#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/likesara/605808

วันพฤหัสบดี ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2564, 18.56 น.
“…ผู้บรรลุธรรม เขาไม่ได้มาบอกแบบทางโลก ผมได้สำเร็จขั้นนั้นแล้ว สำเร็จขั้นนี้แล้ว ผมเป็นโสเดา โสดาแล้ว ถ้าเป็นอย่างนี้แล้ว ส่วนใหญ่ก็เป็นของปลอมทั้งนั้น คนที่เขาหลุดพ้นจริงๆ บรรลุธรรมจริงๆ เขาไม่มีความอยากให้ใครรู้หลอก เขาไม่บอกใครหลอก เขาจะเก็บตัวเงียบ
อย่างหลวงปู่ลี (หลวงปู่ลี กุสลธโร) ท่านไม่เคยบอกว่าท่านบรรลุธรรม ก็เพราะมีครูบาอาจารย์ท่านมาบอกใว้ ไม่มีใครรู้เพราะท่านไม่พูดกับใคร ท่านไม่บอกใคร ถ้ามีความอิ่มทางความสุขความพอแล้ว ไม่เห็นต้องอยากไปบอกใคร คนที่อยาก แสดงว่ายังไม่พอ ยังอยากให้คนรู้ ยังอยากให้คนยกย่องสรรเสริญ ก็เลยไปบอก คนที่รู้จริงๆ คนที่บรรลุธรรมจริงๆ เขาจะไม่บอก
พระพุทธเจ้า ตอนต้นท่านก็ไม่อยากจะบอกใคร ท่านไม่อยากจะสอน สอนไปคนนึงก็ปฏิบัติตามไม่ได้ แต่หลังจากที่ได้แยกแยะ จิต ของคน ก็มีสี่ประเภท เหมือนบัวสี่เหล่า พวกที่ฉลาดพร้อมรับคำสอนได้ก็มี ท่านก็เลยมุ่งไปหาผู้ที่ฉลาดก่อน คือ ปัญจวัคคีย์ ระหว่างทางก็ไปเจอพราหมณ์คนหนึ่ง พราหมณ์ถามไปไหน ท่านเป็นใคร พระพุทธเจ้าบอกเราเป็นพระพุทธเจ้า พราหมณ์ เอ้อดี เขาก็ไม่เชื่อ ไปบอกเขา เขาก็ไม่เชื่ออยู่ดี เขาก็ไม่รู้พระพุทธเจ้าเป็นอะไร เป็นใคร งั้นอย่าไปบอกดีกว่า สู้สอนให้เขาเป็นดีกว่า
พอมาสอนให้พระปัญจวัคคีย์เป็นพระอรหันต์ พระปัญจวัคคีย์ก็รู้เลยว่าพระพุทธเจ้าเป็นพระอรหันต์ การเป็นพระอรหันต์นี้เป็นอย่างไร ผู้ที่ฉลาดเขาไม่มาพูดเปรยๆหลอก ข้าพเจ้าเป็นพระโน่นพระนี่แล้ว เขาจะมาสอนเรา แล้วถ้าเราปฏิบัติได้ เราได้ผล เราก็จะเป็นผู้มารับรองเขาเอง เอ้อ คนนี้ใช่แน่นอน เนี่ยใครมารับรองพระพุทธเจ้าว่าเป็นพระพุทธเจ้า ก็พระสาวกทั้งหลายนี่ไง พระอรหันต์ ๑,๒๕๐ รูป วันมาฆบูชา มากราบพระพุทธเจ้า แสดงว่ามายืนยันมารับรอง นี่แหละ คือ พระพุทธเจ้าที่แท้จริง เพราะเขาได้เป็นพระอรหันต์เพราะคำสอนของพระพุทธเจ้านี่เอง…”
พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต วัดญาณสังวรารามวรมหาวิหาร จังหวัดชลบุรี