#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/likesara/581403

‘พงศา’แนะหยุดปลูกข้าวเพื่อขาย-ลดทำนาเปลี่ยนเป็นสร้างไม้มีค่า แก้ปัญหา’ยากจน’ซ้ำซาก
วันเสาร์ ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2564, 11.06 น.
19 มิ.ย. 2564 นายพงศา ชูแนม หัวหน้าพรรคกรีน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เนื้อหาดังนี้
#ผมเชื่อว่าการทำนาปลูกข้าวไม่ใช่ทางรอดของดินแดนอิสาน ใครเปลี่ยนต้นข้าวเป็นต้นไม้เพื่อไม้และพลังงานคือคนมีอนาคต
…..
เราโดนวาทกรรมลวงเรื่องการทำนาปลูกข้าวคือวิถีชีวิต และความมั่นคงทางอาหาร มานานจนเป็นความเชื่อปนวิทยาศาสตร์
….
เพราะ
1).วิถีชีวิตไทยแท้จริงแล้ว ปลูกข้าวเพื่อกิน ไม่ใช่เพื่อขายเป็นอาชีพ
2).การทำนาขายข้าวเป็นอาชีพ จนผลผลิตล้นเกินกิน2-3เท่าตัว จนเป็นเหตุให้ใช้พื้นที่และทรัพยากรเกิน การกดราคา การลงทุนและหนี้สินฯลฯ
3).กลายเป็นความเชื่อเป็นวิถีที่ทำแบบเดิมซ้ำๆอย่างไม่รู้จนคิดอะไรไม่ออก มีปัญหาก็เรียกร้องต่อรองทางการเมือง
4).การเมืองจึงหยิบมาเป็นเงื่อนไขการต่อรองเพื่อได้เสียงได้อำนาจได้ผลประโยชน์
…
5).เราผลิตอาหารล้นเกินต้องเอาเลี้ยงหมา เลี้ยงไก่ หมู วัว แม้นแต่เลี้ยงปลากุ้งในทะเล แย่กว่านั้นต้องเอาไปทำน้ำมันเพื่อเผาเป็นพลังงานไฟฟ้า
6).เราผลิตได้มากแต่กลับโดนผูกขาดระบบการแปรรูปจำหน่าย จนทำให้ราคาแพงและสั่นคลอนความมั่นคงทางรายได้
….
7).บทเรียนที่ไม่รู้จักจำคือความยากจน การเป็นหนี้ สูญเสียที่ดิน การปนเปื้อนสารพิษทำร้ายสุขภาพและความแล้งร้าย
….
.แต่ชาวนาไทยก็ยังทำนาปลูกข้าวให้ล้นเกินกิน รอรับเงินเยียวยาชดเชยรายได้ พร้อมแบกรับหนี้สินก้อนโต ค่อยกัดกินที่ดินไปทุกปีๆ อย่างไม่คิดจะเปลี่ยนแปลง
…..
ทางออกที่ไม่ยากเย็นแต่ต้องกล้าหาญ
1).ลดพื้นที่ทำนาปลูกข้าวเสียครึ่งหนึ่งด้วยการเอาคันนาออกบางส่วนแล้วปลูกต้นไม้หลากหลายลงแทน
2).รัฐบาลรับรองมูลค่าต้นไม้ให้เป็นทรัพย์เอาไปค้ำประกันหนี้ก้อนโตที่แบกอยู่ และเดินตามแนวคิดธนาคารต้นไม้หรือแนวเศรษฐกิจกรีนยุคpost covid 19
….
3).ใช้มูลค่าต้นไม้เป็นหลักประกันทางธุรกิจ เพื่อรวมทุนกันตั้งธุรกิจเกี่ยวกับไม้ โดยเฉพาะโรงไฟฟ้าชีวมวลจากไม้ระดับชุมชน ตำบลละ5-10แมกกะวัตต์
….
4).เปิดเสรีการจัดการผลผลิตไม้ให้เกิดธุรกิจต่อเนื่องที่มีธรรมาภิบาล
…..
ชนบทอีสานจะเปลี่ยนไปเป็น
1).จะมีพื้นที่ต้นไม้สีเขียวเพิ่ม30ล้านไร่
2).มีมูลค่าทรัพย์สินจากต้นไม้กว่า3ล้านล้านบาทภายใน10ปี
3).มีข้าวปรมาณที่เพียงพอต่อการกินในประเทศและราคาดีขึ้น
4).มีโรงไฟฟ้าชีวมวลระดับชุมชนและสถานีจ่ายไฟฟ้าให้รถยนต์แทนปั้มน้ำมันและเป็นของชุมชน
5).มีธุรกิจเกี่ยวกับการแปรรูปไม้ การจัดการไม้รายย่อย ไม่โดนผูกขาดด้วยระบบทุน
6).ลูกหลานจะเลิกเป็นลูกจ้างในเมืองและกลับมาอยู่ชนบท
7).ปัญหาภัยธรรมชาติทั้งหลายจะหายไปแผ่นดินกลับมาอุดมดั่งกาลก่อน
…
ฯลฯ
…
พงศา ชูแนม หัวหน้าพรรคกรีน
บนเส้นทางด่นขุนทด สีคิ้ว กระสัง ศรีณรงค์ พิบูลย์มังสาหาร 14-17/6/64
ขอบคุณเรื่องจาก
https://www.facebook.com/groups/644198376506595/permalink/833309177595513/