#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/likesara/582845

ชีวิตสุดรันทด! พ่อเฒ่าอดีตมือพิณคณะหมอลำ ตาบอดใช้ชีวิตอยู่เพียงลำพัง (คลิป)
วันศุกร์ ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2564, 08.34 น.
25 มิ.ย.64 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้รับการร้องทุกข์จากชาวบ้านว่า มีคุณตาท่านหนึ่งวัย 62 ปี ตาบอดมืดมิดใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก มีเพียงเงินผู้สูงอายุ และเบี้ยผู้พิการเท่านั้นประทังชีวิต วอนสื่อ และหน่วยงานช่วยเหลือเยียวยา
เมื่อไปถึงบ้านบ้านเลขที่ 42 บ.เกาะกระโพธิ์ ต.กู่ อ.ปรางกู่ จ.ศรีสะเกษ (เขตพื้นที่ติดต่อ จ.สุรินทร์ ) พบ นายตาเล็ง พรหมลิ อายุ 62 ปี นั่งอยู่คนเดียวตามลำพังบนเตียงไม้สภาพเก่าๆ เป็นที่หลับนอนใช้ชีวิตมาอย่างยาวนาน และลำบากมากๆ
นายตาเล็ง เล่าให้ฟังว่า ตนตาบอดมา 55 ปีแล้ว ตามืดมิดมานานตั้งแต่ตนเองเรียนอยู่ชั้น ป.2 ตอนนั้นออกไปหายิงนก ยิงกิ้งก่า หากินเพื่อความอยู่รอดกับเพื่อนๆในสมัยนั้น ช่วงที่กำลังยิ่งกิ้งก่าแล้วเกิดพลาดยิงโดนลูกตาตัวเอง ทำให้ตนตาบอดตั้งแต่นั้นมาจนถึงปัจจุบัน มองไม่เห็น และช่วยเหลือตัวเองอย่างยากลำบาก จะไปไหนมาไหนก็ต้องมีคนคอยจูงมือตลอด เดินเหินก็ลำบากเพราะมองไม่เห็น สมัยหนุ่มๆเคยมีคณะหมอลำชื่อดังหลายวงมาให้ไปเป็นมือดีดพิณ และสร้างสีสันให้คนได้มีความสุขมาหลายปี
แต่พอผ่านไปยุคสมัยเปลี่ยน ตนไม่มีแรงไม่มีงาน อยู่บ้านก็ทำอะไรไม่ได้ อยู่แต่กับที่ไปไหนไม่ได้ พ่อแม่ก็เสียชีวิตไปหมด ไม่มีญาติพี่น้องดูแล คุณน้า สงสารจึงรับมาอยู่ด้วย ที่บ้านเกาะกระโพธิ์ ต.กู่ อ.ปรางกู่ จ.ศรีสะเกษ จนถึงทุกวันนี้อยากช่วยเหลืองานคุณน้า ก็ทำไม่ได้ เพราะมองไม่เห็น รู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ ท้อแท้ต่อโชคชะตาชีวิต แต่ก็ไม่รู้จะทำอย่างไรได้ อยากจะลืมตามองแสงสว่างเหมือนเดิมก็ทำไม่ได้ แค่คิดก็หมดสิทธิ์แล้ว แต่ก็ต้องสู้ เราเกิดมาแล้วก็ต้องดิ้นรนสู้ชีวิตให้อยู่รอดต่อไปให้ได้ ทุกวันนี้ตนมีเพียงเงินคนพิการเดือนละ 700 บาท ประทังชีวิตให้อยู่รอดไปวันๆ เพราะตนเองไปไหนไม่ได้ ไปไกลสุดได้แค่ที่นอน และเข้าห้องน้ำเท่านั้น
นางบุตร วงค์ลา อายุ 69 ปี (น้าสาว) เล่าว่า ตนมีศักดิ์เป็นน้าของนายเล้งหลานชายเป็นคนที่น่าสงสารมากๆ เกิดมาลืมตาดูโลก และแสงสว่างได้แค่ไม่กี่ปี ตาก็มามืดบอดมองไม่เห็นอะไร ตนเองก็สงสารแต่ไม่รู้จะช่วยเหลือหลานได้อย่างไร ทุกวันนี้ตนก็รับมาดูแลอยู่ที่บ้าน หุงข้าวทำกับข้าวให้กินทุกวัน เจ็บป่วยตนเองก็จะพาไปหาหมอทุกครั้งเพราะความสงสาร ทำแบบนี้มานานหลายสิบปีแล้ว อยากจะช่วยเหลือให้มากกว่านี้ก็ทำอะไรไม่ได้ ไม่รู้ว่าใครจะตายก่อนกัน ก็ได้แต่ดูแลไปแบบนี้จนกว่าตนเองจะสิ้นลมแค่นั้น ตนก็ลำบากหนักมากเช่นกัน เพราะฐานะก็ไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่ ก็ดูแลตามมีตามเกิดไปวันๆ เพื่อความอยู่รอด ตนอยากวอนถึงท่านผู้ใจบุญ ใจเมตตาหากสงสารนายเล้ง อยากจะบริจาคเป็นข้าวสารอาหารแห้งก็สามารถส่งมาให้ตามที่อยู่ 42 บ.เกาะกระโพธิ์ ต.กู่ อ.ปรางค์กู่ จ.ศรีสะเกษ หรือท่านผู้ใจบุญจะโอนเป็นเงิน มีเลขบัญชีธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ ที่เลขบัญชี 017392946355 สาขาปรางค์กู่ ชื่อบัญชีนาง บุตร วงค์ลา (น้าสาว) ตนเองขอกราบขอบพระคุณท่านผู้ใจบุญ ใจกุศลที่เมตตา และสงสารช่วยเหลือหลานชายของตนเองในครั้งนี้