ไกล่เกลี่ย “รร.สารสาสน์ฯ” กับ “ผู้ปกครองนักเรียน” 14 รายตกลงกันได้ อีก 8 ราย สู้กันชั้นศาล #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/477303

ไกล่เกลี่ย “รร.สารสาสน์ฯ”กับ”ผู้ปกครองนักเรียน” 14 รายตกลงกันได้ อีก 8ราย สู้กันชั้นศาล

4 สิงหาคม 2564 – 20:02 น.

ไกล่เกลี่ย ” รร.สารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์”กับ”ผู้ปกครองนักเรียน” 14 ราย ตกลงค่าเสียหายลูกหลานถูกครูทำร้ายสำเร็จ ส่วนผู้ปกครองอีก 8 ราย เจรจาล้มเหลว ต้องไปสู้กันต่อในศาล

ตามที่สำนักงานอัยการสูงสุดมอบหมายสำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคุ้มครองผู้บริโภค สำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน(สคช.) รับดำเนินการให้ความช่วยเหลือด้านอรรถคดีแก่ผู้ปกครองนักเรียนโรงเรียนสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์ เกี่ยวกับการฟ้องเรียกร้องค่าเสียหายทางแพ่งจากการที่นักเรียนถูกครูและครูพี่เลี้ยงกระทำทารุณกรรมโดยภายหลัง(สคช.)ได้ให้ความช่วยเหลือโดยจัดให้มีการไกล่เกลี่ยประนอมข้อพิพาทหลายครั้ง 

ความคืบหน้าเรื่องนี้เมื่อวันที่ 4 ส.ค.นายชัยพร เกริกกุลธร อธิบดีอัยการสำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน (สคช.)  เปิดเผยว่า ตามที่คณะผู้ปกครองนักเรียนโรงเรียนสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์ จำนวน 22 ราย ได้ยื่นหนังสือต่ออัยการสูงสุด เมื่อวันที่ 5 ต.ค. 2563

ขอให้ดำเนินการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทและช่วยเหลือทางคดีแพ่งเพื่อดำเนินการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายกับโรงเรียนสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์โดยบริษัท แสงเงินพัฒนาการ จำกัด เจ้าของและผู้ดำเนินการโรงเรียน      

สคช. ได้แต่งตั้งคณะทำงานให้ความช่วยเหลือเด็กนักเรียนและผู้ปกครองโดยจัดให้มีการไกล่เกลี่ยประนอมข้อพิพาททางแพ่งระหว่างคู่กรณีขึ้น

โดยได้เชิญผู้แทนจากหน่วยงานต่าง ๆ จากกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน รวมทั้งการประสานทนายความอาสาของสำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคุ้มครองผู้บริโภค (สฝคผ.) ให้เข้าร่วมหารือและให้คำแนะนำแก่”คณะผู้ปกครอง”ในการไกล่เกลี่ยรวม 8 ครั้ง แต่ยังคงมีผู้ปกครองนักเรียน  8 ราย ที่ไม่สามารถเจรจาตกลงกันได้

จนต่อมาเมื่อวันที่ 18 มิ.ย. 2564 โรงเรียนสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์ โดย บริษัท แสงเงินพัฒนาการ จำกัด ได้มีหนังสือถึงสคช.เพื่อแจ้งขอยุติการไกล่เกลี่ยประนอมข้อพิพาททางแพ่งด้วยเหตุว่าที่ประชุมของบริษัท ฯ ได้พิจารณาแล้วเห็นว่า บริษัทฯ ไม่สามารถดำเนินการกำหนดค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้ปกครองนักเรียนได้เนื่องจากไม่มีเอกสารเกี่ยวกับประวัติการรักษาทางการแพทย์และเอกสารอื่นใดในการประกอบการพิจารณาของบริษัท ฯ จึงขอให้ผู้เสียหายดำเนินการใช้สิทธิทางกฎหมายต่อไป

แม้ว่าต่อมาจะได้มีคำสั่งให้ยุติการให้ความช่วยเหลือไกล่เกลี่ยประนอมข้อพิพาทตามหนังสือฉบับดังกล่าวเนื่องจากถือว่าเป็นกรณีที่มีเหตุตามระเบียบสำนักงานอัยการสูงสุดว่าด้วยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน พ.ศ.2562 แล้วก็ตาม แต่ สคช. ยังคงเล็งเห็นว่ากรณีที่ผู้ปกครองเรียกร้องค่าเสียหายจากการที่นักเรียน ถูกครูและครูพี่เลี้ยงกระทำทารุณกรรมนั้นเป็นคดีทางแพ่ง และเป็นคดีแพ่งเกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา

และเป็นกรณีที่มีเหตุจำเป็นหรือเหตุอันสมควรที่สำนักงานอัยการสูงสุดจะรับไว้ช่วยเหลือได้ ตามระเบียบสำนักงานอัยการสูงสุดว่าด้วยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน พ.ศ.2562 ข้อ 32 (2) (ข)  

ทั้งนี้เพื่อประโยชน์สูงสุดแก่เด็ก ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 มาตรา 22 ที่บัญญัติว่า “การปฏิบัติต่อเด็กไม่ว่ากรณีใดให้คำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของเด็กเป็นสำคัญและไม่ให้มีการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรม”

จึงได้มอบหมายให้สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคุ้มครองผู้บริโภค (สฝคผ.) รับไปดำเนินการให้ความช่วยเหลือด้านอรรถคดีแก่ผู้ปกครองทั้ง 8 ราย โดยจัดทนายความอาสาของ สฝคผ. เข้าช่วยเหลือเพื่อให้คำแนะนำปรึกษาการฟ้องคดีต่อศาล ตลอดจนการดำเนินกระบวนพิจารณาในชั้นศาลจนกว่าคดีจะถึงที่สุดต่อไป ภายใต้การกำกับดูแลของอัยการพิเศษฝ่ายคุ้มครองผู้บริโภค โดยผู้ปกครองไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด.

Leave a comment