#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/likesara/587384

เตือนอันตราย! อย่าเข้าใกล้รังต่อพิษร้ายแรงถึงชีวิตหลังแม่เฒ่าถูกรุมต่อยดับเจ็บอีก 2
วันอังคาร ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2564, 18.02 น.
ความคืบหน้ากรณีที่นางเหม่า นาคนาคา อายุ 86 ปี หญิงสูงอายุ บ้านตาเป๊ก ต.ตาเป๊ก อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.บุรีรัมย์ ถูกฝูงต่อเกือบ 30 ตัวรุมต่อยขณะเข้าไปทำความสะอาดในสวนกล้วยข้างบ้าน จนอาการสาหัส เมื่อช่วงสายวานนี้ (12 ก.ค.64) และถูกนำตัวส่ง รพ.เฉลิมพระเกียรติ แต่ยายทนพิษเหล็กของในต่อที่ต่อยไม่ไหวได้เสียชีวิตเมื่อช่วงเวลาประมาณ 18.00 น.
โดยร่างของ คุณยายเหม่า เหยื่อฝูงต่อมรณะที่รุมต่อยจนเสียชีวิต ถูกตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดในหมู่บ้านตาเป๊ก ท่ามกลางความโศกเศร้าเสียใจของญาติและลูกหลาน ทั้งนี้นอกจากคุณยายจะถูกต่อรุมต่อยจนเสียชีวิตแล้ว ยังมีชาวบ้านและหลานอีก 2 คน ที่เข้าไปช่วยถูกต่อต่อยด้วย แต่อาการไม่สาหัสซึ่งหมอก็ได้ฉีดยาและให้ยากลับมารับประทานที่บ้าน ยังไม่พบอาการข้างเคียงหรือแพ้พิษเหล็กในต่อแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม จากเหตุการณ์ดังกล่าว ชาวบ้าน ก็ยอมรับว่า กลัว หากเห็นรังต่อคงไม่กล้าเข้าไปใกล้

ขณะที่นายวิชัย เจริญสุข สาธารณสุขอำเภอเฉลิมพระเกียรติ ให้ข้อมูลว่า โดยปกติแล้ว ต่อมักจะทำรังบนต้นไม้สูงและพื้นที่ที่คนไม่สามารถเห็นได้ง่ายๆ แต่ทุกวันนี้ สภาพแวดล้อมต่างๆ เปลี่ยนแปลงไป ทำให้ต่อเริ่มมาทำรังอาศัยอยู่ใต้ต้นไม้ และใกล้บ้านเรือนประชาชนมากขึ้น ซึ่งสัญชาตญาณของต่อเป็นสัตว์สามัคคี กินเนื้ออ่อนของแมลงเป็นอาหาร หากบินไปต่อยคน 1 ตัว ที่เหลือก็รุมไปต่อยเป็นฝูง
สำหรับอันตรายของตัวต่อจะมีพิษร้ายแรง ทำลาย ระบบประสาท และระบบไต การรักษาพิษเบื้องต้น ก็จะมีมะนาว รวมไปถึงหมาก และโลดทะนงแดง ซึ่งเป็นรากไม้พื้นบ้าน มาช่วยแก้พิษในเบื้องต้นได้

ทั้งนี้ ส่วนใหญ่คนที่ถูกต่อต่อยมักจะใช้คีมดึงเหล็กในออก แต่นั่นเป็นวิธีการที่ไม่ถูกต้อง เพราะเหล็กในอาจหักคาได้ ที่จริงควรจะใช้ไม้บรรทัด หรือบัตรประชาชน มารูดบริเวณผิวหนัง ที่โดนต่อต่อย ก็ช่วยให้เหล็กในหลุดออกได้ดีกว่า ซึ่งหากพิษจากเหล็กในออกไม่หมดก็จะเป็นอันตรายถึงชีวิต ก็ฝากประชาสัมพันธ์ถึงประชาชนให้หมั่นตรวจสอบบริเวณบ้านและรอบบ้าน ว่า มีรังต่อหรือสัตว์มีพิษอย่างอื่นที่อาจเป็นอันตรายกับคนในครอบครัวหรือไม่ หากพบเห็นสัตว์อันตรายก็ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ไปช่วยจับหรือกำจัดเพื่อความปลอดภัย
ส่วนกรณีชาวบ้านและหลานที่เข้าไปช่วยยาย แล้วถูกต่อต่อยด้วยนั้น แม้ตอนนี้จะยังไม่มีอาการแพ้ แต่อย่าเพิ่งนิ่งนอนใจควรจะเฝ้าระวังอีกประมาณ 2 อาทิตย์ ถึงจะแสดงอาการ ซึ่งทางสาธารณสุขอำเภอ ก็จะเข้าไปติดตามว่ามีอาการผิดปกติอะไรหรือไม่


