#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/likesara/586783

‘พระครูทัศนประกาศ’เจ้าอาวาสวัดพระมงคลมิ่งเมือง เทศนาให้สุขกายสุขใจ สู้ภัยโควิด
วันอาทิตย์ ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2564, 20.05 น.
11 กรกฎาคม 2564 ทุกวันนี้ ปัญหาต่างๆถาโถมเข้ามารุมเร้าจิตใจผู้คนกันมาก ทำให้สภาพจิตใจบอบช้ำ หาทางออกไม่ได้ ทำร้ายร่างกายตัวเองและคนใกล้ชิด เสียชีวิตทั้งครอบครัว ปรากฏ เป็นข่าวเศร้าสลดอยู่บ่อยครั้ง แถมโรคระบาดสายพันธ์ใหม่ ไวรัสโคโรนา 2019( COVID 19) ถล่มซ้ำเข้ามาอีก หลายคนต้องปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ ประคับประครอง ครอบครัวให้อยู่รอด โดยเฉพาะการเข้าวัด ปฏิบัติธรรม มีผู้คนจำนวนไม่น้อย นำไปปรับใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวัน ได้ผลดีมาก
การไปวัด ทำบุญ ทำทาน สร้างกุศล ฟังธรรมเทศนา ยังคงอยู่ภายใต้มาตรการป้องกันโควิด19 อย่างเคร่งครัดเหมือนเดิม ซึ่งที่วัดพระมงคลมิ่งเมือง ก็เช่นกัน วัดแห่งนี้ตั้งอยู่ถนนชยางกูร ต.บุ่ง อ.เมืองอำนาจเจริญ จ.อำนาจเจริญ ก่อนถึงศาลากลางจังหวัดอำนาจเจริญ ประมาณ 300 เมตร ซึ่งทุกวันคราค่ำไปด้วย ญาติโยม พุทธศาสนิกชน เดินทางเข้าไปถวายภัตตาหารแด่พระสงฆ์และสามเณร อย่างคึกคัก หลายคนเข้ามานั่งสมาธิปฏิบัติธรรม ถือศีล 5 ข้อ ได้แก่ ห้ามฆ่าสัตว์ ห้ามพูดเท็จ ห้ามลักทรัพย์ ห้ามดื่มสุราและห้ามทำผิดในกาม อย่างเคร่งครัด เพราะเป็นวัดใกล้บ้านในตัวเมืองอำนาจเจริญ เพื่อความเป็นสิริมงคลและเป็นมงคลชีวิต การดำรงชีวิต ภารกิจหน้าที่การงานต่างๆจะได้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี ซึ่งทุกคน ที่เข้ามาในวัด จะต้องปฏิบัติตามมาตรการสาธารณสุข เช่น สวมหน้ากากอนามัย เว้นระยะห่างระหว่างกัน ล้างมือจุดบริการเจลแอลกอฮอล์ และตรวจวัดอุณหภูมิ เพื่อป้องกันโควิด – 19 หากไม่ปฏิบัติตาม จะไม่อนุญาตให้เข้าวัดแม้แต่คนเดียว

สำหรับ วัดพระมงคลมิ่งเมือง พระครูทัศนประกาศ อายุ 70 ปี เป็นเจ้าอาวาสวัดพระมงคลมิ่งมงคล มาหลายสิบปี คอยกำกับดูแล พระสงฆ์ 7 รูป สามเณร 5 รูป มรรคนายก 1 คน ศิษย์วัด 3 คน
ทั้งนี้ วัดพระมลคลมิ่งเมือง ตั้งอยู่ถนนชยางกูร ต.บุ่ง อ.เมืองอำนาจเจริญ ใกล้กับพุทธอุทยาน ก่อนถึงศาลากลางจังหวัดอำนาจเจริญ ประมาณ 300 เมตร เป็นวัดสังกัด ธรรมยุต มีเนื้อที่ 17 ไร่ ถือว่าเป็นวัดขนาดเล็ก สายวัดป่า จึงอุดมสมบูรณ์ไปด้วยป่าไม้แมกไม้นานาชนิด บรรยากาศร่มรื่น กระแสลมพัดเย็นสบายตลอดเวลา ท่ามกลางความเงียบสงบ จึงเหมาะสำหรับผู้นิยม เข้าไปนั่งปฏิบัติธรรม ทำสมาธิ เป็นประจำอย่างต่อเนื่อง
โดยเฉพาะการเข้าไปฟังธรรมเทศนา กับ พระครูทัศนประกาศ ซึ่งท่านสั่งสอนญาติโยม ผู้ที่มีความทุกข์ โดยไม่แบ่งชั้น อย่างเสมอภาค ไปถึงก่อนหรือมาทีหลัง ท่านก็ให้ความสำคัญเท่าเทียมกัน ถึงจะเป็นเศรษฐี หรือ ยากจน ก็มีค่าเท่ากัน คือ เป็นคนเหมือนกัน ที่สำคัญ การบริจาค ด้วยเงิน ท่านจะไม่รับเลย ถือว่า เป็นพระสงฆ์ ที่เคร่งครัด วัตรปฏิบัติดีงามมาก จึงเป็นเรื่องปกติ ที่กุฎิเจ้าอาวาส จะเนืองแน่นไปด้วยญาติโยม พุทธศาสนิกชน เพื่อฟังธรรมเทศนา ให้คลายทุกข์ และมีจำนวนไม่น้อย ที่เข้ามานั่งปฏิบัติธรรม ให้พ้นทุกข์ เพราะต่างประสบปัญหา แตกต่างกันไป

พระครู ทัศนประกาศ อายุ 80 ปี บวชมาแล้ว 57 พรรษา เทศนาตอนหนึ่งว่า ญาติโยม ที่มาหาส่วนมาก มักจะมีความทุกข์ ความทุกข์ไม่เหมือนกัน ก็ให้คำชี้แนะบอกสอนที่แตกต่างกันไป บางคนก็จะแนะนำให้ไปนั่งสมาธิ ปฏิบัติธรรม บางคนรับราชการ หลักเลิกงานก็จะมานั่งสมาธิ 1 – 2 ชั่วโมง บางคนไม่ว่าง ที่จะเข้ามาปฏิบัติธรรมในวัด ก็จะทำกิจกรรมในบ้านแทน และมีจำนวนไม่น้อย ที่มานั่งสมาธิในวันหยุด เสาร์อาทิตย์ ที่สำคัญ หลายโรงเรียนนำนักเรียน เข้ามาฟังธรรม ปฏิบัติธรรม เพื่อให้นักเรียน รู้จักเข้าวัด ทำบุญ ทำทาน เพื่อสืบทอดพุทธศาสนา ก็เป็นเรื่องที่ดี เพราะเด็กทุกวันนี้ พูดยาก บอกยาก ไม่ค่อยเคารพผู้ใหญ่ คุณครู จึงมีการนำเด็กเข้าวัด เพื่อพัฒนาจิตใจ มีศีลธรรมประจำใจ จะได้ไม่ไปทำอะไร ที่มันโหดร้าย อย่างที่เป็นข่าวอยู่บ่อยครั้ง
คนส่วนใหญ่ที่ทำเรื่องโหดร้าย ฆ่ากันโหดเหี้ยม ทำให้สังคมวุ่นวาย ไม่เป็นสุข การฆ่าที่โหดร้าย ผิดมนุษย์มะนา ก็คือความโกรธ ซึ่งการฆ่าความโกรธ ก็คือ ความดี หากทุกคนฆ่าความโกรธได้ จะมีความสุข ส่งผลให้สังคมสงบสุข ไม่มีเหตุการณ์รุนแรง หรือโหดร้ายเกิดขึ้น ทุกคนต่างทำมาหากิน อะไรๆมันก็ดีไปหมด
ทั้งนี้ การแสดงความโกรธ ออกมาจาก กาย วาจา ใจ โดยมีสีหน้าบ่งบอกชัดเจน ซึ่งใบหน้าหรือสีหน้าของคน ที่มีอะไร เช่น หากมีทุกข์ก็แสดงออกทางใบหน้า หรือหากมีสุข ก็จะแสดงออกทางสีหน้า มีจิตใจเบิกบานนำมาซึ่งกุศลกายดี กุศลใจดี คนรอบข้างก็อยากพูดคุย คบค้าสมาคมด้วย
พระครู ทัสนประกาศ เทศนาต่อไปว่า คนเราหากแต่ละวัน ลดโมหะ โทสะได้ก็จะดีเหตุนี้ จะให้คนเป็นพระอินทร์ ซึ่งพระอินทร์จะช่วยคนมีศีลธรรม

สำหรับเรื่องการทำบุญ พระครูทัศนประกาศ เทศนาว่า การทำบุญ มีพรามณ์ไปถาม พระสัมมาสัมพุทธเจ้าว่า บุคคลในโลกนี้ ทำบุญ อุทิศส่วนกุศลไปให้ญาติพี่น้องที่ล่วงลับไปแล้วจะได้รับไหม ซึ่งพรามณ์เชื่อว่าได้รับ แต่ทางศาสนาพุทธได้ไหม พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ตอบว่า ผู้ที่ทำบุญไปให้ผู้ล่วงลับไปแล้ว มี 2 สถานะคือ ได้ที่ไม่ควรจะได้และได้ที่ควรจะได้ เช่น ญาติ พี่ น้อง ไปเกิดเป็นอสุรกาย หรือเปรต ถ้าทำบุญจะได้รับ เพราะฉะนั้นการทำบุญไม่สูญเปล่า และญาติทั้งหลายในภพก่อนๆ ก็จะได้รับผลบุญเช่นกัน เวลาทำบุญที่ไหนก็ตาม ไม่ต้องเจาะจงก็ได้ เพราะญาติพี่ น้อง จะได้รับผลบุญเหมือนกัน เปรตจำพวกนั้น ก็จะอนุโมทนาสาธุและการสร้างกุฎิถวายพระก็ได้บุญ จะส่งถึงญาติพี่น้องที่ล่วงลับไปแล้ว ก็จะสาธุตอบ คือบุญสำเร็จด้วยการอนุโมทนาและการทำบุญ ต้องคำนึงถึงฐานะที่ควรทำ
ส่วนการตั้งประเด็นมองคน ให้ตั้ง เมตตา ถ้าเอาจิตเมตตาเป็นที่ตั้ง ปัญหาก็จะไม่เกิดขึ้น มีเมตตาให้คนอื่นเท่ากับมีเมตตาให้กับตนเอง เช่น ธรรมะย่อมรักษาผู้ทำความดี พื้นที่ของคนไม่เหมือนกัน เป็นเพราะกรรมเป็นตัวจำแนก ซึ่งจำแนกกรรมในอดีตก็ส่งผลถึงปัจจุบัน พระพุทธเจ้าอยากช่วยทุกคน แต่เพราะกรรม พระพุทธเจ้าจะช่วยคนที่ช่วยได้ เฉพาะคนที่ช่วยได้ ก่อนที่จะช่วยจะต้องมีทุนความดีเดิมเสียก่อน เช่น ทำบุญ ตักบาตร เป็นต้น

ซึ่งคนเราเกิดมาต่างกรรมกัน ไปวัดก็มีจุดประสงค์ต่างกัน แต่สุดท้ายแล้ว ทุกคน ต้องการคลายทุกข์ สุขกาย สุขใจ ที่สำคัญการเข้ามาวัดต้องการกำลังใจ ก็ขอให้ทุกท่านมีกำลังใจที่ดี เพื่อต่อสู้กับโรคโควิด19 ให้ได้ในที่สุด…