#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/likesara/583892

หดหู่ใจ! นายจ้างกอดร่ำลาลูกน้องจำใจเลิกจ้าง หลังคำสั่งห้ามนั่งกินที่ร้าน-จนรายได้หด
วันอังคาร ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2564, 17.49 น.
วันที่ 29 มิถุนายน 2564 ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Tuii Klaewthanong เจ้าของร้าน “เสพเนื้อ” ซึ่งเป็นร้านอาหารที่จะชูวัตถุดิบหลักคือเนื้อวัว ได้โพสต์คลิปวิดีโอ ซึ่งเป็นภาพจากกล้องวงจรปิดภายในร้าน พร้อมระบุข้อความว่า “ภาพกล้องวงจรปิดวันที่ 27 มิถุยายน หลังเก็บร้านเสร็จ เตรียมตัวจะแยกย้ายกลับบ้าน ซึ่งวันต่อมาคือวันที่ 28 มิถุนายน เป็นวันที่รัฐบาลประกาศใช้มาตรการควบคุมโรค ห้ามร้านอาหารนั่งทานที่ร้าน ให้ซื้อกลับบ้านเท่านั้น
ตุ้ย : แม่วันนี้หนูให้แม่ 500 บาทนะ
แม่ยิ้ม : ไม่เอาลูก (วันนี้ไม่ได้ขายดี)
ตุ้ย : รับไปเถอะแม่ ตุ้ยขอโทษ ที่ตุ้ยต้องพักงานแม่เป็นเวลา 30วันนะ
แม่ยิ้ม : แม่เข้าใจ ไว้ร้านเปิดโทรหาแม่นะลูก ระหว่างนี้แม่จะหาอะไรทำเล็กๆน้อยๆไปก่อน
ตุ้ย : (กู… ผู้เป็นเจ้าของร้าน ที่ต้องบอกคนในทีมให้พักงาน กูกลับร้องไห้เอง เหมือนโดนเลิกจ้างเอง) แม่… ตุ้ยขอโทษ ตุ้ยแบกไม่ไหว มันหลายรอบแล้ว ตุ้ยขอโทษนะแม่ ไว้ร้านเปิดถ้าแม่ยังไม่ได้งาน แม่มาทำงานกับหนูนะ
แม่ยิ้ม : ได้ลูก สู้นะลูก สู้ต่อไปนะ อย่าท้อ ต้องสู้!
เราไม่อาจรู้ได้ว่า 30 วันหลังจากนี้ แม่จะได้งานใหม่และจะกลับมาทำงานกับเราไหม หรือจะยังรอเวลามาทำงานกับเราอีก แต่ความรู้สึกที่มีตอนนี้ ในสมองแม่งมีแต่ปัญหา มันช่างเหนื่อยล้าสำหรับตุ้ยเหลือเกิน บางทีการร้องไห้ไม่ใช่การแก้ปัญหา แต่มันเป็นการระบายความอัดอั้นที่อยู่ข้างใน โตแล้วก็ต้องร้องไห้บ้าง แต่ตุ้ยร้องไห้แทบทุกครั้งที่มีปัญหา เพราะตุ้ยไม่ได้เข้มแข็ง แต่ตุ้ยก็พร้อมสู้และแก้ปัญหา
หลังจากนี้ 30 วัน มาตรการที่ใช้ควบคุมโรค ขอให้ได้ผลนะ ไม่งั้นผู้ประกอบการ หรือไม่ว่าอาชีพไหนก็ตาย เราไม่เคยได้รับการเยียวยาอะไรจากภาครัฐ มีแต่เสียนั้น เสียนี้ แต่ก็ไม่มีอะไรพัฒนาเลย
#ไม่ใช่ร้านอาหารทุกร้านขายเดลิเวอร์รี่แล้วจะรอด #เห็นน้ำตาของประชาชนบ้างไหม #เห็นยังน้ำตากู #เสพเนื้อ”
ซึ่งหลากจากที่คลิปนี้ถูกเผยแพร่ออกไป ก็ทำให้มีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นรวมถึงให้กำลังใจเป็นจำนวนมาก
นอกจากนี้ ผู้โพสต์ยังได้ออกมาระบุอีกว่า “ใจเย็นๆกันนะคะ ร้านเสพเนื้อ ยังเปิดให้บริการปกติ แต่เปิดขายเฉพาะซื้อกลับบ้านเท่านั้น ตามมาตรการของทางภาครัฐ ซึ่งทางตุ้ยรู้ดีว่า การใช้มาตการนี้แต่ละครั้ง ยอดมันหายจนทางร้านเราเองแบกพนักงานทุกคนไม่ไหว แต่ได้คุยกับอม่แล้วว่าแวะเข้ามากินข้าว มานั่งเล่น หาของมาขายหน้าร้านได้
ตุ้ยได้คุยกับแม่ยิ้มแล้ว แม่เข้าใจสถานการณ์ดี และตุ้ยก็อยากให้แม่กลับมาทำงาน ตอนนี้ที่เราทำได้ก็คือ หาทางแก้ปัญหา กระตุ้นหาทางให้ยอดขายมันขายได้เยอะกว่านี้ เพื่อที่จะได้ไม่ทิ้งภาระให้ลูกจ้างต้องลำบาก ขอบคุณที่ทุกคนเป็นห่วงนะคะ แม่ยิ้มกับตุ้ยเข้าใจกันดี และเข้าใจสถานการณ์ดี”
ชมคลิป : คลิก