#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/likesara/593629

พิษโควิดกทม.หนัก! แม่ค้าปิดร้านอาหารกลับบ้านเกิด หนีตายเอาดาบหน้า
วันจันทร์ ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 08.30 น.
8 สิงหาคม 2564 นางน้อย หมื่นเกี๋ยง วัย 70 ปี เช่าห้องค้าขายอาหารตามสั่งอยู่ย่านห้วยขวาง กทม. ทำรายได้ดีนับแสนบาทต่อเดือน ต้องปิดฉากอนาคตธุรกิจในครอบครัวลงหลังโควิด19 ระบาดหนักใน กทม. ต้องคืนห้องเช่าเนื่องจากไม่มีลูกค้ามาอุดหนุนตลอดกว่า 6 เดือนแล้ว หากอยู่ต่อไปไม่คุ้มค่าใช้จ่ายทำให้ต้องคิดหนัก ตัดสินใจพา ด.ช.เกียรติภูมิ วงค์แสนศรี อายุ 11 ปี หลานชายที่เรียนอยู่ใน กทม.กลับเมืองแพร่บ้านเกิด หาทางสร้างชีวิตใหม่ด้วยน้ำพักน้ำแรงของแม่ค้าวัย 70 ปี เรียกว่าไปตายดาบหน้าดีกว่าอยู่เป็นหนี้เป็นสินอยู่ในเมืองกรุง

โดยการเดินทางกลับบ้านได้รับการปฏิเสธจากผู้นำหมู่บ้าน ห้ามคนต่างถิ่นเข้าพื้นที่และยืนยันว่า ต.เหมืองหม้อ อ.เมืองแพร่ ที่กักตัวเต็ม ทำให้ลูกหลานในบ้านทุ่งน้ำใส ต.เหมืองหม้อ ต้องไปหาเช่าบ้านเพื่อให้นางน้อยและหลานชายได้กักตัว 14 วัน ตามระเบียบป้องกันโควิด19ของจังหวัดแพร่ ยังมีผู้ที่มาจากพื้นที่เสี่ยงอีกหลายรายถูกเจ้าหน้าที่ปฏิเสธ ต้องหาบ้านเช่าเอาและกักตัวตามยถากรรมไม่ได้รับการช่วยเหลือการยังชีพ ซึ่งกรณีแบบนี้คือปัจัยสำคัญที่อาจทำให้โรคแพร่กระจายไม่หยุดถ้าผู้กักตัวขาดวินัย

นางศิริพร เป็กทอง ผอ.รพ.สต.เหมืองหม้อ กล่าวว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นอาจเป็นความกลัวหรือเข้าใจผิดของกรรมการควบคุมโรคติดต่อระดับตำบล ซึ่งกรณีแบบนี้กำลังเริ่มมีมากขึ้นในชุมชน กรณีของนางน้อยถือเป็นกรณีตัวอย่าง เมื่อจะเดินทางจากจังหวัดเสี่ยงมีการรายงานให้กรรมการระดับตำบลทราบ เพื่อจัดที่พัดกักตัว 14 วันดูอาการ เมื่อมาถึงพื้นที่ อสม. ผู้ใหญ่บ้านเข้าไปทำความเข้าใจระเบียบการควบคุมโรค วัดอุณภูมิขณะมาถึง วัดต่อเนื่องทุกวัน ทำประวัติ เมื่ออยู่ถึงงวันที่ 12 รพ.สต.เหมืองหม้อส่งตัวไปตรวจที่ รพ.แพร่ เพื่อรับรองการปลอดเชื้อเมื่อครบ 14 วัน ก็สามารถใช้ชีวิตเป็นปกติได้

นางน้อย กล่าวว่า ไม่คิดว่าอายุ 70 ปี แล้วต้องมาหาอาชีพใหม่ เสียดายงานเก่าร้านอาหารตามสั่งที่ลาดพร้าว ถ้าจะมาตั้งร้านใหม่ไม่รู้ว่าจะมีลูกค้าเหมือนเก่าหรือไม่ แต่ก็จำเป็นถ้ายังอยู่ที่เดิมก็คงอดตายหนี้ท่วมหัวแน่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีเช่นเดียวกับนางน้อยจะปรากฏให้เห็นมากขึ้น คนแห่คืนถิ่นอย่างต่อเนื่องถ้ากรรมการควบคุมการระบาดโควิด19 ในพื้นที่ไม่ให้ความสำคัญคนกลุ่มนี้อาจกลายเป็นคัดเตอร์ใหม่ก็ได้และถ้าไม่มีมาตรการรองรับ เน้นผลักดันออกจากพื้นที่คนเหล่านี้จะขาดที่พึ่งทันที
สถิติล่าสุดของจังหวัดแพร่ ณ วันที่ 8 สิงหาคม วันเดียวพบผู้ติดเชื้อ 48 ราย มาจากคนแพร่ไม่ทิ้งกัน 24 ราย จากผู้ที่พักในสถานที่ที่รัฐจัดให้19 รายในพื้นที่จังหวัดพบติดเชื้อรายใหม่ 5 คนรวมผู้ติดเชื้อสะสม882 รายในจำนวนนี้รักษาหายแล้ว 559 ราย โรงพยาบาลสนามของจังหวัดแพร่ยังมีเพียงพอรับผู้ป่วยภูมิลำเนาจังหวัดแพร่ที่ไปติดเชื้อในจังหวัดเสี่ยงสูงแล้วขาดเตียง


