#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
https://www.posttoday.com/world/661285
วันที่ 23 ส.ค. 2564 เวลา 12:19 น.
เวียดนามอาการหนัก หลังจากคุมโควิดระลอกแรกจนได้รับคำชมจากสื่อตะวันตก ตอนนี้อาจจะแย่พอๆ กับไทยแล้ว
สำนักข่าวรอยเตอร์รายง่รว่า ทหารเวียดนามถูกส่งไปประจำการบนถนนของนครโฮจิมินห์เพื่อช่วยรัฐบาลบังคับใช้มาตรการล็อคในศูนย์กลางธุรกิจของประเทศ ซึ่งได้กลายเป็นศูนย์กลางของการระบาดของโรคโควิด-19 ที่เลวร้ายที่สุดของเวียดนามไปแล้ว
เกิดความตื่นตระหนกในหมู่ประชาชนจนแห่กันไปซื้อของที่ซูเปอร์มาร์เก็ตในนครโฮจิมินห์ เมืองที่มีประชากร 9 ล้านคนในช่วงสุดสัปดาห์ก่อนการล็อกดาวน์ที่เข้มงวดขึ้น ซึ่งเริ่มในวันจันทร์นี้ โดยคำสั่งห้ามไม่ให้ประชาชนออกจากบ้าน
คำสั่งที่เข้มงวดที่สุดของเวียดนามยังเกิดขึ้นท่ามกลางจำนวนผู้เสียชีวิตและการติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
จากการเปิดเผยของคนพื้นที่และ ภาพถ่ายในสื่อของรัฐในวันจันทร์พบว่า ทหารกำลังตรวจสอบใบอนุญาตของประชาชนตามท้องถนนและส่งมอบอาหาร
นครโฮจิมินห์เริ่มจำกัดการเคลื่อนไหวเมื่อต้นเดือนที่แล้ว แต่การติดเชื้อยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่ทางการกล่าวว่าไม่มีการบังคับใช้มาตรการควบคุมที่เข้มงวดเพียงพอ
นครโฮจิมินห์มียอดการติดเชื้อทั้งหมด 176,000 ราย และผู้เสียชีวิต 6,670 ราย คิดเป็นครึ่งหนึ่งของผู้ป่วยทั้งหมดของเวียดนามและมียอด 80% ของผู้เสียชีวิต อ้างจากกระทรวงสาธารณสุข
- จีนเอาอยู่! โควิดในประเทศเป็นศูนย์อีกครั้งในเดือนเดียว
- เงินฝากไทยเครดิตแรงไม่หยุด ปล่อยหมัดเด็ดรับสายฝน ฝากประจำดอกเบี้ยสูง 1.5% ต่อปี
ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา เวียดนามได้ส่งแพทย์และพยาบาลเพิ่มอีก 14,600 คนไปยังเมืองและจังหวัดใกล้เคียง เพื่อสนับสนุนระบบการแพทย์ที่ล้นหลาม กระทรวง ระบุ
ผู้ป่วยที่มีอาการไม่รุนแรงหรือไม่มีอาการได้รับการบอกกล่าวให้แยกตัวเองที่บ้าน
ผู้คนในเขตฟู นวน และโกวาบ ของเมืองบอกกับรอยเตอร์ว่าพวกเขาได้รับแจกข้าว เนื้อ ปลา และผัก
รัฐบาลประกาศเมื่อวันศุกร์ว่าจะส่งข้าว 130,000 ตันจากคลังของรัฐไปยังนครโฮจิมินห์ รวมถึงเมืองและจังหวัดอื่นๆ อีก 23 เมือง
หลังจากจัดการควบคุมโรคโควิด-19 มาได้มากในปีที่แล้ว เวียดนามมีผู้ติดเชื้อ 348,000 ราย และเสียชีวิตอย่างน้อย 8,277 ราย โดยส่วนใหญ่เกิดจากเชื้อเดลต้าตั้งแต่ปลายเดือนเมษายน ตัวเลขเมื่อวันที่ 20 สิงหาคมมีผู้ติดเชื้อราว 10,000 ราย
ประมาณ 1.8 ล้านคนจาก 98 ล้านคนหรือ 1.8% ของประชากรในประเทศ ได้รับการฉีดวัคซีนอย่างครบถ้วน ซึ่งเป็นหนึ่งในอัตราที่ต่ำที่สุดในภูมิภาค
Photo REUTERS/Stringer