#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/likesara/574579

เปิดใจควาญช้าง! ‘พังเชอรี่’ทำร้ายนทท.ดับที่เขาใหญ่ ไร้เงินซื้ออาหาร-พาเข้าป่าหาหญ้ากิน
วันศุกร์ ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2564, 11.02 น.
21 พฤษภาคม 2564 จากกรณีที่ช้างเพศเมีย อายุ 28 ปี ชื่อ“พังเชอรี่” ซึ่งให้บริการนักท่องเที่ยวอยู่ที่โรงแรมชื่อดังที่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ได้ทำร้ายนักท่องเที่ยวเสียชีวิต ขณะแวะนำอาหารลงมาให้ บริเวณริมถนนหน้าโรงแรมช่วงที่ควาญช้างไม่อยู่ เหตุเกิดเมื่อกลางเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา

หลังเกิดเหตุนายเพ็ง ยิ้มรัมย์ อายุ 51 ปี ควาญช้างต้องนำพังเชอรี่ กลับภูมิลำเนาที่ ต.นิคม อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ เนื่องจากถูกทางโรงแรมเลิกจ้างเพราะกลัวจะเกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยขึ้นอีก โดยล่าสุดควาญได้นำช้างพังเชอรี่ไปล่ามโซ่ไว้ภายในบริเวณวัดป่า บ้านคอกหมู-บ้านไผ่ ต.สตึก อ.สตึก เนื่องจากมีต้นไม้ที่ร่มรื่นและบริเวณใกล้เคียงยังพอมีหญ้าสดให้ช้างกินได้

ควาญช้าง บอกว่า หลังจากนำพังเชอรี่กลับมาบ้านก็มีอาการเหงาซึม ไม่ร่าเริงเหมือนเมื่อก่อน อาจเพราะเนื่องจากไม่มีเพื่อนช้างด้วยกันเหมือนตอนอยู่ที่เขาใหญ่ และถึงแม้จะไม่แสดงอาการหงุดหงิด แต่ก็ได้ติดป้ายห้ามเข้าใกล้เพื่อความปลอดภัย และตอนนี้ก็ขาดแคลนอาหารช้าง เพราะหลังจากถูกเลิกจ้างก็ไม่มีรายได้ที่จะซื้ออาหารให้ช้างกินได้

โดยแต่ละวันช้างก็จะกินประมาณ 100 กิโลกรัม หากซื้อก็จะเป็นเงิน 400 – 500 บาทต่อวัน แต่ไม่มีกำลังที่จะซื้อได้เพราะไม่มีงานไม่มีรายได้ จากเมื่อก่อนไปให้บริการนักท่องเที่ยวก็จะมีรายได้เฉลี่ยเดือนละ 10,000 – 20,000 บาท ก็จะอยู่ได้ทั้งคนทั้งช้าง ตอนนี้ก็อาศัยนำช้างไปกินหญ้าสดตามป่าที่พอจะมีหญ้าเหลือ และมีชาวบ้านที่สงสารเอากล้วยอ้อยมาให้บ้าง แม้จะไม่เพียงพอแต่ก็พอประทังได้บ้าง และมีนักท่องเที่ยวบางคนที่ทราบข่าว ก็โอนเงินค่าซื้ออาการช้างมาให้บ้าง แต่หากเป็นไปได้เมื่อสถานการณ์โควิดคลี่คลายลง ก็อยากจะนำช้างไปหารายได้เอง เพราะหากอยู่แบบนี้ก็เดือดร้อนทั้งคนทั้งช้าง

จากประสบการณ์ที่เกิดขึ้น ตนก็อยากฝากเตือนประชาชนหรือนักท่องเที่ยว หากช้างเชือกไหนที่ควาญไม่ได้อยู่ด้วยห้ามเข้าใกล้เด็ดขาด เพราะบางทีช้างเขาไม่เคยชินหรืออาจจะมีอารมณ์หงุดหงิด ก็อาจจะทำร้ายบาดเจ็บหรือถึงแก่ชีวิตได้
ด้าน น.ส.อรทิพย์ ชื่นรัมย์ ผู้ใหญ่บ้านสระกอไทร บอกว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็ได้ประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนชาวบ้านหรือผู้ที่จะนำอาหารมาให้ ไม่ควรเข้าใกล้ช้างเด็ดขาดเพราะอาจเป็นอันตรายได้ ทั้งนี้ก็อยากฝากถึงผู้ใจบุญได้ช่วยเหลือพังเชอรี่ด้วย เพราะหลังจากเจ้าของถูกเลิกจ้างก็ไม่มีรายได้ที่จะไปซื้ออาหารให้ช้าง ก็เดือดร้อนทั้งคนทั้งช้าง ซึ่งหากใครอยากจะช่วยเหลือเรื่องอาหารช้างก็สามารถติดต่อควาญ หรือผู้ใหญ่บ้านได้ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนจนกว่าจะสามารถนำช้างไปหารายได้ด้วยตัวเอง
