#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
https://www.posttoday.com/world/653579
วันที่ 22 พ.ค. 2564 เวลา 12:00 น.
แอนติบอดีในคนที่ติด Covid-19 สายพันธุ์ธรรมดาจะลดลงเรื่อยๆ หลังสู้กับเชื้อกลายพันธุ์
ทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยโยโกฮามาซิตีของญี่ปุ่นพบว่า ระดับแอนติบอดีในกระแสเลือดของผู้ป่วยที่ติดเชื้อโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ดั้งเดิมจะลดลงเรื่อยๆ ภายใน 6-12 เดือนในการต่อสู้กับเชื้อกลายพันธุ์
การศึกษาซึ่งทำในอาสาสมัคร 250 ราย อายุระหว่าง 21-78 ปีซึ่งติด Ccovid-19 ระหว่างเดือน ก.พ.-เม.ย.ปีที่แล้ว พบว่า 97% ของผู้ที่มีอาการเล็กน้อยหรือไม่มีอาการมีแอนติบอดีอยู่ในกระแสเลือด 6 เดือนหลังจากติดเชื้อ และอีก 1 ปีต่อมา 96% ยังมีแอนติบอดีอยู่ ส่วนในผู้ที่มีอาการหนักทุกคนยังมีแอนติบอดีอยู่หลังครบ 1 ปี
สำหรับเชื้อกลายพันธุ์ หลังจากติดเชื้อ 6 เดือน 69% ของผู้ที่มีอาการเล็กน้อยหรือไม่มีอาการมีแอนติบอดีสำหรับต่อสู้กับเชื้อกลายพันธุ์จากแอฟริกาใต้, 75% มีแอนติบอดีสู้สายพันธุ์จากอินเดีย, 81% มีแอนติบอดีสู้สายพันธุ์จากบราซิล และ 85% มีแอนติบอดีสู้สายพันธุ์จากอังกฤษ โดยเปอร์เซ็นต์เหล่านี้จะลดลงหลังผ่านไป 1 ปี
นอกจากนี้ ยังพบว่า แอนติบอดีในกระแสเลือดของผู้ที่เคยติดเชื้อซึ่งมีอาการปานกลางและรุนแรงลดลงเล็กน้อยในการต่อสู้กับสายพันธุ์กลายพันธุ์หลังผ่านไป 1 ปี และหลังจากติดเชื้อ 12 เดือน อย่างน้อย 90% ของคนกลุ่มนี้มีแอนติบอดีที่มีประสิทธิภาพในการต่อสู้กับเชื้อสายพันธุ์กลายพันธุ์ทั้ง 4 สายพันธุ์
สรุปง่ายๆ ว่า ผู้ป่วยที่มีอาการเล็กน้อยหรือไม่มีอาการมีแอนติบอดีน้อยกว่าผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงกว่า
ทีมนักวิจัยแนะนำว่า ผู้ที่เคยติด Covid-19 ในช่วงที่เกิดโรคระบาดแรกๆ โดยเฉพาะผู้ที่มีอาการเล็กน้อยหรือไม่มีอาการ ยังต้องเข้ารับการฉีดวัคซีน เพื่อลดความเสี่ยงที่จะติดเชื้อสายพันธุ์กลายพันธุ์ที่มาจากอังกฤษ แอฟริกาใต้ บราซิล และอินเดีย
Photo by Oli SCARFF / AFP