#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/likesara/573426

ระบบติดตาม-ตรวจสอบย้อนกลับ‘โซ่ความเย็น’ เชื่อมฐานข้อมูลกระจายวัคซีนโควิดให้คนไทยมั่นใจ
วันจันทร์ ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.
รศ.ดร.จักรกฤษณ์ ศุทธากรณ์ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวถึงการฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสโควิด-19 ว่า ในประเทศไทยยังไม่เคยมีการฉีดวัคซีนครั้งใดที่จะเป็นครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์เช่นนี้มาก่อน โดยรัฐบาลตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะฉีดวัคซีนต้านโควิดให้ครอบคลุมประชาชน 50 ล้านคน หรือคิดเป็น ร้อยละ 70 ของจำนวนประชากรภายในสิ้นปี 2564 เพื่อให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่ (Herd Immunity) ต่อไวรัสโควิด-19
จากสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 (COVID-19) ตั้งแต่ช่วงต้นปี 2563 จนถึงปัจจุบัน วัคซีนต้านโควิด-19 ได้เริ่มทยอยเข้าสู่ประเทศไทยแล้ว การฉีดวัคซีนโดยพร้อมเพรียงกันจะสร้างความมั่นคงทางสุขภาพแก่ครอบครัวและประเทศ ดังนั้น เพื่อให้ประชาชนได้รับการฉีดอย่างมั่นใจและรวดเร็วตามเป้าหมาย จึงจำเป็นต้องมีการพัฒนาแพลตฟอร์ม ระบบติดตาม-ตรวจสอบย้อนกลับ “โซ่ความเย็น” วัคซีนโควิด-19 (COVID-19 Vaccines Track and Traceability Platform for Cold Chain and Patient Safety)
ซึ่งได้เริ่มใช้ในการดำเนินงานแล้วตั้งแต่กลางเดือน เม.ย. 2564 เป็นต้นมา นับเป็นต้นแบบการเชื่อมโยงข้อมูลสำหรับการบริหารจัดการโซ่ความเย็นของวัคซีน (Cold Chain) สู่ภาคสาธารณสุขไทยเป็นครั้งแรก โดยเชื่อมโยงข้อมูล และจัดการกระจายวัคซีนให้ครอบคลุมทั่วถึงอย่างมีประสิทธิภาพ สามารถคงคุณภาพตามมาตรฐานที่กำหนด ตั้งแต่ต้นทางผู้ผลิตวัคซีนไปยังสถานพยาบาล จนถึงปลายทางผู้รับบริการ พร้อมทั้งสามารถติดตามตรวจสอบย้อนกลับ (Track and Traceability) และเรียกคืน (Recall) วัคซีนได้

ด้าน รศ.ดร.ดวงพรรณ กริชชาญชัย อาจารย์ภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ และหัวหน้าศูนย์การจัดการโลจิติกส์และโซ่อุปทานสุขภาพ (LogHealth) คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ปัจจุบันมีวัคซีนที่ทยอยเข้ามาฉีดแก่ประชาชนแล้ว ได้แก่ แอสตราเซเนกา (AstraZeneca), ซิโนแวค (Sinovac) และอื่นๆ ที่จะตามมาเช่น ไฟเซอร์ (Pfizer) สปุตนิก วี (Sputnik V) และอื่นๆ หน้าที่ของแพลตฟอร์มระบบติดตาม-ตรวจสอบย้อนกลับ โซ่ความเย็นวัคซีนโควิด-19 นี้ จะแสดงผลรายละเอียดวัคซีนทั้งหมด ตั้งแต่การผลิตวัคซีน ทั้งในประเทศและการนำเข้า
การจัดเก็บวัคซีน การขนส่งและกระจายวัคซีน COVID-19 ว่าขนส่งด้วยพาหนะอะไร เมื่อไร ไปที่ไหน
ให้ใคร รวมถึงข้อมูลการควบคุมความเย็นของระดับอุณหภูมิตลอดโซ่อุปทาน ตั้งแต่บริษัทผู้ผลิต ผู้ขนส่ง ไปจนถึง
โรงพยาบาลผู้ให้บริการ และประชาชนผู้รับบริการ เพื่อประโยชน์และความปลอดภัยของประชาชนและบุคลากร
ที่ได้รับวัคซีนมีความมั่นใจว่าคุณภาพของวัคซีนที่ได้รับนั้น มีประสิทธิภาพและคงคุณภาพตามมาตรฐานสากล
ทั้งนี้ ระบบติดตาม-ตรวจสอบย้อนกลับ “โซ่ความเย็น” วัคซีนโควิด-19 จะนำชุดข้อมูลของแต่ละหน่วยงานที่ได้กรอกไว้ในระบบกลาง Co-Vaccine ของกระทรวงสาธารณสุข ทั้งข้อมูลการลงทะเบียนบริษัทผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าวัคซีน ตลอดจนผู้รับบริการวัคซีน มาเชื่อมต่อข้อมูลจากศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข และแอปพลิเคชั่นหมอพร้อม เพื่อแสดงผลด้านSupply Chain and Logistics
หากเกิดปัญหาขึ้นสามารถเรียกคืนวัคซีนได้รวดเร็วทันสถานการณ์ เช่น ปัญหาวัคซีนระบุวันหมดอายุไม่ชัดเจน มีรอยแก้ไข เป็นต้น แพลตฟอร์มนี้จะสืบค้นได้ว่าวัคซีนที่มีปัญหาอยู่ที่ไหนฉีดให้ใคร และเรียกคืนได้เร็ว ในด้านการเก็บรักษาวัคซีน โดยใช้ระบบลูกโซ่ความเย็น (Cold Chain) จำเป็นต้องรักษาอุณหภูมิให้คงที่ โดยวัคซีนที่ประเทศไทยนำเข้าในปัจจุบัน คือ แอสตราเซเนกา (AstraZeneca), ซิโนแวค (Sinovac) จะต้องมีอุณหภูมิคงที่ประมาณ 2-8 องศาเซลเซียส ตลอดโซ่อุปทาน โดยมีระบบ Sensor Monitoring คอยตรวจระดับรักษาความเย็นและคอยเก็บข้อมูล ติดไว้ที่รถขนส่ง และตู้แช่วัคซีนในโรงพยาบาล
นอกจากนี้ ระบบติดตาม-ตรวจสอบย้อนกลับ “โซ่ความเย็น” วัคซีนโควิด-19 สามารถเชื่อมโยงข้อมูลได้ตลอดโซ่ความเย็น (Cold Chain) ผ่านระบบอินเตอร์เนตจองสรรพสิ่ง (IoT) ตั้งแต่ข้อมูลผลิตภัณฑ์ ปริมาณ วัคซีนที่ผลิต นำเข้าหรือจัดซื้อ, อุณหภูมิการจัดเก็บ จำนวนและชนิดของวัคซีนที่กระจายไปให้แต่ละโรงพยาบาล, และข้อมูลผู้รับบริการวัคซีน โดยแต่ละกล่องของวัคซีนนั้นจะมีหมายเลข Serial ระบุอยู่เพื่อป้องกันการผิดพลาด สร้างความมั่นใจแก่ประชาชนได้เป็นอย่างดี
แพลตฟอร์ม ระบบติดตาม-ตรวจสอบย้อนกลับ “โซ่ความเย็น” วัคซีนโควิด-19 (COVID-19 Vaccines Track and Traceability Platform for Cold Chain and Patient Safety) สำหรับติดตามและตรวจสอบย้อนกลับข้อมูลของวัคซีน ถูกพัฒนาขึ้นโดยศูนย์การจัดการโลจิติกส์และโซ่อุปทานสุขภาพ (LogHealth) คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อสร้างความมั่นใจและประสิทธิภาพของการกระจายวัคซีนโควิด-19
โดยระบบจะเชื่อมต่อและรวบรวมข้อมูลจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเข้าถึงกัน เพื่อความถูกต้องแม่นยำ ควบคุมคุณภาพตามมาตรฐานสากลและมีประสิทธิภาพรวดเร็วจากต้นทางถึงปลายทาง การเชื่อมโยงข้อมูลจากทุกภาคส่วนในการกระจายวัคซีน ได้แก่ คณะอนุกรรมการอำนวยการบริหารจัดการการให้วัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19)
กระทรวงสาธารณสุข, สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.), องค์การเภสัชกรรม (GPO),
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์,กรมควบคุมโรค, บริษัทผู้นำเข้า, ผู้ขนส่งวัคซีน, กองบริหารการสาธารณสุข สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข, ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข, โรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข และความร่วมมือจากภาคเอกชน ได้แก่ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย, บริษัท AI and Robotics Venture (ARV) และ บริษัท โนวากรีน เพาเวอร์ ซิสเท็ม จำกัด