#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
https://www.posttoday.com/world/656463
วันที่ 25 มิ.ย. 2564 เวลา 19:00 น.
สหประชาชาติเผยสถานการณ์ความรุนแรงในเมียนมาส่งผลให้มีประชาชนอพยพแล้วกว่า 2 แสนราย
สถานการณ์การเมืองในประเทศเมียนมาตึงเครียดนับตั้งแต่การรัฐประหารวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตจากการปราบปรามประชาชนผู้ต่อต้านรัฐประหารโดยกองกำลังเมียนมาไปแล้วอย่างน้อย 877 ราย และมีผู้ถูกจับกุมอีกหลายพันราย
ล่าสุด สำนักงานเพื่อการประสานงานด้านมนุษยธรรมแห่งสหประชาชาติ (OCHA) เผยว่าพลเมืองประมาณ 230,000 รายในเมียนมาต้องอพยพย้ายถิ่นฐาน เพื่อหลีกหนีจากความรุนแรงและการสู้รบในประเทศขณะนี้
นอกจากนี้ OCHA ระบุว่าผู้พลัดถิ่นและชุมชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบกำลังต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ไม่ว่าจะเป็นอาหาร ที่พักพิง ของใช้พื้นฐาน การเข้าถึงบริการสาธารณสุข น้ำและสุขาภิบาล ตลอดจนการคุ้มครองต่างๆ รวมถึงการดูแลทางด้านจิตใจ
รายงานระบุว่ามีผู้พลัดถิ่นถึง 177,000 รายในรัฐกะเหรี่ยงซึ่งมีพรมแดนติดกับประเทศไทย โดยในจำนวนนี้มีมากถึง 103,000 คนที่อพยพเมื่อเดือนที่ผ่านมา
นอกจากนี้ยังมีอีกกว่า 20,000 รายที่อพยพหลบหนีกระจัดกระจายไปยังศูนย์อพยพอย่างน้อย 100 แห่ง หลังเกิดการสู้รบระหว่างกองทัพเมียนมาและกองทัพประชาชนในรัฐชินซึ่งมีพรมแดนติดกับอินเดีย
ขณะที่ผู้อพยพหลายพันคนหลบหนีการสู้รบทางตอนเหนือของรัฐคะฉิ่นและรัฐฉาน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่กองกำลังติดอาวุธชนกลุ่มน้อยปักหลักต่อสู้กับกองทัพมานานแล้ว
- ผู้นำรัฐประหารขอบคุณรัสเซียที่สนับสนุนทหารเมียนมา
- กองทัพเมียนมาปะทะกองกำลังต่อต้านเผด็จการในมัณฑะเลย์
ทั้งนี้ หน่วยงานของสหประชาชาติชี้ว่าไม่ได้นิ่งนอนใจและกำลังดำเนินการเพื่อบรรเทาทุกข์พวกเขา แต่ถูกขัดขวางจากการปะทะกันด้วยอาวุธ ความรุนแรง และความไม่มั่นคงภายในประเทศ
สหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNU) ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มติดอาวุธเก่าแก่ของเมียนมาแสดงความกังวลถึงการเสียชีวิตของประชาชนจำนวนมาก รวมถึงการใช้ความรุนแรงเกินกว่าเหตุของกองทัพเมียนมาที่ทวีความรุนแรงไปทั่วประเทศ
อย่างไรก็ตาม KNU ออกแถลงการณ์ยืนยันว่าจะยืนหยัดต่อสู้กับรัฐบาลทหารต่อไป และให้คำมั่นว่าจะคุ้มครองประชาชนมือเปล่าอย่างสุดความสามารถ
ขณะที่สำนักข่าวต่างประเทศระบุว่าความพยายามในการเจรจาของอาเซียน ตลอดจนมติของสหประชาชาติที่เรียกร้องให้กองทัพเมียนมายุติการใช้ความรุนแรงนั้นไม่ประสบผลสำเร็จ โดยรัฐบาลทหารเมียนมายืนยันที่จะยึดตามแผนฟื้นฟูความสงบเรียบร้อยของตนต่อไป และจะจัดการเลือกตั้งใหม่ในอีก 2 ปี
โดยการก่อรัฐประหารซึ่งนำโดยพลเอก อาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของเมียนมานั้นส่งผลให้เกิดการลุกฮือของประชาชนที่ออกมาเดินขบวนประท้วง และการปราบปรามของกองทัพเมียนมาซึ่งนำไปสู่ความรุนแรงทั่วประเทศ
จนล่าสุดเกิดการก่อตัวของกองทัพประชาชนพร้อมด้วยอาวุธครบมือเพื่อสู้รบกับทหารเมียนมา ซึ่งพวกเขายังเผยว่านี่อาจนำมาซึ่งสงครามในอีกไม่ช้า
Photo by STR / AFP