#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
https://www.komchadluek.net/news/politic/472832
“อาจารย์ กม.”ฟันธงถึงเวลาเอาผิด”ผู้นำฯ”จัดการ”โควิด” ผิดพลาด

3 กรกฎาคม 2564 – 21:53 น.
“อาจารย์ กม.”ฟันธงถึงเวลาเอาผิด”ผู้นำฯ” จัดการ”โควิด”ผิดพลาด “เจตนาทำคนตาย “
รศ.ดร.มุนินทร์ พงศาปาน คณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์เฟซบุ๊กว่า..
ถึงเวลาที่ศาลต้องสร้างบรรทัดฐานกฎหมายในการเอาผิดกับผู้บริหารสูงสุดของรัฐในการบริหารจัดการสถานการณ์ฉุกเฉินที่ผิดพลาดจนก่อให้เกิดความเสียหายใหญ่หลวงต่อประชาชน
การเพิกเฉยไม่ทบทวนผลลัพธ์ของการดำเนินนโยบายที่ผิดพลาด การไม่รับฟังข้อเสนอแนะในการแก้ปัญหาอย่างรอบด้านและความล่าช้าในการดำเนินการแก้ปัญหาทั้งที่มีอำนาจเบ็ดเสร็จสามารถดำเนินการได้ทันทีโดยไม่มีคำอธิบายที่สมเหตุสมผล
เป็นพยานหลักฐานที่ชี้ชัดถึงการ “งดเว้น” หน้าที่ที่พึงต้องกระทำ และ “จงใจ” ที่จะให้ความเสียหายดำรงอยู่ต่อเนื่องไป การกระทำละเมิดของเจ้าหน้าที่รัฐในขณะนี้เลยระดับของความประมาทเลินเล่อไปแล้ว
ในสถานการณ์ปกติต้นเหตุของความล่าช้าอาจมาจากระบบราชการที่ซับซ้อนและไม่มีประสิทธิภาพ แต่ในสถานการณ์ฉุกเฉินที่นักการเมืองรวบอำนาจตามกฎหมายแบบเบ็ดเสร็จเพื่อแก้ปัญหาความล่าช้าและความล้มเหลวทั้งหลาย
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการจัดหาวัคซีน จัดสรรวัคซีน การจัดการกับผู้ป่วยและการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ ไม่อาจโทษใครได้เลย นอกจากความไร้ประสิทธิภาพและขาดความรับผิดชอบของผู้ใช้อำนาจนั้น
“นักกฎหมายต้องช่วยกันยันว่า แม้แต่พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินก็ไม่อาจยกเว้นความรับผิดในทางแพ่งและอาญาให้กับเจ้าหน้าที่ของรัฐที่งดเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายได้”
ขณะที่ รศ.ดร.เอื้ออารีย์ อิ้งจะนิล รองคณบดีคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แชร์โพสต์ของรศ.ดร.มุนินทร์ พร้อมแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมว่าในฝรั่งเศสปี 1999 อดีตนายกฯ รมต.กระทรวงสาธารณสุขและรมต.กระทรวงสังคมต้องขึ้นศาลยุติธรรมแห่งสาธารณรัฐด้วยข้อหาฆ่าคนตายและทำให้คนบาดเจ็บโดยไม่เจตนา(homicides et blessures involontaires – คดี l’affaire du sang contamin)
จากมาตรการตรวจสอบเชื้อ HIVในการบริจาคโลหิตไม่ได้ดำเนินการอย่างเร่งด่วน ในช่วงที่เกิดการแพร่ระบาดของโรคเอดส์จนทำให้มีผู้เสียชีวิตจากการรับบริจาคโลหิตปนเชื้อ HIV ที่ไม่ได้ผ่านการตรวจสอบมากกว่า 1 พันคน
ในวันแรกของการพิจารณาคดี แม่ของเด็กวัย 5 ขวบที่เสียชีวิตจากการรับบริจาคโลหิตมีเชื้อ HIV รายหนึ่ง ตะโกนใส่อดีตผู้บริหารประเทศ 3 รายนี้
…“การเพิกเฉยของพวกคุณต่อความเร่งด่วนของโรคเอดส์ ไม่ต่างอะไรกับการเพิกเฉยของการมีค่ายกักกันเมื่อปี 1945”คดีนี้เป็นคดีแรกในสาธารณรัฐที่ 5 ของฝรั่งเศส(1958)ที่นักการเมืองเข้าสู่กระบวนการพิจารณาความรับผิดในทางอาญาต่อการบริหารอำนาจหน้าที่ของตน
ทั้งนี้มีผู้เข้ามาคอมเมนต์ถามว่า“ฟ้องนายก ทางไหนได้บ้างครับ จงใจไม่ซื้อวัคซีน mRNA ปล่อยคนไทยตายที่บ้าน”
รศ.ดร.เอื้ออารีย์ ตอบคำถามว่า ไม่ใช่แค่นายก…รมต. /ทีมแพทย์ที่ปรึกษา/ขรก. ที่เกี่ยวข้องต้องเอามาชำระความให้หมด พวกคุณไปถึงเจตนาทำคนตายแล้ว