#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/likesara/582873

หาดูยาก! การแทงหยวกทำปราสาทผึ้ง ภูมิปัญญารุ่นต่อรุ่น
วันศุกร์ ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2564, 11.23 น.
ภูมิปัญญาและศิลปะฝีมือแทงหยวกทำปราสาทผึ้งที่กำลังจะสูญหายและกำลังจะถูกส่งจากรุ่นสู่รุ่นต่อ ณ ที่ตรงนี้อุดรธานี การแทงหยวกทำปราสาทผึ้ง บ้านบ่อน้ำ อ.เมืองอุดรธานี หนึ่งเดียวที่ยังคงหลงเหลืออยู่บ้าง
ในยุค 4.0 หรือ 5.0 การแทงหยวกยังคงเป็นอีกหนึ่งงานฝีมือและศิลปะที่ใช้ในการประกอบพิธีกรรมสำคัญของคนแทบสุวรรณภูมิ โดยส่วนใหญ่จะเห็นในพิธีกรรมงานบุญสำคัญๆ ทั้งงานมงคลและงานไม่เป็นมงคล ไม่ว่าจะเป็นงานแห่เทียน งานบวช งานบุญ และงานศพ งานฝีมือนี้จะแทงหยวกกล้วยให้มีลวดลายต่างๆ และประกอบติดกับโครงสร้างไม้ไผ่เป็นปราสาทและติดดอกผึ้ง ประดับตกแต่งให้สวยงามแห่หรือเอาไปทำพิธีเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่บรรพบุรุษและถวายเป็นพุทธบูชา ปัจจุบันที่ บ้านบ่อน้ำ อ.เมือง จ.อุดรธานี ยังคงมีชาวบ้านยังมีการทำและคงอนุรักษ์ไว้พร้อมส่งต่อภูมิปัญญาให้ผู้สืบเชื้อสาย

นายอุดร จำปาหอม อายุ 76 ปี เล่าว่า วิธีทำปราสาทผึ้งนั้นก็ไม่ยาก วัสดุหลักที่นำมาทำก็เอามาจากธรรมชาติ เช่น ไม้ไผ่และต้นกล้วยตานี การทำเริ่มจากทำฐานให้คล้ายคานหาม ปัจจุบันประยุคเอาวัสดุเหลือใช้คือกล่องโฟมมาทำฐานด้วย ต่อด้วยการตั้งเสา 4 มุม ใส่ขื่อ 4 ตัว ยึดให้แน่ด้วยเส้นลวดให้แข็งแรง การทำนั้นไม่ยากแต่จะเสียเวลาตรงตอนประกอบ การแทงหยวกเป็นลวดลายต่างๆ และตกแต่งให้สวยงาม ซึ่งการประดับตกแต่งจะตกแต่งด้วยกาบกล้วย หยวกกล้วย ดอกไม้ และขี้ผึ้ง เอกลักษณ์ของปราสาทจะสวยงานขึ้นกับลวดลายการแทงหยวก โดยลวดลายที่นำมาใช้ตกแต่งมี 4 แบบ คือ ลายเขี้ยวหมา ลายตีนเต่า ลายฟันสาม และลายนกน้อย รวมระยะเวลาในการทำแต่ละหลังราว 8-10 ชั่วโมง

ตามความเชื่อซึ่งสืบทอดต่อกันมา ปราสาทผึ้งคนเราจะนำไปร่วมในพิธีกรรมงานบุญสำคัญๆ ทั้งงานมงคลและงานไม่เป็นมงคล ส่วนใหญ่ที่ทำเขาจะเอาไปทำพิธีเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่บรรพบุรุษ โดยมีความเชื่อว่าปราสาทผึ้งนี้จะเป็นที่สถิตให้ผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว “ซึ่งว่าไปแล้ววิชาการทำปราสาทผึ้งและการแทงหยวกนั้น สมัยก่อนตอนหนุ่มๆไม่มีอะไรทำตอนนั้นไปนั่งดูผู้ใหญ่เขาทำก็ทำเป็น การนั่งดูหากนั่งดูตรงข้ามจะทำไม่เป็น ให้นั่งข้างๆแล้วสังเกตวิธีทำจนทำเป็น ทำมาแล้วนานกว่า 40 ปี” เคยมีคนมาขอเรียนขอความรู้แต่ก็ไม่เคยสอนใคร
.jpg)
ด้านนายธนากร จำปาหอม อายุ 41 ปี ลูกชาย เปิดเผยว่า การสืบทอดวิชาการทำปราสาทและแทงหยวกจากพ่อนั้น ถือว่าอาชีพนี้เป็นอาชีพที่ดี มันหาคนที่ทำแบบนี้ได้ยาก หากเป็นคนยุคใหม่แล้วน้อยมากที่จะเห็นความสำคัญในเรื่องนี้ อย่างน้อยก็อนาคตอาจจะเป็นอาชีพเสริม และก็ได้สืบสานวัฒนธรรมประเพณีโบราณ ก็ถือว่ามีความภูมิใจที่ได้วิชานี้จากพ่อ การทำก็ถือว่ายากเล็กน้อยแต่เราก็ใช้ความพยายาม การทำปราสาทนั้นก็ไม่ยากแต่จะยากตรงการควบคุมให้ลวดทั้งหมดมีความสมดุลกันโดยไม่ต้องใช้แบบ จุดนี้ถือว่ายากที่สุด
แต่นับวันอาชีพทำปราสาทผึ้งและแทงหยวกที่ต้องโชว์ฝีมือในการแทงหยวก กำลังจะเลือนจางหายไป น้อยคนนักที่อยากสืบสานจากรุ่นปู่ รุ่นพ่อ มายังรุ่นลูกและรุ่นหลาน ลูกหลานมองข้ามหันหน้าเข้าเมืองหางานทำหรืองานอื่นที่ดูแล้วจะมั่นคงกว่านั่นเอง






