“สธ.” คาดผู้ติดเชื้อ “โควิด” 1 แสนรายใน 2 สัปดาห์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/474076

“สธ.”คาดผู้ติดเชื้อ “โควิด” 1 แสนรายใน 2 สัปดาห์

12 กรกฎาคม 2564 – 21:13 น.

รองนายกฯและ รมว.สาธารณสุข “อนุทิน ชาญวีรกูล”ชี้สถานการณ์”โควิด-19” พบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง “สธ.”คาดการณ์จะพบผู้ติดเชื้อสูงถึง10,000 รายต่อวันหรือ1 แสนกว่ารายในสองสัปดาห์นี้

ที่กระทรวงสาธารณสุขนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติว่า สถานการณ์โควิด-19 ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลยังน่าเป็นห่วงเนื่องจากยังพบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องซึ่งโควิดที่ระบาดอยู่ตอนนี้คือสายพันธุ์ เดลต้า และยังมีแนวโน้มที่จะ แพร่เชื้อไปยังต่างจังหวัดโดยเฉพาะ จังหวัดที่มีสถานประกอบการ โรงงาน ตลาดค้าส่ง 

สธ.คาดการณ์จะพบผู้ติดเชื้อสูงถึง10,000 รายต่อวันหรือ 1 แสนกว่ารายในสองสัปดาห์นี้ส่งผลให้เกิดอัตราการเสียชีวิตที่เพิ่มมากขึ้น กระทรวงสาธารณสุขจึงจำเป็นต้องมีมาตรการป้องกันควบคุมโรคที่เข้มงวดและมีประสิทธิภาพ” 

วันนี้มาตรการที่จะดำเนินในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดคือ ห้ามร่วมกลุ่มเกินกว่าห้าคน การจำกัดเดินทางข้ามจังหวัดลดจำนวนขนส่งสาธารณะ ข้ามจังหวัดระยะไกล ปิดสถานที่เสี่ยงและให้มีการ WFH ของพนักงานภาคเอกชนและภาครัฐมากที่สุดเพื่อลดโอกาสการสัมผัสโรค

การเคลื่อนย้าย ลดการดำเนินกิจกรรมให้ได้มากที่สุดรวมถึงการปรับแผนการฉีดวัคซีนโดยจะระดมฉีดวัคซีนให้แก่ กลุ่มผู้สูงอายุและผู้ป่วยโรคเรื้อรังทั้ง 7 กลุ่มโรค

และมีการตั้งเป้าการฉีดวัคซีนให้ผู้ที่มีอายุ 64 ปีขึ้นไปและผู้ป่วย7 กลุ่มโรคให้ได้ 1 ล้านคนภายใน 2 สัปดาห์นี้ โดยเฉพาะในพื้นที่ระบาดรุนแรงเช่น กรุงเทพมหานครและปริมณฑลโดยมีวัตถุประสงค์ที่จะสร้างภูมิคุ้มกันให้ประชาชนมากกว่าร้อยละ 80

จนถึงขณะนี้ดำเนินการฉีดวัคซีนไปแล้วมากถึง 12ล้านโดสแต่พบในกลุ่มผู้สูงอายุและกลุ่มเสี่ยงสูงที่กระทรวงสาธารณสุขได้ตั้งเป้าไว้ยังได้รับวัคซีนไม่ครบตามจำนวนจึงมีความจำเป็นต้องเร่งให้กลุ่มเสี่ยงได้รับวัคซีนตามระยะเวลา 

ส่วนการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติวันนี้มีมติการประชุม 4 เรื่อง คือ คณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติเห็นชอบให้สามารถฉีดวัคซีน”โควิด-19″ต่างชนิดโดยเข็มที่หนึ่งเป็นซิโนแวคและเข็มที่สองเป็นเอสตราเซนิก้าได้ กำหนดให้ระยะเวลาห่างกันสามถึงสี่สัปดาห์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันเชื้อกลายสายพันธุ์เดลต้า

โดยจะสร้างภูมิคุ้มกันเชื้อไวรัสในระดับที่สูงมากยิ่งขึ้นทั้งนี้โรงพยาบาลต่างๆสามารถดำเนินการได้ทันทีเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อบุคลากรทางการแพทย์บุคลากรด่านหน้าที่ปฎิบัติหน้าที่ดูแลผู้ป่วย

เรื่องที่ 2 ที่ประชุมรับทราบข้อเสนอการฉีดวัคซีนกระตุ้นภูมิคุ้มกันหรือบูธตอร์โดสสำหรับบุคลากรทางการแพทย์ด่านหน้าโดยการให้วัคซีนเข็มที่สามห่างจากเข็มสองในระยะตั้งแต่สามถึงสี่สัปดาห์ขึ้นไปซึ่งบุคลากรทางการแพทย์ได้รับวัคซีนสองเข็มแรกเกินสี่สัปดาห์แล้ว

ดังนั้นสามารถดำเนินการฉีดกระตุ้นบูธเตอร์โดสโดยทันทีเพื่อกระตุ้นให้เกิดภูมิคุ้มกันสูง ซึ่งไวรัสที่มีการกลายพันธุ์เป็นสายพันธุ์เดลต้านั้นมีความจำเป็นที่จะต้องมีการฉีดวัคซีนเข็มที่สามให้กับบุคลากรทางการแพทย์เพื่อทำให้เกิดความมั่นใจและเกิดความปลอดภัยต่อบุคลากรในการปฎิบัติหน้าที่ดูแลผู้ป่วยซึ่งบูทเตอร์โดสจะเป็นวัคซีนซิโนแวคหรือวัคซีนเอสตราเซนิก้าก็สามารถใช้ได้

ประเด็นต่อมาที่ประชุมมีมติเห็นชอบแนวทางการใช้ชุดตรวจ Rabbit Antigen test kit ในการตรวจทานเชื้อโควิด-19 เพื่อเพิ่มโอกาสการเข้าถึงการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ในสถานการณ์ที่มีการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในหลายพื้นที่เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงการตรวจในทางเลือกที่เพิ่มขึ้นและใช้เวลาน้อยลงโดยชุดตรวจต้องผ่านการรับรองและขึ้นทะเบียนกับทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา

โดยปัจจุบันมีผู้มาขึ้นทะเบียนแล้ว 24 รายโดยจะอนุญาตให้ตรวจในสถานพยาบาลและหน่วยตรวจที่ได้รับรองมาตรฐานซึ่งในปัจจุบันมีมากกว่า 800 แห่งและในระยะถัดไปจะสามารถอนุญาตให้ตรวจเองที่บ้านเพื่อให้ประชาชนได้ทราบผลที่เร็วและลดความเสี่ยงในการแพร่เชื้อ

โดยทางกรมควบคุมโรคจะมอบหมายแนวทางการปฏิบัติให้กับคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดและคณะกรรมการโรคติดต่อกรุงเทพมหานครกำกับและดำเนินงานตามแนวทางการปฏิบัติอย่างเคร่งครัด

ประเด็นสุดท้ายที่ประชุมมีมติเห็นชอบการแยกกับที่บ้านและการแยกจากในที่ชุมชนหรือHome Isolutionและ Community isolution สำหรับผู้ป่วยโควิด-19 ที่มีเงื่อนไขเหมาะสมในการแยกกักตัวที่บ้าน โดยใช้กับกลุ่มผู้ป่วยที่ไม่มีอาการป่วยใดใดเช่นเดียวกับการแยกกับในชุมชนจะใช้ในกรณีที่ในชุมชนมีผู้ติดเชื้อจำนวนมาก

โดยทางกระทรวงสาธารณสุขสถานพยาบาลจะจัดอุปกรณ์วัดไข้และการวัดระดับ ระดับออกซิเจนในเลือดรวมถึงยาจัดให้กับผู้ป่วยที่แยกที่บ้านและชุมชนซึ่งทางสปสช.ได้อนุมัติแนวทางการเบิกจ่ายให้กับสถานพยาบาลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

Leave a comment