#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/likesara/573434

‘วัคซีนเสริมสภาพคล่อง’ อัพเกรด Local Enterprise สู่วิกฤติโควิด
วันจันทร์ ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.
ความสำคัญยิ่งของ “ธุรกิจชุมชน” หรือ Local Enterprise ทั้งวิสาหกิจชุมชน โอท็อป และผู้ประกอบการธุรกิจในพื้นที่ (Local SMEs) คือการเป็นกลไกเศรษฐกิจในชุมชน นำทรัพยากรในท้องถิ่นมาสร้างมูลค่า เกิดการจ้างงานและเงินหมุนเวียนในชุมชน แต่สถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 ครั้งล่าสุด ทำให้ ผศ.ดร.บัณฑิต อินณวงศ์
อำนวยการศูนย์กลางนวัตกรรมอาหารแห่งมหาวิทยาลัยศิลปากร (SU-FIH) คาดการณ์ว่า ในอีกไม่เกิน 5 เดือน
จะมีธุรกิจขนาดจิ๋ว (Micro) หรือขนาดเล็ก(Mini) ประสบปัญหาสภาพคล่องอย่างรุนแรงจนต้องปิดตัวลงกว่าร้อยละ 40
ซึ่งหากเกิดขึ้นจริง จะเกิดผลกระทบทางเศรษฐกิจเป็นลูกโซ่ทั้งในระดับชุมชนและในระดับประเทศ รวมถึงผลกระทบทางสังคมและอื่นๆ ที่เกิดกับชุมชนทั่วประเทศ โดยนอกจากความยากในการเข้าถึงแหล่งทุนต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนแล้ว อีกสาเหตุสำคัญก็คือ การไม่เข้าใจในภาวการณ์ทางการเงินของตนเอง และไม่มีแผนธุรกิจที่มีการวิเคราะห์ธุรกิจด้วยเครื่องมือทางเศรษฐศาสตร์ที่เหมาะสมกับธุรกิจของตนเอง

และเพื่อช่วยให้ธุรกิจในชุมชนสามารถเข้มแข็งและดำเนินต่อได้ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) จึงได้จัดทำโครงการ บพท. ร่วมช่วยธุรกิจ (ชุมชน) ต้านโควิด-19 ผ่านกิจกรรม Online Workshop “เสริมสภาพคล่อง…ด้วยวัคซีนการเงิน”โดยรับสมัครผู้ประกอบการธุรกิจชุมชนจำนวน 500 ราย จากทั่วประเทศภายในวันที่ 20 พ.ค.นี้
“กระบวนการอบรมทีมงานจะมีการให้คำแนะนำผู้ประกอบการธุรกิจชุมชนแต่ละรายได้เห็นว่า ปัญหาของเขาอยู่ตรงไหน กิจกรรมนี้เราจะเข้าไปชี้ให้แต่ละรายเห็นว่าปัญหาของเขาอยู่ตรงไหน และแต่ละส่วนนั้นมันใหญ่หรือน้อยแค่ไหน และปัญหานั้นใหญ่มากน้อยเพียงใด พร้อมกับแนวทางการแก้ปัญหาในแต่ละจุดเพื่อให้ทันกับสถานการณ์ โดยเฉพาะเรื่องสุขภาพทางการเงิน เพื่อ DIY แผนการใช้เงินของธุรกิจตนเองออกมาให้ได้
จากนั้นจะมีการคัดเหลือ 200 ธุรกิจ เพื่อติดตามและสนับสนุนการดำเนินการแผนของเขาแต่ละรายเป็นรายวันเป็นเวลา 3 เดือน พร้อมกับมีเงินสนับสนุนรายละไม่เกิน 80,000 บาท (20,000-80,000 บาท/ราย) โดยเรามีกระบวนการปล่อยเงินที่มีแนวทางการติดตามและวัดผลที่ชัดเจน และจะมีการสนับสนุนต่อเนื่องหลังสิ้นสุดโครงการ เพื่อทำให้เขาสามารถถ่ายทอดและเป็นตัวอย่างเพื่อการขยายผลทั้งในระดับพื้นที่และในระดับประเทศต่อไป” ผศ.ดร.บัณฑิต ในฐานะหัวหน้าโครงการ ให้ข้อมูลเพิ่มเติม
ขณะที่ ดร.กิตติ สัจจาวัฒนา ผู้อำนวยการหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) ในฐานะหน่วยงานสนับสนุนทุนโครงการนี้ กล่าวเสริมว่า โครงการนี้เราต้องการพิสูจน์ว่า รูปแบบการยกระดับความสามารถและทักษะของผู้ประกอบการชุมชนธุรกิจชุมชน หรือ Local Enterprise ให้ล้มแล้วลุกให้เร็วขึ้นนั้น นอกจากตัวเงินสนับสนุนแล้ว ยังต้องมีข้อมูลและความรู้มาประกอบ
ซึ่งที่ผ่านมามีการพัฒนาเครื่องมือนี้ร่วมกับมหาวิทยาลัยที่เข้าร่วมในชุดโครงการวิจัย Local Enterprise เพื่อให้มหาวิทยาลัยเหล่านี้ทำหน้าที่เป็นสถาบันพัฒนา Local Enterprise ให้กับธุรกิจชุมชนในพื้นที่ในอีก 2-3 ปีต่อจากนี้ แต่ ณ วันนี้ ที่มีหลายธุรกิจที่กำลังจะจมน้ำ จึงขอนำเครื่องมือที่ผ่านการพิสูจน์ในเชิงวิชาการที่มีตัวอย่างความสำเร็จในระดับพื้นที่ของ ผศ.ดร.บัณฑิต มาถ่ายทอดให้กับผู้ประกอบการหัวใจยังสู้ 500 รายผ่านระบบ Online
“คาดหวังว่าผลสำเร็จที่เกิดขึ้น จะช่วยเร่งให้เกิดสถาบันพัฒนา Local Enterprise ในมหาวิทยาลัยเร็วขึ้นและเกิดธุรกิจชุมชนบนฐานคิดการอยู่ร่วมกับท้องถิ่น ที่สามารถ“อยู่รอด” และ “อยู่ได้” มาเป็นแนวทางให้ผู้ประกอบการอื่นๆรวมถึงสถาบันการเงินได้เห็น อันนำไปสู่การยกระดับวิสาหกิจชุมชน โอท็อป และ Local SMEs ได้เร็วขึ้น ซึ่งเป็นไปตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐมนตรี อว.ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ และประธานบอร์ด บพท. ดร.กฤษณพงศ์ กีรติกร ที่ต้องการให้หน่วยบริหารทุนวิจัยในสังกัด อว. ใช้ศักยภาพของตนเองเข้าไปผู้ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติโควิด-19 ให้เร็วและมากที่สุด” ผอ.บพท. กล่าว
อนึ่ง สำหรับผู้ประกอบการธุรกิจชุมชน ที่ใช้ทรัพยการพื้นถิ่นมีการจ้างแรงงานในพื้นที่ที่มีการกระจายรายได้สู่ชุมชน สนใจเข้าร่วมกิจกรรม Online Workshop เพื่อเสริมสภาพคล่องทางการเงินครั้งนี้ สามารถดูรายละเอียดและเงื่อนไขได้ที่ line ID :LocalEnterprises PMUA หรือ โทร.สอบถามที่ 080-9086602 และ 080-284-0760 รับสมัครตั้งแต่วันนี้ถึง 20 พฤษภาคมนี้ จำนวน500 ราย