#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
https://www.posttoday.com/world/653665
วันที่ 23 พ.ค. 2564 เวลา 17:22 น.
การปรากฎตัวของโคโรนาไวรัสสายพันธุ์แอฟริกาใต้ หรือ Lineage B.1.351 ในประเทศทำให้เกิดความกังวลในหมู่ประชาชน เราจะมาสำรวจกันว่าวัคซีนตัวไหนบ้างที่สามารถควบคุมมันได้
สายพันธุ์แอฟริกาใต้ หรือ Lineage B.1.351 หรือ 501.V2 พบครั้งแรกในอ่าวเนลสันแมนเดลา เขตปริมณฑลของจังหวัดอีสเทิร์นเคปของแอฟริกาใต้ในเดือนตุลาคม 2020 ซึ่งรายงานโดยกรมอนามัยของประเทศแอฟริกาใต้เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2020 แต่จากการวิเคราะห์พบว่ามันอาจระบาดมาตั้งแต่ในเดือนกรกฎาคมหรือสิงหาคม 2020
หลังจากนั้นมันพบที่สหราชอาณาจักรในเดือนธันวาคม 2020 และก่อนจะพบในไทย ประเทศที่ใกล้ไทยที่สุดที่พบสายพันธุ์นี้คือมาเลเซีย เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2021 มาเลเซียตรวจพบผู้ป่วยรายแรก ภายในวันที่ 2 พฤษภาคมมีการตรวจพบผู้ป่วยทั้งหมด 48 รายใน 5 คลัสเตอร์อย่างน้อย 5 แห่งโดยพบ 20 รายใน 2 คลัสเตอร์ที่รัฐเประและรัฐกลันตัน ซึ่งรัฐกลันตันมีอาณาเขตติดต่อกับจังหวัดนราธิวาส ประเทศไทย ทางทิศเหนือ (อำเภอตากใบมีพรมแดนติดกับรัฐกลันตัน)
ต่อไปนี้เราจะมาสำรวจดูว่าวัคซีนตัวไหนบ้างที่มีประสิทธิภาพกับสายพันธุ์แอฟริกาใต้
1. Oxford–AstraZeneca – เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2021 The Financial Times รายงานว่าข้อมูลการทดลองเฉพาะกาลจากการศึกษาของมหาวิทยาลัยวิทวอเทอร์สแรนด์ของแอฟริกาใต้ร่วมกับมหาวิทยาลัยอ๊อกซฟอร์ดแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพที่ลดลงของวัคซีนโควิด -19 ของ AstraZeneca กับสายพันธุ์แอฟริกาใต้ จากการศึกษาพบว่าในตัวอย่างการทดลอง 2,000 คนปรากฏว่าวัคซีน AstraZeneca สามารถให้ “การป้องกันน้อยที่สุด” ในทุกกรณี ยกเว้นกรณีติดเชื้อที่รุนแรงที่สุด
เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2021 รัฐบาลแอฟริกาใต้ระงับการใช้วัคซีน AstraZeneca ตามแผนประมาณ 1 ล้านโดสขณะที่ทำการตรวจสอบข้อมูลและรอคำแนะนำว่าจะดำเนินการอย่างไร ในเวลาต่อมารัฐบาลแอฟริกาใต้ได้ยกเลิกการใช้วัคซีน AstraZeneca โดยจำหน่ายวัคซีนให้กับประเทศอื่นๆ ในแอฟริกาและเปลี่ยนโครงการฉีดวัคซีนไปใช้วัคซีนไวรัสโควิด -19 ของ Johnson & Johnson
2. Johnson & Johnson – ในเดือนมกราคม Johnson & Johnson ซึ่งจัดการทดลองวัคซีน Ad26.COV2.S ในแอฟริกาใต้รายงานระดับการป้องกันการติดเชื้อ ในระดับปานกลางถึงรุนแรงอยู่ที่ 72% ในสหรัฐ แต่ในแอฟริกาใต้ป้องกันการติดเชื้อได้ 57%
อย่างไรก็ตาม ตามงานวิจัยที่ตีพิมพ์เมื่อวันที่ 21 เมษายนใน New England Journal of Medicine วัคซีน COVID-19 แบบฉีดครั้งเดียวของ Johnson & Johnson มีผลกับสายพันธุ์ B.1.351 ที่พบครั้งแรกในแอฟริกาใต้และสายพันธุ์ P.2 ที่เกิดขึ้นครั้งแรกในบราซิล โดยในแอฟริกาใต้ซึ่งพบสายพันธุ์ B.1.351 ใน 95% ของผู้ป่วยทั้งหมดพบว่าการฉีดวัคซีนของบริษัทนี้ได้ผล 64% ต่อการติดเชื้อระดับปานกลางถึงรุนแรง และมีประสิทธิผล 82% ในการต่อต้านโควิด -19 ขั้นรุนแรงโดยเริ่มจากการฉีดวัคซีน 28 วันหลังการฉีดวัคซีน
3. Pfizer–BioNTech – เมื่อวันที่ 1 เมษายน จากการอัปเดตเกี่ยวกับการทดลองวัคซีนของแอฟริกาใต้ระบุว่าวัคซีน Pfizer–BioNTech ได้ผล 100% จนถึงขณะนี้ (กล่าวคือไม่พบการติดเชื้อในหมู่ผู้เข้าร่วมที่ได้รับการฉีดวัคซีน) และเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม จดหมายสรุปผลจากกลุ่มศึกษาแห่งชาติกาตาร์เกี่ยวกับการฉีดวัคซีนโควิด-19 พบว่า Pfizer–BioNTech มีประสิทธิผล 75% ในการต่อต้านการติดเชื้อ และยังไม่มีผู้ป่วยโรครุนแรง
อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 10 เมษายน จากการศึกษาของอิสราเอลพบว่ายังพบสายพันธุ์แอฟริกาใต้แม้กระทั่งในคนที่ได้รับวัคซีนทั้งสองโดสของ Pfizer–BioNTech จากการศึกษาของมหาวิทยาลัยเทลอาวีฟและ Clalit ผู้ให้บริการด้านการแพทย์รายใหญ่ที่สุดของอิสราเอลพบว่าสายพันธุ์แอฟริกาใต้ B.1.351 คิดเป็นประมาณ 1% ของผู้ป่วยโควิด-19 ทั้งหมดจากทุกคนที่เข้าร่วมการศึกษา และพบว่าแผู้ป่วยที่ได้รับวัคซีนสองครั้งมีอัตราความชุกของสายพันธุ์แอฟริกาใต้สูงกว่าผู้ที่ไม่ได้รับวัคซีนถึง 8 เท่า คือ – 5.4% เทียบกับ 0.7%
รายงานของรอยเตอร์ระบุว่ารายงานของอิสราเอลบ่งชี้ให้เห็นว่าวัคซีน Pfizer–BioNTech มีประสิทธิภาพน้อยกว่าเมื่อใช้กับสายพันธุ์ของแอฟริกาใต้เทียบกับโคโรนาไวรัสดั้งเดิมและสายพันธุ์สหราชอาณาจักรซึ่งพบในผู้ป่วยเกือบทั้งหมดในอิสราเอล
4. Moderna – ในเดือนกุมภาพันธ์ Moderna รายงานว่าวัคซีนในปัจจุบันผลิตแอนติบอดีเพียงหนึ่งในหกของแอนติบอดีที่ตอบสนองต่อสายพันธุ์แอฟริกาใต้เมื่อเทียบกับไวรัสดั้งเดิม และมีรายงานว่า Moderna ได้เริ่มการทดลองวัคซีนใหม่เพื่อรับมือกับสายพันธุ์ 501.V2 ของแอฟริกาใต้ ต่อมาในวันที่ 6 พฤษภาคมมีรายงานจาก Moderna กล่าวว่าผลการวิจัยเบื้องต้นพบว่าผู้ที่ได้รับวัคซีนครั้งที่สามของสูตรเดิมหรือช็อตที่สามซึ่งเป็นส่วนผสมที่ได้รับการแก้ไขซึ่งออกแบบมาเพื่อรับมือสายพันธุ์แอฟริกาใต้ สามารถเพิ่มระดับของแอนติบอดีต่อทั้งสายพันธุ์แอฟริกาใต้และบราซิล
5. CoronaVac (Sinovac) – วัคซีน CoronaVac ของบริษัท Sinovac ยังไม่ได้รับการอนุมัติให้ใช้ในแอฟริกาใต้จนถึงขณะนี้ Sinovac ได้เสนอให้จัดหาวัคซีน 5 ล้านโดสในแอฟริกาใต้
อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 10 มีนาคมมีรายงานว่า CoronaVac ที่ร่วมพัฒนาโดย Butantan Institute ของบราซิลและ Sinovac บริษัทยาของจีนที่นำไปใช้ในบราซิลมีประสิทธิภาพในการต่อต้านโคโรนาไวรัสสามสายพันธุ์ที่แพร่กระจายในประเทศ ได้แก่สายพันธุ์อังกฤษ B.1.1.7, สายพันธุ์ B.1.351 ของแอฟริกาใต้ และ B.1.1.28 ของบราซิล
Dimas Covas ผู้บริหารของ Butantan Institute กล่าวว่า “เราต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าวัคซีนสร้างแอนติบอดีต่อสายพันธุ์เหล่านี้หรือไม่ และนั่นคือสิ่งที่เราทำ เราทราบแล้วว่าแอนติบอดีที่ผลิตโดยวัคซีนของ Butantan มีประสิทธิภาพกับสายพันธุ์ของอังกฤษและแอฟริกาใต้”
Photo by PEDRO PARDO / AFP