#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/likesara/577726

ใครจะเก่งสักเพียงใดก็อยู่ใต้อำนาจกรรม โอวาทธรรม ‘หลวงปู่หล้า เขมปัตโต’
วันพฤหัสบดี ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2564, 19.28 น.
ผู้มีโรคหลายอย่างคือเคยได้เบียดเบียนสัตว์มาแต่ชาติก่อนหรือในปัจจุบันชาติ “หลวงปู่เทสก์” (พระอาจาร์เทสก์ เทสรังสี วัดหินหมากเป้ง จ.หนองคาย) มีแต่โรคชราล้วนๆ ไม่มีโรคอันอื่นมาปนเป เพราะไม่เคยเบียดเบียนสัตว์
ผู้เคยเบียดเบียนสัตว์มีโรคมาก ผู้เคยฆ่ามากก็มีอายุสั้น ผู้มีอายุยาวก็ตรงกันข้าม ผู้ที่เกิดตระกูลสูงคือเคยได้เคารพ หนักในทางเคารพมาแต่ชาติก่อนก็เกิดตระกูลสูง เช่น สมเด็จพระบรมราชา เป็นต้น ใครจะเก่งสักเพียงใดก็ตามก็อยู่ใต้อำนาจกรรมและผลของกรรม ถ้ากรรมและผลของกรรมไม่มี เราก็ไม่เชื่อพระพุทธศาสนาเหมือนกัน
ทำไมจึงอาบน้ำ เพราะร่างกายมันสกปรก ทำไมจึงปฏิบัติศีลธรรม เพราะจิตใจมันสกปรก มีความหมายอันเดียวกัน ถ้าโลภโกรธหลงไม่มี แม้กิเลส ก็ไม่จำเป็นต้องปฏิบัติศีลธรรม ถ้ากิเลสมี มีโลภ มีโกรธ มีหลง ก็ปฏิเสธปฏิบัติศีลธรรมไม่ได้ ถ้าร่างกายสกปรกก็ปฏิเสธอาบน้ำไม่ได้ ถ้าร่างกายมีโรคเบียดเบียนก็ปฏิเสธไปหาคุณหมอไม่ได้
.jpg)
ในไตรโลกธาตุทุกยุคทุกสมัย ทุกกาลทุกเวลานับแต่ละล้านปีจะไปในอนาคตหรือล่วงมาแล้ว ใครเป็นผู้สอนดี ก็พระพุทธศาสนาเท่านั้นสอนดีกว่าใครๆ ทั้งปวงในโลก คำสอนพระพุทธศาสนามีทั้งมนุษยสมบัติ มีทั้งสวรรค์สมบัติ มีทั้งพรหมสมบัติ กลมกลืนกันอยู่ในตัวแล้ว ผู้มีปัญญาจึงจะขบแตก ผู้ไม่มีปัญญาก็ขบไม่แตก เพราะฟันไม่ดี เข็มทิศจะมีกี่ล้านๆ ก็ชี้ไปทางทิศเหนือโดยไม่รู้แต่อย่างใด คำสอนใดๆ ก็เป็นเมืองขึ้นคำสอนของพระพุทธศาสนาโดยไม่รู้ตัวฉันนั้น เข็มทิศจะมีกี่ล้านๆ ก็ชี้ไปในทางทิศเหนือ ไม่มีกลางวันกลางคืน คำสอนใดๆ ก็เป็นเมืองขึ้นคำสอนพระพุทธศาสนาไม่มีกลางวันกลางคืน ไม่ขึ้นอยู่กับผู้รู้และไม่รู้ ไม่ขึ้นอยู่กับผู้เชื่อหรือไม่เชื่อ และก็เป็นจริงอยู่อย่างนั้นแล
……………………………..
ส่วนหนึ่งจากพระธรรมเทศนาหัวข้อ “ผลของกรรมแต่ละชนิด” หลวงปู่หล้า เขมปัตโต วัดบรรพตคีรี (ภูจ้อก้อ) จ.มุกดาหาร ขอบคุณลานธรรมจักร