตถุประสงค์ของผู้ที่จัดตั้งเป็นกองบุญอะไร แรกทีเดียวเหยื่อยังไม่เชื่อมั่นอยากจะทดสอบจึงลงทุนคนละกองสองกอง ปรากฏว่าไม่ถึง 10 วันก็ได้รับเงินสดเพิ่มทวีคูณเป็นสองเท่า หรือได้รับทองรูปพรรณหนัก 1 สลึง ทำให้เหยื่อตายใจชักชวนเพื่อนๆและญาติมาซื้อกองทุนดังกล่าวคนละหลายสิบกอง รวมเป็นเงินกว่า 10 ล้านบาท
จากนั้นก็รอหวังเทวดาจะประทานสิ่งที่ต้องการให้เหมือนที่ผ่านมา เวลาล่วงเลยมาเดือนเศษไม่มีวี่แววอะไร สอบถามเจ้าสำนักก็อ้างว่า เทวดายังไม่ว่างและต้องมีฤกษ์ยามในการประทานสิ่งของ เหยื่อเชื่อว่าถูกหลอกแน่ จึงรวมตัวกันไปแจ้งความเพื่อดำเนินคดีดังกล่าว

ล่าสุด วันที่ 28 เมษายน 2564 มีชาวบ้านจากหมู่บ้านโพนแดงน้อย หมู่ 8 ต.รามราช อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม กว่า 50 คน เดินทางไปพบพนักงานสอบสวน สภ.ท่าอุเทน กรณีมีผู้เสียหายเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.กุตาไก้ อ.ปลาปาก จ.นครพนม เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับนางอิสรีย์หัวหน้าแก๊งและสาวก คือนางดรุณี กับ นางสาวไพลิน ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ทำให้พนักงานสอบสวนของ สภ.ท่าอุเทน ไม่เพียงพอในการสอบปากคำ ต้องขอความช่วยเหลือจาก สภ.เมืองนครพนม ส่งพนักงานสอบสวนไปช่วย
นางกชกร (สงวนนามสกุล) อายุ 46 ปี อาชีพเกษตรกร หนึ่งในชาวบ้านที่ตกเป็นเหยื่อ เล่าลำดับเหตุการณ์ว่าช่วงต้นเดือนมีนาคม 64 มีคนในหมู่บ้านไปทำอาหารให้สถานปฏิบัติธรรมวิปัสสนาพระพุทธสักขี เลขที่ 210 หมู่ 1 บ้านดงโชค ต.หนองญาติ อ.เมือง จ.นครพนม แล้วมาเล่าว่ามีพระอรหันต์ผู้สำเร็จญาณชั้นสูงสุด
ต้องการจะช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยาก ขอเพียงเชื่อมั่นในองค์ท่านทุกอย่างจะได้ตามประสงค์ ตนสอบถามจะต้องทำอย่างไรก็ได้ตำตอบว่า สะสมบุญเป็นกองทุนผ้าป่าเงินสดกองละ 2,700 บาท หรือกองทุนผ้าป่าทองคำกองละ 3,500 บาท โดยให้คำมั่นสัญญาว่าไม่เกิน 110 วัน จะได้ผลตอบแทนเป็นทองคำรูปพรรณกองละ 1 สลึง ส่วนผู้สะสมกองบุญเงินสดจะได้เงินสด 6,000 บาท ตนจึงลงทุนซื้อกองบุญทองคำจำนวน 5 กอง และก็เป็นจริงเพียงอาทิตย์เดียวก็ให้ไปรับทองคำ 5 สลึงที่สำนักปฏิบัติธรรมแห่งนั้น

นางกชกร เล่าต่อว่า เกิดความเชื่อศรัทธาว่าพระอรหันต์ลงมาโปรดสัตว์โลก จึงชักชวนญาติพี่น้องไปร่วมซื้อกองบุญกัน ส่วนตัวเองซื้อผ้าป่าทองคำไปกว่า 30 กอง ส่วนญาติๆและเพื่อนบ้านก็ซื้อตามกำลังทรัพย์ เพราะถือว่าเป็นการลงทุนระยะสั้นไม่ถึง 10 วันก็ได้กลับมาเป็นสองเท่า ประกอบสายบุญออกมาแพร่ข่าวว่า เทวดามีโปรโมชั่นพิเศษ มีกองทุนทองคำ 40 กองใครต้องการต้องรีบๆเดี๋ยวจะหมด ก็มีคนแห่กันซื้อเพียงไม่ถึงชั่วโมงกองทุนนั้นก็หมดเกลี้ยง จากนั้นสายบุญก็บอกให้รอถึงวันที่ 30 มีนาคม 2564 จะได้รับผลบุญที่ลงไปกันครบถ้วน
เวลาล่วงเลยมาถึงเดือนเมษายน ก็ไม่มีวี่แววเทวดาจะลงมาโปรด สอบถามไปก็อ้างเทวดากำลังดูฤกษ์ยามอยู่ วันที่ 27 เมษายน ตนทนรอไม่ไหวจึงเดินทางไปที่สำนักปฏิบัติธรรม ยังไม่ทันก็ทำอะไรก็มีตำรวจมาจับกุมแม่ชีทองพูนกับแม่ชีการ์ตูนไปดำเนินคดี เพราะมีผู้เสียหายแจ้งความร้องทุกข์ไว้ที่ สภ.กุตาไก้ อ.ปลาปาก จ.นครพนม ตนจึงกลับมาที่บ้านชักชวนผู้ที่ลงทุนไปแจ้งความที่ สภ.ท่าอุเทน ซึ่งนางกชกรเผยว่าทั้งหมู่บ้านถูกนางสาวอิสรีย์หลอกลวงแล้วกว่า 200 คน
.jpg)
ขณะที่นายสำอาง(สงวนนามสกุล) อายุ 58 ปี ชาวบ้านโพนแดงน้อยเช่นเดียวกัน ได้เผยว่าเห็นคนในหมู่บ้านแห่ก็ซื้อกองทุนดังกล่าวเกือบทุกหลังคาเรือน กลัวจะถูกกล่าวหาว่าเป็นคนโง่จึงลงทุนซื้อกองบุญผ้าป่าเงินสด 1 กองเท่านั้น คำตอบเหมือนกันคือให้รอวันที่ 30 มีนาคม เทวดาจะมอบของให้ รอจนจะสิ้นเดือนเมษายน รู้ว่าถูกหลอกแน่และเห็นข่าวในสื่อต่างๆจึงพากันมาแจ้งความดังกล่าว รวมเบ็ดเสร็จชาวบ้านหมู่เดียวถูกหลอกยกหมู่บ้าน
ด้านการดำเนินคดี พล.ต.ต.ธนชาติ รอดคลองตัน ผบก.ภ.จว.นครพนม เปิดเผยว่า มอบหมายให้ทางฝ่ายสอบสวนและสืบสวน ตรวจสอบเส้นทางการเงินของนางสาวอิสรีย์ว่ามีการโอนถ่ายไปให้ใคร เพราะเชื่อว่าต้องมีผู้ร่วมขบวนการมากกว่านี้แน่นอน หากหลักฐานสาวไปถึงใครก็จับมาดำเนินคดีหมดทุกราย

