#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/likesara/600091

อาการดีขึ้น! ‘พังคำหล้า’ เริ่มทรงตัวลุกขึ้นยืนเองได้แล้ว หลังล้มป่วย
วันอาทิตย์ ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2564, 20.51 น.
5 ก.ย.64 จากเหตุการณ์ที่ ช้างพังคำหล้าอายุ 89 ปี ช้างจากปางช้างอโยธยา ต.ไผ่ลิง อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา ล้มป่วย ไม่สามารถลุกขึ้นยืนได้ด้วยตัวเอง จนต้องใช้เชือกรัดที่ลำตัว แล้วคล้องกับรถแม็คโครขนาดใหญ่ ของเทศบาลเมืองอโยธยา เพื่อช่วยพยุงดึงร่างให้ลุกขึ้นยืนทรงตัวได้ สาเหตุเพราะขาดอาหารกินอาหารไม่เพียงพอในช่วงสถานการณ์โควิด-19ประกอบกับมีอายุมากแล้ว หลังจากที่ผู้สื่อข่าวนำเสนอข่าวออกไป ก็ได้มีผู้ใจบุญนำอาหารมาเลี้ยงช้าง จนช้างมีเรี่ยวมีแรงลุกขึ้นยืนเองได้
.jpg)
นางสอน คำสุุข อายุ 85 ปี อยู่บ้านเลขที่ 123 หมู่บ้านถุงทอง ต.คลองสวนพลู อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา เจ้าของช้างพังคำหล้า บอกว่า วันนี้พังคำหล้าได้ลุกขึ้นยืนด้วยตัวเองได้ หลังจากที่ได้รับอาหารจากผู้ใจบุญที่นำมาบริจาคให้ ปรกติในช่วงโควิดจะนำพังคำหล้าไปปล่อยให้กินหญ้าซึ่งได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ จนร่างกายผอมโซล้มป่วยลง พรุ่งนี้เจ้าหน้าที่ปศุสัตว์จะมาตรวจเช็คร่างกายให้
ขณะเดียวกันในช่วงเย็นของวันนี้นายสมชาย จรรยา อุปนายกสมาคมผู้สื่อข่าวและช่างภาพอาชญากรรมแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยนายเกียรติยศ ศรีสกุล ประธานชมรมช่างภาพสื่อมวลชนพระนครศรีอยุธยา ได้นำอาหารมาให้ช้าง และข้าวกล่องมามอบให้กับควาญช้าง เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจมีแรงต่อสู้กับสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ต่อไป

ด้าน น.ส.บุณยาพร บุญเกิด อายุ 43 ปี รีเซฟชั่น ปางช้างอโยธยา กล่าวว่า ในช่วงนี้สถานการณ์ covid-19 ระบาด ตลาดน้ำอโยธยา ปิดให้บริการ ทำให้ผู้ประกอบการ รวมถึงผู้ดูแลช้าง ไม่ค่อยมีรายได้ นักท่องเที่ยวไม่ได้มาเที่ยว ขาดทุนทรัพย์ในการซื้ออาหารมาเลี้ยงช้าง แต่ก็ยังมีผู้ใจบุญนำอาหารมาเลี้ยงอยู่บ้าง แต่ยังไม่เพียงพอ เนื่องจากช้างมีหลายเชือก ต้องนำอาหารมาแบ่งปันกันเลยอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้พังคำหล้า กินอาหารไม่เพียงพอ เพราะช้างต้องกินอาหารเยอะมากจึงทำให้หมดแรงและล้มลงไป จึงอยากฝากประชาสัมพันธ์ผู้ที่ใจบุญ ตอนนี้ต้องการหญ้าอ้อยหรือกล้วยมาเลี้ยงช้าง สามารถมาได้ที่ปางช้างอโยธยา ช่วงนี้ทางปางช้างเพิ่งจะเปิดทำการ ก็ขอเชิญนักท่องเที่ยวให้มาเที่ยวนั่งช้างและให้อาหารช้างเพื่อเป็นการทำบุญให้น้องๆช้างอีกทางหนึ่งด้วย และต้องขอบพระคุณพี่นักข่าวทั้งสมาคมฯ และชมรมฯ นำอาหารมาเลี้ยงทั้งคนและช้างด้วย