#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/likesara/592290

ค้างคาวแม่ไก่นับหมื่นตัวอพยพอาศัยบนต้นไม้ กินผลไม้ชาวบ้านเสียหาย
วันอังคาร ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 14.05 น.
3 ส.ค.64 ชาวบ้านหมู่ที่5 ต.ท่าแพ อ.ท่าแพ จ.สตูล พบฝูงค้างคาวแม่ไก่ฝูงใหญ่ มาอาศัยอยู่บริเวณป่าเสม็ดท้ายหมู่บ้าน เกาะนอนอยู่บนต้นไม้เป็นบริเวณกว้าง
นายเบ็น หลังลีงู ชาวบ้าน หมู่ที่ 5 ต.ท่าแพ อ.ท่าแพ จ.สตูล พาผู้สื่อข่าวลุยป่าเสม็ด ซึ่งอยู่ในบริเวณป่าชายเลนเนื้อที่สิบไร่ เพื่อพาไปดูฝูงค้างคาวแม่ไก่ โดยเดินเท้าเข้าไปในป่าชายเลนประมาณ 1 กิโลเมตร ก็ได้เห็นกับต้นเสม็ดหลายสิบต้น โดยแต่ละต้นจะมีฝูงค้างคาวแม่ไก่เกาะอยู่หนาแน่น โดยบริเวณนี้มีเนื้อที่ประมาณ 10 ไร่ โดยจะมีต้นเสม็ดที่ค้างคาวแม่ไก่อยู่ทุกต้น รวมแล้วเป็นหมื่น ๆ ตัว ค้างคาวบางกลุ่มตกใจบินว่อนวนเวียนขึ้นบนท้องฟ้า หลังพบว่ามีคนบุกเข้าไปใกล้มัน บางกลุ่มยังคงเกาะอยู่เต็มบนต้นไม้ สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับทีมข่าว เหมือนหลงไปในยุคไดโนเสาร์ก็ไม่ปาน

นายเบ็ญ เล่าว่า ตนมีอาชีพดักปูดำขาย โดยใช้พื้นที่บริเวณนี้เป็นที่หากิน เมื่อประมาณ 6 เดือนที่ผ่านมา ก็ได้เห็นฝูงค้างคาวแม่ไก่ฝูงนี้มาอาศัยอยู่เต็มไปหมด โดยตนก็ไม่ไปรบกวนแต่อย่าใด ตกตอนใกล้ค่ำ เจ้าค้างคาวฝูงนี้ก็บินออกหากิน ชาวบ้านแถวนี้ก็จะเห็นทุกวันเป็นค้างคาวฝูงใหญ่มากนับหมื่นตัว แต่ละตัวเท่าที่สังเกตน้ำหนักตัวไม่ต่ำจาก 2 กิโลกรัม เมื่อกางปีกบิน ปีกทั้งสองกว้างกว่า 1 เมตร นับว่าเป็นค้างคาวตัวใหญ่ที่ชาวบ้านไม่เคยพบเห็น คาดว่าคงอพยพมาจากเกาะตะรุเตาเพื่อมาหากินในผืนแผ่นดินใหญ่

วันเดียวกันทีมข่าวได้รับร้องเรียนว่า ฝูงค้างคาวแม่ไก่กลุ่มนี้ได้ลงกัดกินสวนผลไม้ ที่มีทั้งเงาะ และลองกองของตนจนได้รับความเสียหาย ในพื้นที่สวนของนายกอดม เส็มหลี อายุ51ปี หมู่ที่ 4 ต.ท่าแพ อ.ท่าแพ จ.สตูล ซึ่งอยู่ห่างจากจุดพบค้างคาวอาศัยอยู่คนละหมู่บ้านเท่านั้น
โดยนายกอดม เล่าว่า ตนทำสวนผลไม้บนเนื้อที่ 2 ไร่ เป็นเงาะ และ ลองกองร่วม 2ปีนี้แล้ว กลับพบว่ามีฝูงค้างคาวแม่ไก่บุกมากัดกินผลไม้ที่ตนปลูกไว้สร้างความเสียหายอย่างหนัก โดยเวลาประมาณ 2 ทุ่มฝูงค้างคาวแม่ไก่ฝูงนี้ จะบุกกัดกินลูกเงาะ และลองกอง ที่กำลังให้ผลผลิตรอเก็บเกี่ยวเสียหายอย่างหนักภายในคืนเดียว ทั้งที่พยายามหาวิธีป้องกันแต่ก็สู้ไม่ไหว เพราะค้างคาวมีมากเหลือเกิน จะมีเหลือพอได้กินอยู่บ้างก็ต้นที่อยู่ติดกับบ้าน แต่ก็เหลือน้อยมาก จากเมื่อก่อนที่ยังไม่มีฝูงค้างคาว พอถึงฤดูการเก็บเกี่ยว ผลไม้ในสวนสามารถสร้างรายได้ให้ ตนหลายหมื่นบาทแต่สองปีนี้ที่ผ่านมาผลไม้ในสวนไม่ได้ขายเลย มาครั้งนี้ถูกฝูงค้างคาวกัดกินจนเกือบหมดตัว ไม่ใช่เฉพาะสวนของตน บริเวณสวนผลไม้ชาวบ้านใกล้เคียงโดนหมดทุกสวนเช่นกัน ทำให้เดือดร้อนอย่างหนัก ปีละครั้งถึงจะได้รายได้จากผลไม้ที่ตนปลูกไว้ แต่กลับต้องขาดรายได้เพราะเจ้าค้างคาวแม่ไก่ฝูงนี้ และคาดว่าเป็นฝูงเดียวกันที่อาศัยอยู่บริเวณป่าเสม็ดในพื้นที่ใกล้หมู่บ้าน ทุกวันนี้ก็ไม่รู้จะแก้ปัญหาอย่างไร จะฆ่าหรือทำร้ายก็กลัวเป็นบาป และกลัวผิดกฎหมาย ก็คงต้องปล่อยเลยตามเลย เอาที่มีเหลือ ที่ทำได้แค่ทำใจ

