#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/likesara/601733

กลุ่มแปรรูปผ้าบ้านทุ่งพัฒนาสร้างนวัตกรรม ‘ผ้าโควา’ ย้อมสีธรรมชาติจากมูลวัว
วันจันทร์ ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2564, 12.22 น.
กลุ่มแปรรูปผ้า บ้านทุ่งพัฒนา ตำบลทุ่งจังหัน อำเภอโนนสุวรรณ บุรีรัมย์ สร้างนวัตกรรม “ผ้าโควา” ย้อมสีธรรมชาติด้วยมูลวัวพิมพ์ลายด้วยสีของใบไม้หลายชนิดกลายเป็นเอกลักษณ์ผ้าโดดเด่นของท้องถิ่นที่ไม่เหมือนใคร และไม่มีใครเหมือน สร้างรายได้ให้กับคนในชุมชน
กลุ่มแปรรูปผ้าโควา ตั้งอยู่ที่หมู่ 14 บ้านทุ่งจังหัน อำเภอโนนสุวรรณ จังหวัดบุรีรัมย์ ได้มีการใช้ภูมิปัญญาคิดค้นการย้อมฝ้ายด้วยมูลวัว ล้างด้วยน้ำแร่ธรรมชาติ และยังคิดค้นวิธีพิมพ์ลายด้วยใบไม้ เช่น สบู่เลือด ใบสัก ใบเพกา หรือลิ้นฟ้า ซึ่งจะให้ลวดลายและสีธรรมชาติจากใบไม้ที่สวยงามแตกต่างกันแล้วนำไปแปรรูป ตัดเย็บเป็นเสื้อผ้า ของใช้ ของฝาก ของที่ระลึก ที่มีโดดเด่นไม่เหมือนใคร อีกทั้งยังสามารถยกระดับเป็นสินค้าโอทอป ที่ได้รับความนิยมอีกด้วย
นางบุปผา ศรีเสถียร ประธานกลุ่มแปรรูปผ้าโควา เปิดเผยว่า เมื่อหลายปีก่อนจังหวัดบุรีรัมย์ได้มีการจัดประกวดแฟชั่นผ้าไหม คนในหมู่บ้านเห็นว่ามีความสามมารถการตัดเย็บเสื้อผ้า เขาจึงส่งเข้าไปลองแข่งดู มีเวลาให้เพียง 3 วัน ผลการปรากฏว่าได้อันดับ 2 ของจังหวัด หลังจากนั้นในปี 2552 ได้เริ่มมีการตั้งกลุ่มขึ้น เริ่มชักชวนชาวบ้านร่วมกลุ่มทอผ้าลายแบบพื้นบ้านธรรมดาและเริ่มแปรรูปผลิตภัณฑ์ออกไปจำหน่ายตามงานต่างๆ กระแสตอบรับดีมาก เมื่อมีการออกแบบสินค้าตัวใหม่จำหน่ายได้ไม่นานก็จะมีสินค้ารูปแบบคล้ายๆ กันวางจำหน่ายในร้านอื่น แต่คุณภาพของผ้าไม่เหมือนกัน และในช่วงนั้นผ้าต่างๆ มีเยอะมากจะคล้ายๆกันทุกที่ จึงเป็นจุดเปลี่ยน มีแรงผลักดันที่จะคิดค้นวิธีการใหม่ๆ ให้เป็นเอกลักษณ์ของตนเอง ของอำเภอโนนสุวรรณ ที่ต้องไม่ซ้ำกับที่อื่น และไม่ให้ที่อื่นทำเลียนแบบได้
จึงได้ทดลองหาวิธีย้อมผ้าจากวัตถุดิบธรรมชาติหลายอย่างหลายวิธี ด้วยในพื้นที่อำเภอโนนสุวรรณ มีการเลี้ยงวัวนมอยู่แล้วและได้ทดลองนำมูลวัวเป็นวัตถุดิบหลักในการย้อมฝ้า ผลที่ได้สีที่ได้จะเป็นสีเขียวขี้ม้าสวยงาม จึงตั้งชื่อว่า “ผ้าโควา” มาจาก มูลวัว + วารี คือ น้ำแร่ธรรมชาติขึ้นชื่อของอำเภอโนนสุวรรณ และ “ผ้าโควา” กลายเป็นผ้าประจำอำเภอโนนสุวรรณ ทำชาวบ้านมีรายได้จากการทอผ้าได้เป็นอย่างดี
นางบุปผา กล่าวอีกว่า จากนั้นได้มีการต่อยอดจากผ้าโควา ให้มีสีสัน ลวดลายโดยเด่นที่ไม่เหมือนใครอีก ด้วยความคิดที่ว่า กลุ่มไม่สามารถทอผ้าลายต่างๆ เหมือนที่อื่นคงเป็นไปไม่ได้และต้องหากิจกรรมให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาในหมู่บ้านได้เรียนรู้ ปฏิบัติ และสามารถนำผลงานของตนเองกลับไปได้ จึงได้คิดค้นการพิมพ์ลายผ้าด้วยใบไม้ เช่น ใบสบู่เลือด ใบสัก ใบเพกา หรือลิ้นฟ้า ใบจากต้นปีบ ผลที่ออกมาเกินความคาดหมาย เป็นลายที่ไม่ซ้ำ และไม่เหมือนใคร ผลการตอบรับดีมาก ก่อนจะมีสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ได้ไปร่วมแสดงและจำหน่ายสินค้าตามสถานที่ต่างๆ จะมีลูกค้าและเข้าไปเยี่ยมชมเลือกซื้อต่อเนื่อง จนผลิตไม่ทัน – 003








