#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/likesara/577761

คุณหมอแชร์เรื่องราวดีๆ ของ ‘หิ่งห้อยน้อยในหุบเขา’ เธอคือผู้กล้าที่ทำเพื่อคนอื่น
วันพฤหัสบดี ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2564, 21.42 น.
คุณหมอแชร์เรื่องราวดีๆ เมื่อ ‘หิ่งห้อยน้อยในหุบเขาลึกลับ’ กล้าหาญในการทำประโยชน์เพื่อผู้อื่น ไม่ได้ขึ้นกับเพศ ฐานะ อาชีพ มันขึ้นอยู่กับใจ และทัศนคติล้วนๆ
3 มิ.ย.64 เพจเฟซบุ๊ก “เรื่องเล่าหมอชาวบ้าน” ได้เล่าเรื่องราวของหญิงสาวคนหนึ่งซึ่งผันตัวมาเป็นนักวิชาการสาธารณสุขประจำ สสช. (คล้ายๆสถานีอนามัยชุมชนเล็กๆ) เธอออกมาช่วยงานที่ผาผึ้งทุกวัน บิดมอเตอร์ไซด์เก่าๆ มาซ่อนในพงหญ้า แล้วออกมายืนโบกรถ คันไหนมาก่อนก็ติดรถขึ้นไป เธอบอกว่าสองปีก่อนมาฝึกงานที่นี่ เห็นว่าชาวบ้านด้อยโอกาสเลยอยากมาช่วย บ้านจริงๆอยู่ที่แม่ฮ่องสอน ไม่ได้กลับบ้านเลย
เมื่อเรื่องราวของเธอถูกถ่ายทอดออกไปทำให้ชาวโซเชียลต่างเข้ามาชื่นชมในความเสียสละของเธอเป็นจำนวนมาก โดยเพจเรื่องเล่าหมอชาวบ้านโพสต์ข้อความระบุว่า “วันนี้ฉันเจอหิ่งห้อยน้อยในหุบเขาลึกลับ วันที่ทีมแม่สอดไปช่วยงานสอบสวนโรคที่บ้านผาผึ้ง อำเภอวังเจ้า จังหวัดตาก เราออกจากโรงพยาบาลตอนหกโมงเช้าเพราะรู้ว่าหมู่บ้านผาผึ้งอยู่ไกลมากแค่ไหน เขานัดกัน 9โมงเช้าเราต้องไปให้ทันนัดหมาย..มาถึงทางเข้าหมู่บ้านตอนแปดโมง มีหญิงสาวคนหนึ่งอายุไม่น่าเกิน 25 ปียืนรออยู่หน้านิ่วจึงจอดรถถาม..จะไปไหนเหรอจ๊ะ เธอบอกว่าจะไปช่วยงานที่ผาผึ้ง มายืนรอรถนานแล้วว่าจะขอติดรถไปด้วยจ้า นั่งกะบะหลังได้มั้ย เธอบอกว่าสบายมาก ..เวลารถตกหลุมฝุ่นทีไร ต้องหันกลับไปดูเธอทุกครั้งว่าเปื้อนดินแดงหรือไม่..เธอนั่งกะบะหลังดูชิลล์มาก ต่างจากพวกเราที่นั่งในตัวรถที่เอาแต่บ่นตลอดทาง…
ตอนลงรถเธอแนะนำตัวว่าเป็นนักวิชาการสาธารณสุขประจำ สสช (คล้ายๆสถานีอนามัยชุมชนเล็กๆ) ฉันจำชื่อไม่ชัดน่าจะชื่อ ปางสังกะสีอะไรเนี่ยแหละ อยู่ไกลออกไปทางใต้ มาช่วยงานที่ผาผึ้งทุกวัน บิดมอเตอร์ไซด์เก่าๆมาซ่อนในพงหญ้า แล้วออกมายืนโบกรถ..คันไหนมาก่อนก็ติดรถขึ้นไป เธอบอกว่าสองปีก่อนมาฝึกงานที่นี่ เห็นว่าชาวบ้านด้อยโอกาสเลยอยากมาช่วย บ้านจริงๆอยู่ที่แม่ฮ่องสอน ไม่ได้กลับบ้านเลย แล้วคิดถึงพ่อแม่ทำไงล่ะ สัญญาณโทรศัพท์ก็ไม่มี ..เราก็จะได้ลงไปประชุมประจำเดือนที่ตัวอำเภอเดือนละครั้ง ก็จะนัดพ่อแม่ออกมาคุยกันให้หายคิดถึง..ที่บ้านแม่ฮ่องสอนก็ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์เหมือนกันจะออกมาทีก็ต้องเหมารถมา อยากกินอะไรก็จะซื้อมาเก็บไว้ทุกเดือน
แล้วได้เงินเดือนยังไง..หนูได้เงินเดือน 12,000 บาท ไม่มี OT ทำงานล่วงเวลาตลอดเพราะบ้านพักอยู่ในหมู่บ้าน เสาร์อาทิตย์ก็ทำ ..โห หมอนึกว่าหนูได้สัก 20,000 บาท มันโคตรกันดารเลยนะ หนูทนได้ไงนะ.. ตอนแรกหนูอยากเป็นหมอ เป็นพยาบาล แต่สอบไม่ติด พอมาเรียนอันนี้ พ่อแม่บอกว่าก็ได้ช่วยเหลือคนอื่นเหมือนกัน ..ได้ยินทัศนคติของน้องแล้วมันจุกอกว่ะ ไม่มีความลำบากที่แท้จริง..มีแต่ความไม่เคยชิน น้องผู้หญิงตัวเล็กๆผอมบางคนนี้คือคนที่ทำตามคำสอนนี้ได้จริงๆ ..ฉันเชื่อละว่าความกล้าหาญในการทำประโยชน์เพื่อผู้อื่นมันไม่ได้ขึ้นกับเพศ ฐานะ อาชีพ มันขึ้นอยู่กับใจ และทัศนคติล้วนๆ
ขอบคุณทางลูกรังที่ทอดยาวเข้าไปสู่หมู่บ้านลึกลับแห่งนี้ที่ทำให้ฉันได้เติมเต็มอุดมการณ์ที่ดีอีกครั้ง..เพราะบางครั้งยอมรับว่ามันจางหายไปในบางที เธอคือหิ่งห้อยของหมู่บ้านชาวเขาแห่งนี้จริงๆ ดีใจที่ทำให้ฉันได้พบว่าคนตัวเล็กๆสามารถทำประโยชน์เพื่อผู้อื่นได้มากเพียงใด เหมือนหิ่งห้อยที่พยายามเปล่งแสงของตัวเองเพื่อส่องสว่างในยามมืดมิดนั่นเอง”