#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
https://www.komchadluek.net/news/politic/475837
‘ณัฐวุฒิ’ หวั่น”วัคซีน”ด่านหน้า หล่นหายไปอยู่บนแขน”วีไอพี”

24 กรกฎาคม 2564 – 19:29 น.
“เต้น-ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ” แกนนำ นปช. หวั่น “วัคซีน”ด่านหน้าหล่นหายไปอยู่บนแขน”วีไอพี” ชี้ “ไฟเซอร์-โมเดอร์นา”ไม่มีกรอบเวลาชัดเจนอาจวืดนัดซ้ำ
“เต้น- ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ”แกนนำ นปช. โพสต์เฟส ว่า
ความหมายระหว่างบรรทัดในจดหมายเปิดผนึกจากแอสตร้าเซนเนกา คือการปิดประตูเจรจาของรัฐบาลไทยที่จะเพิ่มยอดจัดส่งวัคซีนเป็นเดือนละ 10 ล้านโดสตามที่ประกาศไว้กับประชาชน หมายถึง 61 ล้านโดสภายในสิ้นปีนี้จบแล้วไม่ต้องรอไม่ต้องถาม
ทั้งที่โรงงานสยามไบโอไซเอนซ์มีตำรวจเฝ้าตลอด 24 ชั่วโมง ผลผลิตออกจากโรงงานทุกวันแต่รัฐบาลมีปัญญาเอามาให้ประชาชนได้เท่านี้
เป็นไปได้ว่า mRNA ทั้งไฟเซอร์กับโมเดอร์นาที่จะมาไตรมาส 4 อาจคลาดเคลื่อนได้อีกเพราะข้อตกลงไม่มีกรอบเวลาชัดเจน
ถ้าทั้ง 2 บริษัทมาโค้งสุดท้ายปลายเดือนธันวาคมเท่ากับ 5 เดือนนับจากนี้การฉีดวัคซีนจะต่ำกว่าเป้ามหาศาล การระบาดจะยิ่งวิกฤตมาก
นึกไม่ออกเลยว่าการรับมือโควิดของรัฐบาลมีเรื่องไหนสำเร็จบ้าง 4 เรื่องหลักทั้งการตรวจ รักษา วัคซีน เยียวยาเละหมด รับปากกับประชาชนไม่เคยทำได้ ความโปร่งใสไม่มี ไฟเซอร์ 1.5 ล้านโดสที่จะเข้ามาถูกมองอย่างหวาดระแวงจากบุคลาการด่านหน้าว่าจะหล่นหายไปอยู่บนแขน VIP
ทั้งหมดคือความไร้ประสิทธิภาพของรัฐบาลผู้รับผิดชอบคือนายกรัฐมนตรี
แม้แต่สายด่วนหาเตียง 1668 และหมายเลขอื่นก็ต้องเสียเงิน ถ้าไม่เกิดเหตุคนรอสายจนเงินหมดก็ไม่รู้ไม่แก้ไข กระทรวงดีอีเอสมุ่งแต่จะเล่นงาน call out งานหญ้าปากคอกแบบนี้กลับไม่รู้เรื่อง คนป่วยโทรไม่ติด โทรติดก็ต้องรอสาย รอเตียงจนตายแล้วยังต้องจ่ายค่าโทรด้วย เราจะฝากชีวิตฝากความหวังไว้กับการบริหารแบบนี้ได้อย่างไร
ความหมายระหว่างบรรทัดในจดหมายเปิดผนึกจากแอสตร้าเซนเนกาคือการปิดประตูเจรจาของรัฐบาลไทยที่จะเพิ่มยอดจัดส่งวัคซีนเป็นเดือนละ 10 ล้านโดสตามที่ประกาศไว้กับประชาชน หมายถึง 61 ล้านโดสภายในสิ้นปีนี้จบแล้วไม่ต้องรอไม่ต้องถาม
ทั้งที่โรงงานสยามไบโอไซเอนซ์มีตำรวจเฝ้าตลอด 24 ชั่วโมง ผลผลิตออกจากโรงงานทุกวัน แต่รัฐบาลมีปัญญาเอามาให้ประชาชนได้เท่านี้
เป็นไปได้ว่า mRNA ทั้งไฟเซอร์กับโมเดอร์นาที่จะมาไตรมาส 4 อาจคลาดเคลื่อนได้อีกเพราะข้อตกลงไม่มีกรอบเวลาชัดเจน ถ้าทั้ง 2 บริษัทมาโค้งสุดท้ายปลายเดือนธันวาคมเท่ากับ 5 เดือนนับจากนี้การฉีดวัคซีนจะต่ำกว่าเป้ามหาศาลการระบาดจะยิ่งวิกฤตมาก
นึกไม่ออกเลยว่าการรับมือโควิดของรัฐบาลมีเรื่องไหนสำเร็จบ้าง 4 เรื่องหลักทั้งการตรวจ รักษา วัคซีน เยียวยาเละหมด รับปากกับประชาชนไม่เคยทำได้ ความโปร่งใสไม่มี ไฟเซอร์ 1.5 ล้านโดสที่จะเข้ามาถูกมองอย่างหวาดระแวงจากบุคลาการด่านหน้าว่าจะหล่นหายไปอยู่บนแขน VIP
ทั้งหมดคือความไร้ประสิทธิภาพของรัฐบาล ผู้รับผิดชอบคือนายกรัฐมนตรี
แม้แต่สายด่วนหาเตียง 1668 และหมายเลขอื่นก็ต้องเสียเงิน ถ้าไม่เกิดเหตุคนรอสายจนเงินหมดก็ไม่รู้ไม่แก้ไข กระทรวงดีอีเอสมุ่งแต่จะเล่นงาน call out งานหญ้าปากคอกแบบนี้
กลับไม่รู้เรื่องคนป่วยโทรไม่ติด โทรติดก็ต้องรอสาย รอเตียงจนตายแล้วยังต้องจ่ายค่าโทรด้วย เราจะฝากชีวิตฝากความหวังไว้กับการบริหารแบบนี้ได้อย่างไร