#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
https://www.komchadluek.net/news/politic/478660
“องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน” ออกแถลง ค้านตั้ง”อัยการระดับสูง”

13 สิงหาคม 2564 – 15:34 น.
องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน(ประเทศไทย) ออกแถลง ค้านตั้ง “ปรเมศวร์ อินทรชุมนุม ขึ้นผู้ตรวจอักการ เหตุต้องคดีอาญาเมาแล้วขับรถชนผู้อื่นแล้วหนี
เมื่อวันที่ 13 ส.ค. 2564 องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) หรือ ACT เผยแพร่เอกสารแสดงความคิดเห็นกรณี การแต่งตั้งอัยการระดับสูง โดยเฉพาะกรณีที่อัยการสูงสุด ได้มีหนังสือถึง เลขาธิการคณะรัฐมนตรี แจ้งมติการประชุมคณะกรรมการอัยการว่า เห็นชอบในการเลื่อนนายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม อธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญาธนบุรีขึ้นแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจการอัยการ ตั้งแต่ 1 ต.ค.63 เป็นต้นไป โดยเนื้อหาในเอกสารระบุ ดังนี้

“ฤ จะเป็นเสาหลักปักขี้เลน”
เป็นเรื่องอันตรายและน่าเศร้าสลดมากต่ออนาคตของบ้านเมือง หากสำนักงานอัยการสูงสุดไม่ดำรงอยู่เป็นเสาหลักความยุติธรรมที่มั่นคงยืนหยัดให้ประชาชน แต่กลับโอนเอนเป็นเสาหลักปักขี้เลนเพราะพวกพ้อง และผลประโยชน์ โดยไม่คำนึงถึงหลักการและเกียรติยศ จากกรณีการผลักดันแต่งตั้งอัยการระดับสูงขึ้นเป็น “ผู้ตรวจการอัยการ” ทั้งๆ ที่ถูกดำเนินคดีอาญาเพราะขับรถยนต์ในขณะมึนเมาแล้วชนผู้อื่น แต่เรื่องการแต่งตั้งยังไม่แล้วเสร็จเพราะยังไม่ได้รับการโปรดเกล้าฯ ล่าสุดเมื่อ 2 สิงหาคม 2564 อัยการสูงสุดได้มีจดหมายถึงเลขาธิการ ครม.ให้กราบบังคมทูลฯ อีกครั้ง โดยให้การแต่งตั้ง มีผลย้อนหลังตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2563 จนเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่า เงื่อนไขนี้จะส่งผลให้ได้รับการแต่งตั้งเป็น “รองอัยการสูงสุด” ในเดือนกันยายนนี้
ความโปร่งใสที่ไม่เป็นธรรม คือ ความกล้าที่หยามเกียรติยิ่งกว่า!
เมื่อวันที่ 28 ก.พ. 2562 อัยการระดับสูงท่านนี้ได้ขับรถยนต์ในขณะมึนเมาเฉี่ยวชนรถจักรยานยนต์และไม่หยุดลงมาช่วยเหลือ แต่มีชาวบ้านขับรถติดตามไปทัน ตำรวจตั้งข้อหาขับขี่รถขณะเมาสุราหรือของมึนเมาเป็นเหตุให้มีผู้ได้รับอันตรายแก่กายจิตใจ ขับรถโดยประมาทหรือน่าหวาดเสียวอันอาจเกิดอันตรายต่อบุคคลหรือทรัพย์สิน ขับรถเฉี่ยวชนแล้วหลบหนี และกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตราย ต่อมาพนักงานอัยการจังหวัดนนทบุรี ยื่นฟ้องเฉพาะความผิดฐานขับรถในขณะเมาสุรา โดยสั่งไม่ฟ้องข้อหาชนเเล้วหนี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 จึงทำความเห็นแย้ง แต่อัยการสูงสุดชี้ขาดยืนตามอัยการจังหวัด จำเลยรับสารภาพ ศาลพิพากษาให้จำคุก 2 ปี แต่รอลงอาญาและให้คุมประพฤติ 1 ปีโดยต้องไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ 3 ครั้ง (ยังไม่มีข้อมูลว่ากรณีนี้ได้รับประโยชน์จาก พรฎ. พระราชทานอภัยโทษฯ เมื่อ 28 กรกฎาคม 2564 ด้วยหรือไม่) อัยการไม่ยื่นอุทธรณ์คำพิพากษา ขณะที่ทางผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 มีความเห็นแย้งให้ยื่นอุทธรณ์คดีขอให้ลงโทษสถานหนัก สุดท้ายอัยการสูงสุดชี้ขาดไม่อุทธรณ์คดีจึงยุติ

