#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/likesara/572735

ผัวเมียขายลอตเตอรี่เดินทางกลับมาจากพื้นที่เสี่ยง กักตัวเอง 14 วัน ในสวนยาง
วันพฤหัสบดี ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2564, 15.01 น.
13 พ.ค.64 ที่สวนยางพารา บ้านไร่ม่วง ตำบลน้ำหมาน อำเภอเมือง จังหวัดเลย นายชัยธวัช เนียมศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย พร้อมด้วยนายกิตติคุณ บุตรคุณ นายอำเภอเมืองเลย เหล่ากาชาดจังหวัดเลย เจ้าหน้าที่ สาธารณสุจอำเภอเมืองเลย อสม.ประจำหมู่บ้าน เข้าเยี่ยม สองสามีภรรยา ที่กลับมาที่บ้านไร่ม่วง แล้วกักตัวเองในสวนยางพารา หลังเดินทางกลับจากการขายลอตเตอรี่ ที่จังหวัดนนทบุรี ซึ่งเป็นจังหวัดเสี่ยง โดยนายคำพอง สาแก อายุ 58 ปี และนางบัวพร สาแก อายุ 56 ปี คู่สามีภรรยา อาชีพขายลอตเตอรี่ มีรายได้เดือนละ 7,000 งวด ต่อคน ทั้งนี้ยังมีบุตรจำนวน 2 คน คือ นายวินัย สาแก ประกอบอาชีพเกษตรกรรม และนายสงกรานต์ สาแก ประกอบอาชีพเกษตรกรรม อาศัยอยู่ที่บ้านเลขที่ 260 ม.1 ตำบลน้ำหมาน อำเภอเมือง จังหวัดเลย

จากการสอบถาม นายคำพอง สาแก และนางบัวพร สาแก เปิดเผยว่า ในแต่ละเดือนมีรายจ่าย ค่างวดรถยนต์ เดือนละ 9,964 บาท ซื้อของใช้ในครัวเรือน เดือนละ 3,000 บาท ค่าน้ำ ค่าไฟ 1,000 บาท ค่าอินเตอร์เนต 800 บาท รวมไปถึงค่าเช่าห้องที่พัก ที่มีนบุรี เดือนละ 1,600 บาท ซึ่งรายจ่ายเยอะมาก หากงวดไหนไม่ได้ไปขายก็จะไม่มีเงินที่จะมีจ่ายค่างวดรถแน่ๆ หลักๆเลย ตนมีอาชีพขายลอตเตอรี่มา 28 ปี ได้โควต้า คนละกล่อง กับภรรยา ซึ่งตนจะกลับบ้านทุกงวดอยู่แล้ว หลังจากขายหวยเสร็จ โดยงวดที่ผ่านมานั้น วันที่ 24 เมษายน ได้เดินทางไปขายลอตเตอร์รี่ที่ กทม. เขตมีนบุรี โดยได้เช่าบ้านอาศัยกันอยู่ 2 คน หลังจาขายลอตเตอร์รี่เสร็จ ได้มีการเดินทางกลับ จังหวัดเลย ในวันที่ 2 พฤษภาคม วันที่ 2-4 พ.ค. อาศัยอยู่ที่บ้านเลขที่ 260 ม.1 ต.น้ำหมาน ไม่ได้ออกไปไหน และในวันที่ 5 พฤษภาคม ได้มีคำสั่งกักตัว ทั้งคู่จึงได้ย้ายมาพักอาศัยอยู่ที่บ้านเลขที่ 398 ม.1 ตำบลน้ำหมาน ไม่ได้ออกไปไหน โดยทุกตอนเช้า จะต้องมีการวัดอุณหภูมิร่างกาย พร้อมกับลงบันทึก เพื่อรายงานให้กับทาง อสม.ประจำหมู่บ้าน ทุกวัน ทั้งคู่จะครบกำหนดกักตัว ในวันที่ 16 พฤษภาคม 2564 และงวดหน้า ไม่ไปขายคงเป็นไปไม่ได้ เพราะรายจ่ายมารอแล้ว กักตัวครบแล้ว ก็คงต้องเดินทางไปขายเลย

นายชัยธวัช เนียมศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย เปิดเผยว่า หลังจากทางจังหวัดเลย ได้ประกาศจากคณะกรรมาการโรคติดต่อจังหวัดเลย โดยให้กลุ่มคนที่เดินทางกลับจากการขายลอตเตอรี่ และเดินทางมาจากจังหวัดเสี่ยง โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือ 6 จังหวัดที่ควบคุมสูงสุด ต้องรายงานตัวกับ รพสต.ประจำหมู่บ้าน และทำการกักตัว 14 วัน โดยไม่มีข้อยกเว้น โดยหลังจากประกาศไปตั้งแต่วันที่ 2 พฤษภาคมที่ผ่านมา จังหวัดเลย มีการรายงานตัวกับเข้าหน้าที่ รพสต.แล้วนั้น ผ่านมา 10 วัน ทั้ง 14 อำเภอ ยอดอยู่ที่ 2,700 คน ซึ่งทั้งหมดนี้ จะได้รับคำสั่ง จากนายอำเภอ แต่ละอำเภอสั่งกักตัว 14 วัน และจะมีเจ้าหน้าที่ 5 ทหารเสือ เข้าไปทำการสอบสวน ให้คำแนะนำ พร้อมกับการส่งข้าวส่งน้ำ ในกลุ่มที่กักตัว แล้วไม่มีใครดูแล และวัคซีน โดยทางจังหวัดเลยโดยคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเลย ได้ทำหนังสือ ผ่านทางสาธารณสุข เขต 8 เพื่อขอวัคซีนมาฉีดให้กับกลุ่มเสี่ยง คือ กลุ่มที่เดินเร่ขายลอตเตอรี่ ซึ่งมั่นใจ ว่าจะได้มาฉีดพร้อมกันกับกลุ่มผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป และกลุ่มโรคประจำตัว 7 โรค โดยกลุ่มขายลอตเตอรี่ ตามที่ขอขึ้นทะเบียนไว้นั้น 2 หมื่นกว่าคน ทั้ง 14 อำเภอ แต่จะไปเยอะที่ อำเภอวังสะพุง อำเภอภูหลวง และอำเภอเมือง โดยในวันนี้ที่ทางนายอำเภอได้พามาเยี่ยม นขายลอตเตอรี่ ที่เดินทางกลับมาบ้าน และกักตัว ที่สวนยางพาราของตนเอง เพื่อเป็นการรับผิดชอบต่อสังคม โดย ทั้งสอง เดินทางกลับมาจากจังหวัดเสี่ยง และให้ความร่วมมือที่จะต้องกักตัวเองที่สวนยางพารา และทางสาะรณสุขอำเภอ และอสม.ประจำหมู่บ้าน เข้ามาดูแลตลอด เพื่อรายงานสุขภาพในทุกๆวัน ซึ่งเป็นตัวอย่างที่ดีมาก

ทั้งนี้จังหวัดเลยพบผู้ติดเชื้อสะสมแล้ว 78 ราย ยังไม่พบผู้เสียชีวิต ยังรักษาตัวอยู่ 39 ราย หายหลับบ้านแล้ว 39 ราย ส่วนจำนวนเตียงรองรับผู้ป่วยมีทั้งหมด 220 เตียง ใช้ไป 48 เตียง เตียงว่าง 172 เตียง โดยผู้ป่วยรายที่ 78 ล่าสุด เป็นเพศหญิง อายุ 48 ปี อาชีพช่างตัดผม ในต.กุดป่อง อ.เมือง จ.เลย เป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูงของรายที่ 50 ช่างตัดผมที่ร้านซันบาร์เบอร์ โดยรายที่ 78 นี้ ตรวจเชื้อครั้งที่ 1 ไม่พบเชื้อ พบเชื้อในการตรวจครั้งที่ 2 ไม่มีผู้สัมผัสเสี่ยงสูง ปัจจุบันรักษาตัวที่ รพ.เลย นอกจากนี้ ในที่ประชุม มีการเปลี่ยนแปลงมาตรการบางข้อ คือ การจำหน่ายอาหาร ขยายเวลาให้เปิดขายและนั่งในร้านได้ถึง 23.00 น. แต่แนะนำให้ซื้อกลับบ้านเพื่อลดความเสี่ยง ส่วน ร้านสะดวกซื้อ ถนนคนเดิน ตลาดนัด ดำเนินการได้ตามปกติ ส่วนโรงภาพยนตร์เปิดได้เช่นเดียวกัน แต่ต้องเป็นไปตามมาตรการ ส่วนสถานศึกษายังใช้มาตรการเดิม ทั้งนี้ก่อนเปิดเทอมคาดว่าจะมีการประเมินสถานการณ์ และอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงคำสั่ง อีกครั้ง เพื่อความสะดวกของการทำกิจกรรมทางการศึกษา