#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
https://www.komchadluek.net/news/politic/471543
“ประธานหอการค้าไทย” ยัน หนุนรัฐบาล”เปิดประเทศ 120 วัน” ลั่นอย่าไปกลัว “โควิด-19”

23 มิถุนายน 2564 – 18:16 น.
นายกฯเชิญ3 สถาบัน หอการค้า/สภาอุตสาหกรรม /สมาคมธนาคารไทย และสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย ร่วมหารือช่วย SMEs ฝ่าวิกฤตโควิด-19 ด้านประธานหอการค้าไทย ยัน หนุนรัฐบาล เปิดประเทศ 120 วัน อย่าไปกลัว “โควิด-19”
วันนี้(23 มิถุนายน 2564)เวลา14.30 น. ณ ห้องประชุมสีเขียว ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุมหารือนโยบายช่วยเหลือ SMEs โดยได้เชิญสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สมาคมธนาคารไทยและสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย ร่วมหารือถึงนโยบายและมาตรการช่วยเหลือ SMEs ลดภาระต้นทุน เพิ่มสภาพคล่องและเสริมรายได้เพิ่มเพื่อให้ SMEs สามารถประคับประคองธุรกิจให้ผ่านพ้นช่วงเวลาวิกฤตินี้โควิด-19และไปต่อได้
โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่าที่ผ่านมานายกรัฐมนตรีและรัฐบาลได้ออกมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการเพื่อลดผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 อย่างต่อเนื่องทั้งการเพิ่มรายได้และลดต้นทุนเช่น ด้วยการเร่งรัดการใช้จ่ายภาครัฐและกระตุ้นการการบริโภคภายในประเทศผ่านโครงการต่างๆอาทิ โครงการเราชนะ คนละครึ่ง ม33 เรารักกัน รวมทั้งเพิ่มวงเงินให้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ การจัดให้มีสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำผ่าน พ.ร.ก. Soft Loan โครงการค้ำประกันเงินกู้และสินเชื่อสำหรับกลุ่มธุรกิจท่องเที่ยวรวมทั้งการออกมาตรการพักทรัพย์ พักหนี้ และปรับโครงสร้างหนี้ การลด/เร่งคืนภาษี ให้กับผู้ประกอบการส่งออกและขยายระยะเวลาการยื่นภาษีบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล
นอกจากนี้ยังมีมาตรการสนับสนุนอื่นๆอาทิ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการให้บริการDigital Factoringและกระบวนการสนับสนุนโดยธนาคารแห่งประเทศไทยการออกกฎกระทรวงการคลังกำหนดให้หน่วยงานของรัฐจัดซื้อจัดจ้างจาก SMEs และการออกประกาศคณะกรรมการแข่งขันทางการค้า กำหนดแนวปฏิบัติทางการค้าที่เป็นธรรม เกี่ยวกับระยะเวลาการให้สินเชื่อการค้ำ(Credit Term)กรณี SMEs เป็นผู้ขายสินค้าหรือบริการ
ระหว่างการประชุมนายกรัฐมนตรียังได้กล่าวว่า ภาคเอกชนถือเป็นพันธมิตรสำคัญของรัฐบาลในการเข้ามามีส่วนร่วมสนับสนุน SMEs ตามแนวทางและมาตรการของรัฐโดยเฉพาะการจูงใจให้ SMEs มาจดทะเบียนกับภาครัฐเพื่อให้เข้าถึงมาตรการต่าง ๆ ของภาครัฐเช่น เข้าถึงการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ช่วยเสริมสภาพคล่องและเงินทุนหมุนเวียนในการประกอบธุรกิจ อาทิ การสนับสนุนให้ได้รับสินเชื่อ/สินเชื่อ Factoring ดอกเบี้ยต่ำ ร่นระยะเวลาการชำระสินเชื่อการค้าแก่ SMEs ที่เป็นผู้ขายให้เร็วขึ้น จับคู่ผู้ประกอบการขนาดใหญ่ที่มีศักยภาพเข้ามาช่วยเหลือและให้ความรู้กับ SMEs ในการพัฒนาทักษะที่สำคัญในการประกอบธุรกิจ
โอกาสนี้นายกรัฐมนตรียังได้ขอให้สภาหอการค้าไทยแห่งประเทศไทยและสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยหารือร่วมกับสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทยเพื่อเพิ่มบทบาทในการสนับสนุน SME ที่สอดรับกับความต้องการของ SME โดยแท้จริงอีกด้วย รวมทั้งสั่งการให้เร่งประชาสัมพันธ์และขยายผลมาตรการช่วยเหลือต่างๆทั้งของภาครัฐและเอกชนและการเพิ่มศักยภาพและสร้างโอกาสให้กับผู้ประกอบการSMEs โดยจะให้ทุกส่วนที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการตามแนวทางที่ได้มีการหารือทันที่เพราะSMEs จำนวนมากกำลังประสบปัญหาในทุกวันนี้
โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยังเปิดเผยว่าหอการค้าไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยได้ตอบรับแนวทางนโยบายการเปิดประเทศ 120 วัน พร้อมสนับสนุนการฉีดวัคซีนตามแผนเปิดประเทศและจะใช้“ภูเก็ตโมเดล”เป็นต้นแบบในการจัดทำมาตรการให้สามารถเปิดพื้นที่เศรษฐกิจการค้า การท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดที่มีศักยภาพพร้อมเตรียมธุรกิจที่อยู่ในซัพพลายเชนของการท่องเที่ยว รองรับการเปิดประเทศด้านการท่องเที่ยว อาทิ อาหารและเครื่องดื่ม สินค้าของขวัญของที่ระลึก สินค้าในซัพพลายเชนของโรงแรม ขณะเดียวกัน สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยได้ให้ความมั่นใจว่าจะดูแลและป้องกันสุขภาวะในสถานประกอบการเพื่อป้องกันควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในสถานประกอบการและแรงงานด้วย
โอกาสนี้หอการค้าไทยได้นำเสนอมาตรการระยะสั้นและวางรากฐานช่วย SMEs ไทย อาทิ การปล่อยสินเชื่อให้ SMEs ผ่านผู้ประกอบการค้าปลีก ปลดล็อคลูกหนี้ที่ติดเครดิตบูโร/NPL เข้าถึงแหล่งเงินทุนให้รัฐผ่อนคลายกฎระเบียบให้สถาบันทางการเงินมีอิสระในการใช้ดุลยพินิจมากขึ้น ขณะที่สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทยนำเสนอมาตรการเร่งด่วนเข้าถึงแหล่งทุนและลดการว่างงาน อาทิ ทั้งการพกต้น-พักดอก-เติมทุน มาตรการสร้างงานสร้างเศรษฐกิจชาติ(Thailand e-Job Platform)เฟรนไซส์ไทย สร้างอาชีพ สร้างเศรษฐกิจไทย กองทุนฟื้นฟู NPLs เพื่อการพัฒนา mSMEs ไทย และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ได้เสนอ 8 แนวทาง 3 ด้านสำคัญ คือ ด้านการเงิน อาทิ มาตรการสินเชื่อ Supply Chain Factoring โครงการจำนำสต็อกสินค้า ขยายผลมาตรการจาก พรก. Soft Loan เป็นต้น ด้านการตลาด สนับสนุนสินค้า SME ที่ขึ้นทะเบียน Thai SME-GP ของสสว. และด้านการลดค่าใช้จ่าย อาทิ มาตรการ คนละครึ่ง-ภาคSME โครงการ Co-payment ค่าแรงงาน เป็นต้นด้วย
ประธานหอการค้าไทย ยันหนุนรัฐบาลเปิดประเทศ 120 วัน อย่าไปกลัวโควิด-19 อยู่กับเราไปอีกนานชี้ถึงเวลานำเงินนอกประเทศเข้ามาช่วยฟื้นฟู
นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวภายหลังเข้าร่วมประชุมกับนายกรัฐมนตรี ว่า หอการค้าแห่งประเทศไทยพร้อมที่จะสนับสนุนนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลในการเปิดประเทศไทย 120 วันซึ่งตรงกับวันที่ 14 ตุลาคม 2564เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับชาวต่างชาติว่าประเทศไทยมีความพร้อมแล้วซึ่งสิ่งที่ประเทศไทยจะได้ประโยชน์คืนเงินใหม่ที่จะเข้ามาจากต่างประเทศเพราะทุกวันนี้เรากินบุญเก่าใช้เงินเดิมเยียวยาและหามาตรการกระตุ้นเท่านั้นซึ่งไม่เพียงพอโดยเฉพาะธุรกิจเอสเอ็มอีพึ่งหวังเงินจากรัฐบาลดังนั้นสรุปแล้วการท่องเที่ยวจะต้องเปิดเพื่อให้นักธุรกิจนักลงทุนเดินทางเข้ามาในประเทศไทยด้วย และคนไทยก็จะได้เดินทางออกนอกประเทศเพื่อไปหาออเดอร์สินค้าต่างๆเพื่อให้ธุรกิจเดินต่อไปได้
นายสนั่น กล่าวว่า ขณะเดียวกันตนได้พูดคุยกับหอการค้าจังหวัดทั่วประเทศว่าเราจะต้องมีความพร้อมโดยเฉพาะโรงแรม ร้านอาหาร พนักงาน จะต้องเตรียมตัวให้พร้อมรองรับการเปิดประเทศ ซึ่งก่อนจะไปถึงจุดนั้นหอการค้าไทยจะต้องเป็นคนไปพูดคุยกับทางสถาบันการเงินเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการที่มีความลำบากให้มีโอกาสได้ฟื้นคืนได้
นายสนั่น กล่าวว่า เมื่อนายกรัฐมนตรีประกาศว่า 120 วันจะเปิดประเทศเราทุกคนถือว่าเป็นภารกิจของเราแล้วเช่น นายกบอกว่าหาวัคซีนมาฉีดให้กับคนไทยให้ได้ 50 ล้านคน ซึ่งทำให้เรามีความสบายใจ ขณะเดียวกันหน่วยงานด้านสาธารณสุขและบุคลากรทางการแพทย์ก็ต้องหาวิธีไม่ให้เกิดโรคระบาดซ้ำหนักมากขึ้นโดยเฉพาะชาวกรุงเทพมหานครต้องหาวิธีช่วยกันเพื่อไม่ให้เกิดการระบาดขยายตัวยิ่งขึ้นซึ่งทุกคนต้องช่วยกันบูรณาการงานทุกภาคส่วนจะปล่อยให้นายกฯดำเนินการแก้ไขคนเดียวไม่ได้
นายสนั่น กล่าวว่า ขณะเดียวกันตนได้พูดคุยกับหอการค้าจังหวัดทั่วประเทศว่าเราจะต้องมีความพร้อมโดยเฉพาะโรงแรม ร้านอาหาร พนักงาน จะต้องเตรียมตัวให้พร้อมรองรับการเปิดประเทศ ซึ่งก่อนจะไปถึงจุดนั้นหอการค้าไทยจะต้องเป็นคนไปพูดคุยกับทางสถาบันการเงินเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการที่มีความลำบากให้มีโอกาสได้ฟื้นคืนได้
ส่วนกรณีที่แพทย์เสนอให้ล็อกดาวน์กรุงเทพมหานคร7 วันตรงนี้หอการค้าไทยมีความกังวลใดหรือไม่ นายสนั่น กล่าวว่า เราต้องมาตั้งคำถามกันก่อนว่าทำไมเราถึงต้องเปิดประเทศอีกทั้งโควิด-19 ก็ต้องอยู่กับเราตลอดไป เราจึงต้องปรับตัวอย่างไรเพื่อให้อยู่กับโควิด-19และปรับตัวให้เปิดประเทศได้ หากเรามัวแต่กลัวอย่างเดียวขณะที่คนอื่นเขาเปิดไปแล้วเราก็จะเสียโอกาสดังนั้นการฉีดวัคซีนโควิด-19 เพียงอย่างเดียวก็จะทำให้คนไทยเรามีความปลอดภัย เช่น บางประเทศที่วัคซีนเข้าถึงเศรษฐกิจของเขาก็กลับคืนมาเร็วมากและใครที่จะเข้าประเทศเราก็มีมาตรการป้องกันที่รัดกุมฉะนั้นยืนยันว่า120 วันนี้ทุกคนต้องช่วยกันเพราะถือเป็นหน้าที่
ส่วนในวันเดียวกันนี้ทางหอการค้าแห่งประเทศไทยได้เสนอโครงการเยียวยาประชาชนเพิ่มเติมหรือไม่ นายสนั่น กล่าวว่า คิดว่าโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้เป็นสิ่งที่ยุ่งยากแต่ก็ให้ลองใช้ไปก่อนส่วนโครงการช็อปดีมีคืนถือว่าสะดวกที่สุด
ทั้งนี้หอการค้าได้มีข้อเสนอเพิ่มเติมถึงนายกรัฐมนตรี ประกอบด้วย 1.ขอให้ปล่อยสินเชื่อให้เอสเอ็มอีผ่านผู้ประกอบการค้าปลีก โดยธนาคารจะเป็น ผู้พิจารณาความเสี่ยงผ่านผู้ประกอบการค้าปีกผ่านระบบข้อมูลออนไลน์ในการตรวจสอบ
โดยในมาตรการระยะสั้นได้สนับสนุนให้เอสเอ็มอีรายย่อยที่เป็นผู้ค้ากับผู้ประกอบการค้าปลีกให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่มีอันตราดอกเบี้ยต่ำได้อย่างทั่วถึง การขยายผล มาตรการช่วยเหลือเยียวยาของธนาคารแห่งประเทศไทยทั้ง สินเชื่อ การพักทรัพย์พักหนี้ การให้วงเงินเพิ่ม ร่วมถึงมีการลดระยะเวลาการให้สินเชื่อแก่คู่ค่าของบริษัทโดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจผู้ค้าขนาดกลางและขนาดย่อม สำหรับมาตรการระยะยาวมีโครงการ e-factoring ร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย สมาคมค้าปลีกสมาคมธนาคารไทย และบริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติที่จะทำฐานข้อมูลร่วมกัน การทำระบบฐานข้อมูลผู้ประกอบการโดยร่วมกับสถาบันการเงินทั้งภาครัฐและเอกชนเพื่อให้มาตรการต่างๆเข้าถึงผู้ประกอบการได้โดยตรงโปร่งใส่และวัดผลได้รวมถึงแก้ไขกฎระเบียบเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ประกอบการดำเนินธุรกิจได้โดยแก้ปัญหาเรื่องของใบอนุญาตประกอบธุรกิจต่างๆ การขยายใบอนุญาตก่อสร้างรวมถึงประกาศคณะกรรมการแข่งขันทางการค้าประเด็นระยะเวลาให้สินเชื่อทางการค้า
2.เสนอให้ภาครัฐผ่อนคลายกฎระเบียบเพื่อให้สถาบันทางการเงินใช้กฎเกณฑ์พื้นฐานในการให้สินเชื่อ โดยพิจารณาในหลายส่วนไม่ใช่จากเครดิตบูโรเพียงอย่างเดียว
3. พิจารณาปลดล็อคให้ลูกหนี้ที่ติดเครดิตบูโรหรือเอ็นพีแอลให้เข้าแหล่งเงินทุน
4.เสนอให้ลดค่าธรรมเนียมค่าประกันบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม(บสย.) เพื่อลดต้นทุนให้เอสเอ็มอีเข้าถึงแหล่งเงินทุนให้มากขึ้น
ทั้งนี้ทางหอการค้าสนับสนุนการฉีดวัคซีนให้ได้ตามแผนเปิดประเทศรวมถึงการควบคุมการระบาดพร้อมสนับสนุนรัฐบาลในการวางแผนใช้เงินกู้ 5 แสนล้านบาทในไตรมาสที่ 3 และ 4 เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจไทยที่จะไปช่วยเสริมมาตรการของรัฐทั้งคนละครึ่งยิ่ง,ใช้ยิ่งได้,โครงการเราเที่ยวด้วยการซึ่งจะเป็นการกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยของประชาชนได้มากยิ่งขึ้น