#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
https://www.posttoday.com/world/659932
วันที่ 06 ส.ค. 2564 เวลา 17:00 น.
นักเศรษฐศาสตร์หั่นคาดการณ์จีดีพีไทยท่ามกลางตัวเลขติดเชื้อพุ่ง ความตึงเครียดทางการเมือง และการฟื้นการท่องเที่ยวที่เลือนราง
สำนักข่าว Bloomberg ระบุว่า เศรษฐกิจไทยปีนี้อาจแย่ที่สุดในอาเซียน โดยนักเศรษฐศาสตร์ยังปรับลดคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจของไทย ท่ามกลางตัวเลขผู้ติด Covid-19 ที่พุ่งขึ้น บวกกับความตึงเครียดทางการเมือง และความหวังฟื้นฟูการท่องเที่ยวที่ดูเลือนราง
ก่อนหน้านี้กระทรวงการคลังปรับลดคาดการณ์การเติบโตของจีดีพีเหลือ 1.3% จากที่คาดไว้ที่ 2.3% เมื่อเดือน เม.ย.
ทว่าด้วยตัวเลขผู้ติดเชื้อเสียและชีวิตจาก Covid-19 ยังเพิ่มขึ้นทุบสถิตินับตั้งแต่การระบาดระลอกเดือน เม.ย. นักเศรษฐศาสตร์บางคนจึงฟันธงว่า เป็นไปได้ที่ไทยจะเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยทางเทคนิคในช่วงครึ่งปีหลัง หรืออาจจะเศรษฐกิจหดตัวเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่ไทยไม่เคยเจอนับตั้งแต่วิกฤตการเงินเอเชียเมื่อปี 1998 หรือ 23 ปีก่อน
จากค่าเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก (weighted average) ของนักเศรษฐศาสตร์ 36 คนที่สำรวจโดย Bloomberg พบว่า ปีนี้จีดีพีควรโต 1.8% ซึ่งค่อนข้างอ่อนเมื่อเทียบกับตัวเลขของปีที่แล้วที่เศรษฐกิจของไทยหดตัว 6.1% ถือเป็นการหดตัวหนักที่สุดในรอบกว่า 20 ปี
“ไทยรั้งท้ายในภูมิภาค ด้วยตัวเลขคาดการณ์จีดีพีต่ำที่สุดในอาเซียนทั้งในปี 2021 และ 2022” ชานน บุญนุช นักเศรษฐศาสตร์ของ Nomura Holdings Inc. ในสิงคโปร์กล่าว “การคาดการณ์ของเราบอกว่าตัวเลขเศรษฐกิจจะไม่กลับไปสู่ระดับเดียวกับช่วงก่อน Covid-19 จนกว่าจะถึงไตรมาสที่ 3 ของปี 2022 ซึ่งช้าที่สุดในอาเซียน ส่วนหนึ่งสะท้อนถึงการพึ่งพานักท่องเที่ยวต่างชาติสูง”
ด้านธนาคารแห่งประเทศไทยเผยว่า การแพร่ระบาดอาจทำให้จีดีพีของปีนี้ลดลงถึง 2% หากมาตรการล็อกดาวน์และเคอร์ฟิวในกรุงเทพฯ และจังหวัดอื่นๆ ไม่สามารถหยุดยั้งการแพร่ระบาดและไวรัสยังแพร่ระบาดไปจนถึงสิ้นปี
ขณะที่ตัวเลขคาดการณ์ใหม่ของกระทรวงการคลังซึ่งอยู่ที่ 0.8-1.8% อยู่บนสมมติฐานที่ว่าปีนี้จะมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าไทย 300,000 คน ลดลงจากปีที่แล้วถึง 96% และกระทรวงการคลังยังคาดว่ามาตรการล็อกดาวน์ครั้งล่าสุดนี้จะใช้เพียง 1 เดือน และการระบาดพีคสุดช่วงเดือน ส.ค.
“เราคาดว่าการส่งออกและการใช้จ่ายของรัฐบาลจะช่วยพยุงเศรษฐกิจและป้องกันไม่ให้จีดีพีลดลงในปีนี้” กุลยา ตันติเตมิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลังเผย โดยกระทรวงการคลังปรับเพิ่มคาดการณ์การส่งออกว่าจะเติบโต 16.6% จาก 11% ที่คาดการณ์ไว้เมื่อเดือน เม.ย. เนื่องจากความอุปสงค์โลกฟื้นตัว
ขณะที่ปีนี้เงินบาทอ่อนค่าลงราว 8.9% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งอ่อนค่าหนักที่สุดในกลุ่มสกุลเงินในเอเชีย โดยกระทรวงการคลังคาดว่าปีนี้เงินบาทจะเคลื่อนไหวเฉลี่ยที่ 31.48 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ
ด้าน ทามารา แมสต์ แฮนเดอร์สัน นักเศรษฐศาสตร์อาเซียนของ Bloomberg มองว่า การระบาดของ Covid-19 ที่รุนแรงในไทยจะผลักให้เศรษฐกิจเข้าสู่ภาวะถดถอยซ้ำซ้อน (double-dip recession) ในไตรมาสที่ 3 รวมทั้งการหดตัวอย่างต่อเนื่องในปี 2021
นอกจากนี้ ดัชนีที่มีความถี่สูง (high-frequency indicators) ต่างๆ ที่ติดตามโดย Bloomberg Economics แสดงให้เห็นว่าไม่มีสัญญาณที่เศรษฐกิจที่อ่อนแอของไทยจะฟื้นตัวเลย โดย Bloomberg มองว่ามีความเสี่ยงสูงที่เศรษฐกิจไทยจะหดตัวอีกในปีนี้ เมื่อเทียบกับการคาดการณ์ก่อนหน้านี้ของ Bloomberg ที่มองว่าจะขยายตัว 2.3%
ก่อนหน้านี้ธนาคารแห่งประเทศไทยคาดว่าไทยจะบรรลุเป้าหมายสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ในช่วงครึ่งแรกของปีหน้า แต่ล่าสุดเปลี่ยนคาดการณ์ว่าจะขยับออกไปหลังปี 2022
“ตอนนี้มีการพูดกันว่าปีนี้เศรษฐกิจไทยจะหดตัวอีก” มาเรีย ลาพิซ กรรมการผู้จัดการ Maybank Kim Eng Securities Thailand เผย “ไม่มีเหตุผลที่จะมองในแง่ดี” ลาพิซยังเผยอีกว่า เป็นเรื่องยากที่จะยึดมั่นกับความหวังว่าประเทศจะกลับมาเปิดได้ในเดือน ต.ค. หรือการเปิดประเทศ (หากเกิดขึ้นได้) จะสร้างความแตกต่างมาก
Bloomberg ยังระบุอีกว่า วิกฤตเศรษฐกิจและวิกฤตด้านสาธารณสุขเกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกับความวุ่นวายทางการเมือง ฝ่ายเรียกร้องประชาธิปไตยกลับสู่ท้องถนนในกรุงเทพฯ อีกครั้งหลังจากพักไป 6 เดือน โดยมีการนัดร่วมตัวกันแทบทุกวันในหลายๆ กลุ่มนับตั้งแต่วันที่ 24 มิ.ย.
บุรินทร์ อดุลวัฒนะ หัวหน้าทีมเศรษฐศาสตร์ ธนาคารกรุงเทพเผยว่า “เราอยู่ในวิกฤตร้ายแรงและระบบสาธารณสุขของเรากำลังจะล่มสลาย โครงการเยียวยาไม่เพียงพอ ผู้คนหมดศรัทธาในรัฐบาลมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งทำให้บางคนลงถนน นี่อาจสั่นคลอนเสถียรภาพของรัฐบาลและความเชื่อมั่น”
แซนด์บ็อกซ์มีปัญหา
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ตั้งเป้าว่าจะเปิดรับชาวต่างชาติมากขึ้นตั้งแต่เดือน ต.ค.เป็นต้นไป แต่ที่ภูก็ตซึ่งนำร่องโครงการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติโดยไม่ต้องกักตัวสำหรับคนที่ฉีดวัคซีนแล้วกลับมีผู้ติดเชื้อมากขึ้น ซึ่งอาจเป็นอุปสรรคต่อการฟื้นฟูธุรกิจท่องเที่ยวที่มีสัดส่วนถึง 20% ของจีดีพี และจ้างงานเป็นสัดส่วน 20% ของแรงงาน
ขณะที่เครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่เหลืออย่างการใช้จ่ายของรัฐบาลและการส่งออกต้องเผชิญกับความไม่แน่นอน โดยการส่งออกของเดือน มิ.ย. เพิ่มขึ้น 43.8% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว นับว่ามากที่สุดในรอบ 11 ปี เนื่องจากอุปสงค์ทั่วโลกเพิ่มขึ้น แต่ภาคอุตสาหกรรมเตือนว่าตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจนี้อาจตกอยู่ในความเสี่ยงหากยังฉีดวัคซีนล่าช้า
Photo by Lillian SUWANRUMPHA / AFP