กรมบัญชีกลาง ซัด “รฟท.” ส่อฮั้ว “รถไฟทางคู่” เหนือ-อีสาน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/473047

กรมบัญชีกลาง ซัด”รฟท.”ส่อฮั้ว “รถไฟทางคู่”เหนือ-อีสาน

5 กรกฎาคม 2564 – 19:51 น.

กรมบัญชีกลาง เผยฮั้วประมูล”รถไฟทางคู่”สายเหนือ-อีสาน สังคม-หน่วยงานรัฐมีสิทธิตรวจสอบสั่งเบรกโครงการฯ ยันผู้แพ้ประมูลลุยยื่นฟ้องอุทธรณ์ได้ ฟาก “รฟท.”มั่นใจแบ่งสัญญาใหม่ไม่กระทบโครงการฯล่าช้า

นายประภาส คงเอียด  อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยถึงกรณีข้อสังเกตที่ผู้ชนะการประมูลโครงการรถไฟทางคู่ทั้ง 2 สายประกอบด้วย โครงการรถไฟทางคู่สายเด่นชัย-เชียงของ และโครงการรถไฟทางคู่สายบ้านไผ่-นครพนม ที่มีการเสนอราคาห่างจากราคากลางไม่มากนั้นเนื่องจากราคากลางจะมีการเปิดเผยให้ทราบโดยทั่วกันอยู่แล้ว จึงเป็นเรื่องของผู้เข้าประมูลที่จะประเมินราคาที่รับได้และเสนอราคาเพื่อสู้กับราคากับผู้ร่วมประมูลรายอื่นที่เสนอมา

ส่วนกรณีประเด็นมีการฮั้วประมูลกันของรายใหญ่หรือไม่ เป็นเรื่องที่ตอบยาก เพราะไม่สามารถรู้ได้ว่า ผู้เข้าประมูลแต่ละรายมีการพูดคุยกันนอกรอบก่อนเข้าร่วมประมูลหรือไม่ซึ่งในระบบ e-bidding จะไม่สามารถดูได้ว่ามีใครซื้อซองหรือจะมีใครมาร่วมประมูล 

หากผู้เข้าประมูลรู้กันเองก็เป็นเรื่องที่เกินวิสัยที่กรมบัญชีกลางจะไปป้องกันได้แต่ทุกเรื่องที่เป็นการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ

หากพบว่าการมีการกระทำที่อาจมิชอบหรือพบพิรุธผู้ร่วมประมูลรายอื่นที่แพ้การประมูล สามารถยื่นอุทธรณ์ได้ หรือแม้แต่สังคมซึ่งถือเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเพราะเป็นโครงการของรัฐ เป็นบริการสาธารณะหากพบว่าการกระทำครั้งนี้อาจมิชอบด้วยกฎหมาย

หรือถ้ามีหลักฐานก็สามารถยื่นเรื่องไปยังหน่วยงานที่มีอำนาจในการตรวจสอบได้เช่นกัน เช่น ปปช. สตง. ผู้ตรวจการแผ่นดิน เป็นต้น

ซึ่งหน่วยงานเหล่านี้มีอำนาจเข้าไปตรวจสอบและหากพบพิรุธก็สามารถสั่งชะลอโครงการได้จนกว่าการตรวจสอบข้อเท็จจริงจะแล้วเสร็จซึ่งจะมีกฎหมายในการกำกับกระบวนการตรวจสอบของแต่ละหน่วยงาน 

รายงานข่าวจากการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.)กล่าวถึงกรณีการฮั้วประมูลรถไฟทางคู่สายเหนือและสายอีสาน ว่าทางรฟท.ได้มีการปรับเปลี่ยนการแบ่งสัญญา6+1 ของซูปเปอร์บอร์ดเป็น 3 สัญญา รวมการติดตั้งอาณัติสัญญาณ ตามมติที่คณะรัฐมนตรี(ครม.)อนุมัติรอบแรก เนื่องจากมีประสบการณ์เปรียบเทียบสัญญาใหญ่รวม SNL ในโครงการรถไฟทางคู่เส้นทางสายชุมทางจิระ-ชุมทางแก่งคอย โดยมาจากปัจจัยภายนอก

เช่นการเวนคืนและการปรับแบบสถานีบ้านไผ่ที่มีชาวบ้านเรียกร้องมาซึ่งเป็นโครงการที่มีความสำเร็จเสร็จใกล้เคียงกับเป้าหมายและมีความล่าช้าเพียง 6 เดือน 

 ขณะที่โครงการทางคู่ ระยะที่ 1 ทั้ง 3 สายทาง แบ่งแยกสัญญา SNL ปัจจุบันพบว่ากำหนดแล้วเสร็จของโครงการจะล่าช้าออกไปมากกว่า 2 ปีเพราะมีความล่าช้าตั้งแต่การประกวดราคา inter bid ของงานระบบอาณัติสัญญาณ และการประสานการทำงาน การส่งต่อข้อมูล การมอบพื้นที่ ระหว่างงานโยธากับ SNL

จึงเป็นประสบการณ์ว่าการแบ่งสัญญาใหญ่รวม SNL มีผลกับความสำเร็จในการดำเนินงานมากกว่าการแบ่งเป็นสัญญาย่อย ซึ่งไม่ได้เป็นหลักประกันว่าจะเกิดการแข่งขันราคาได้อย่างสมบูรณ์รวมทั้งค่าวัสดุเหล็กปรับตัวสูงขึ้นถึง 40% ในการประกวดราคาครั้งนี้

รายงานข่าวจากรฟท.กล่าวว่า กรณีที่มีการแบ่งเค้กและฮั้วราคาในส่วนของ รฟท. ได้ดำเนินการทุกอย่างตามระเบียบขอบเขตของ รฟท. รวมทั้งดำเนินการทุกขั้นตอนของการประกวดราคาให้เป็นไปตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐพ.ศ. 2560

สำหรับระบบการประกวดราคาแบบ e-Bidding เป็นระบบที่ได้พัฒนารูปแบบจากการประกวดราคาด้วยวิธีการยื่นซอง เป็นการประกวดราคาแบบ e-Auction จนกระทั่งเป็นการประกวดราคาแบบ e-Bidding ซึ่งถือว่าเป็นระเบียบที่มีความโปร่งใสมากที่สุดในปัจจุบันของทางราชการ

ขณะเดียวกันในการประมูลโครงการรถไฟทางคู่ 2 สาย รฟท.ได้ดำเนินการตามนโยบาย Thai First ไทยทำ ไทยใช้ คนไทยต้องได้ก่อนโดยกำหนดให้บริษัทที่ยื่นประมูลเป็นคนไทยสามารถยื่นประมูลได้แต่หากมีการยื่นเป็นชาวต่างชาติต้องมีกลุ่มผู้นำเป็นคนไทย

อย่างไรก็ตามงานก่อสร้างอุโมงค์ต้องมีการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยทำให้เพิ่มการแข่งขันของงานก่อสร้างเส้นทางรถไฟสายเด่นชัย เชียงราย เชียงของ ซึ่งกำหนดให้งานอุโมงค์ผู้ที่จะยื่นประมูลสามารถนำผลงานในไทยหรือใช้ผลงานจากต่างประเทศได้ และหากผู้ร่วมประมูลเป็นต่างชาติก็สามารถเข้าร่วมกับบริษัทของไทยที่มีผลงานทางรถไฟได้

รฟท.ไม่ได้นิ่งเฉยได้มีการมอบหมายให้ที่ปรึกษาการประกวดราคาตรวจสอบยืนยันความเหมาะสมของเงื่อนไข และราคากลางของงานพบว่า ราคากลาง ราคาค่าก่อสร้างทั้ง งานโยธา/งานทางรถไฟและอาณัติสัญญาณฯเฉลี่ยต่อ กม. ของโครงการรถไฟทางคู่สายเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของและทางคู่สาย บ้านไผ่-มุกดาหาร-นครพนม มีราคาต่อ กม. ต่ำกว่าโครงการทางคู่ที่ก่อสร้างมาก่อนหน้านี้ทุกสาย

และยังพบว่าราคาค่าก่อสร้างอุโมงค์ ต่อ กม.ของคู่สายเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของต่ำกว่างานก่อสร้างอุโมงค์ ช่วงมาบกะเบาในทางคู่ระยะที่ 1 ของสายตะวันออกเฉียงเหนือทั้งๆที่สภาพพื้นดินสายเด่นชัยฯเป็นชั้นหินผุซึ่งทำงานยากกว่า

จึงพิสูจน์ได้ว่าราคากลางของโครงการทางคู่สายเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของและทางคู่สาย บ้านไผ่-มุกดาหาร-นครพนม มีราคาที่เหมาะสมและเป็นประโยชน์กับทางราชการสูงสุด

สำหรับกรณีที่สังคมตั้งข้อสังเกตถึงพิรุธในโครงการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐครั้งนี้ คือ โครงการรถไฟทางคู่เส้นทางใหม่ จำนวน 2 เส้นทาง ระยะทางรวม 678 กม. วงเงินก่อสร้างรวม 127,605.4 ล้านบาท

ประกอบด้วย สายเหนือ ช่วงเด่นชัย-เชียงของ ระยะทาง 323 กม. มูลค่าก่อสร้าง 72,921 ล้านบาท และสายอีสาน ช่วงบ้านไผ่-นครพนม ระยะทาง 355 กม. มูลค่าก่อสร้าง 54,684.40 ล้านบาท โดยมีการรถไฟแห่งประเทศไทย หรือ รฟท. เป็นเจ้าของโครงการ 

อย่างไรก็ตามในการประมูลแบ่งเป็น 5 สัญญาและมีผู้รับเหมาขนาดใหญ่เข้าประมูล 5 ราย และชนะการประมูลทุกราย จึงเป็นข้อพิรุธซึ่งอาจเป็นการสมรู้ร่วมคิดล็อกสเปก ฮั้วประมูล อาจเข้าข่ายฝ่าฝืน พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ 2542 หรือกฎหมายฮั้วประมูลแม้ทางผู้ว่า รฟท.จะออกมาปฏิเสธแล้วว่าการประมูลโปร่งใสก็ตาม

ทั้งนี้รฟท.จะประกาศผลผู้ชนะการเสนอราคาในวันที่ 9 ก.ค.นี้ก่อนมีการลงนามสัญญาภายในวันที่ 2 สิงหาคม 2564 โดยจะใช้เวลาในการก่อสร้าง 6 ปี และเปิดให้บริการได้ในปี 2571 

Leave a comment