“กกต.” แจ้งทุกพรรคการเมือง เตรียมให้พร้อมส่งผู้สมัคร ส.ส. ลต. ครั้งหน้า #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/486558

04 ต.ค. 2564 |02:00 น.

“กกต.” แจ้งทุกพรรคการเมือง เตรียมความพร้อมในการส่งผู้สมัคร ส.ส.เลือกตั้งครั้งหน้า ต้องมีสาขาพรรคหรือตัวแทนพรรคการเมืองทุกเขตเลือกตั้งที่จะส่งผู้สมัคร สร้างปัญหาพรรคเล็ก- สรรหาตัวผู้สมัคร เตรียมไว้ก่อนมีประกาศเลือกตั้งได้ ป้องกันส่งผู้สมัครไม่ทัน

พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง ทำหนังสือลงวันที่ 1 ต.ค.2564 ส่งถึงหัวหน้าพรรคการเมืองทุกพรรคการเมือง เรื่อง การเตรียมความพร้อมในการส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(ส.ส.) ในการเลือกตั้งทั่วไปครั้งต่อไป

โดยระบุว่า ตามที่ “กกต.” และนายทะเบียนพรรคการเมืองได้มีหนังสือแจ้งหัวหน้าพรรคการเมืองทุกพรรคการเมืองเพื่อโปรดทราบและดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องในเรื่องสมาชิกพรรคการเมืองการจัดตั้งสาขาพรรคการเมือง การแต่งตั้งตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัด การประชุมใหญ่สาขาพรรคการเมือง การประชุมใหญ่พรรคการเมือง และการเตรียมความพร้อมในการส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ในการเลือกตั้งทั่วไปครั้งต่อไป ความละเอียดแจ้งแล้วนั้น

“กกต.” ขอเรียนว่าการเลือกตั้งทั่วไปครั้งต่อไป กม.กำหนดให้พรรคการเมืองซึ่งประสงค์จะส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งใดต้องมีสาขาพรรคหรือตัวแทพรรคการเมืองประจำจังหวัดที่มีเขตพื้นที่รับผิดชอบในเขตเลือกตั้งนั้น

ดังนั้น เพื่อให้พรรคการเมืองได้เตรียมความพร้อมและดำเนินการเกี่ยวกับการส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในการเลือกตั้งทั่วไปครั้งต่อไป จึงขอให้พรรคการเมืองตำเนินการ ดังนี้
 

1.การดำเนินการให้มีสมาชิกพรรคการเมือง พรรคการเมืองต้องดำเนินการตามมาตรา 24 มาตรา 25 มาตรา 26 มาตรา 27 แห่ง พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมืองพ.ศ. 2560 ข้อ 24 ข้อ25 ของระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2563 และประกาศนายทะเบียนพรรคการเมือง เรื่อง สมาชิกพรรคการเมือง พ.ศ. 2564

การบันทึกข้อมูลสมาชิกพรรคการเมืองในระบบฐานข้อมูลพรรคการเมืองให้เป็นปัจจุบันเพื่อใช้ในการตรวจสอบการเป็นสมาชิกพรรคการเมือง  การจัดตั้งสาขาพรรคการเมือง การแต่งตั้งตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัด

การประชุมใหญ่สาขาพรรคการเมืองการประชุมใหญ่พรรคการเมือง การเปลี่ยนแปลงต่างๆ ของพรรคการเมือง สาขาพรรคการเมือง ตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัด การตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและผู้สมัครเข้ารับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา เป็นต้น

2.การจัดตั้งสาขาพรรคการเมือง กรณีพรรคการเมืองจัดตั้งสาขาพรรค ตามมาตรา 33 วรรคหนึ่ง (2) แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองพ.ศ. 2560 โดยมีเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบทั้งจังหวัด หากประสงค์จะส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งใดในจังหวัดนั้น พรรคการเมืองต้องเปลี่ยนแปลงเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบจากทั้งจังหวัดเป็นเฉพาะเขตเลือกตั้งในจังหวัดนั้น โดยต้องมีที่ตั้งสาขาพรรคการเมืองและคณะกรรมการสาขาพรรคการเมืองอยู่ในเขตเลือกตั้งนั้น และต้องมีสมาชิกพรรคการเมือง
ที่มีภูมิลำเนาในเขตเลือกตั้งนั้นตั้งแต่ 500 คนขึ้นไป

และแจ้งต่อนายทะเบียนพรรคการเมือง ตามมาตรา 33 แห่ง พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560

หากไม่ดำเนินการดังกล่าวพรรคการเมืองจะไม่สามารถส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งในจังหวัดนั้นได้ หรือจะไม่สามารถแต่งตั้งตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัดในเขตเลือกตั้งในจังหวัดนั้นได้ เพราะจะขัดกับ มาตรา 35 แห่ง พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560

กรณีที่พรรคการเมืองยังมิได้จัดตั้งสาขาพรรคการเมืองตามมาตรา 33 วรรคหนึ่ง (2) แห่ง พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 หากประสงค์จะส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ก็จะต้องดำเนินการจัดตั้งสาขาพรรคการเมืองให้เป็นไป ตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 33 วรรคหนึ่ง (2)

ประกอบประกาศนายทะเบียนพรรการเมืองเรื่องการจัดตั้งสาขาพรรคการเมืองและการแต่งตั้งตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัด พ.ศ. 2563โดยที่สาขาพรรคการเมือง แต่ละสาขาต้องมีสมาชิกพรรคการเมืองที่มีภูมิลำเนาอยู่ในเขตพื้นที่รับผิดชอบของสาขาพรรคการเมือง ตั้งแต่ 500 คนขึ้นไป โดยมีเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบของสาขาพรรคการเมืองเฉพาะเขตเลือกตั้งใดเขตเลือกตั้งหนึ่ง

ทั้งนี้ สาขาพรรคการเมืองที่จัดตั้งตามมาตรา 33 วรรคหนึ่ง (2) เป็นองค์ประกอบหนึ่งขององค์ประชุมของที่ประชุมใหญ่พรรคการเมืองตามมาตรา 39 วรรคหนึ่ง แห่งพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมืองพ.ศ. 2560 และคณะกรรมการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้งตามมาตรา 49 แห่ง พ.ร.ป. ฉบับเดียวกัน

3.การแต่งตั้งตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัด กรณีที่พรรคการเมืองยังมิได้แต่งตั้ง ตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัดตามมาตรา แห่ง พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 หากประสงค์จะส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง จักต้องตำเนินการแต่งตั้งตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัดตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 35

ประกอบประกาศนายทะเบียนพรรคการเมือง การจัดตั้งสาขาพรรคการเมืองและการแต่งตั้งตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัด พ.ศ. 2563 โดยที่ในเขตเลือกตั้งนั้นต้องมีสมาชิกซึ่งมีภูมิลำเนาในเขตเลือกตั้งนั้นเกินหนึ่งร้อยคน ทั้งนี้ ตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัดเป็นองค์ประกอบหนึ่งขององค์ประชุมของที่ประชุมใหญ่พรรคการเมืองตามมาตรา39 วรรคหนึ่งแห่ง พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 และคณะกรรมการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้งตามมาตรา 49 วรรคสอง แห่ง พ.ร.ป.ฉบับเดียวกัน

4.การสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เมื่อมีกรณีที่ต้องสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้ง พรรคการเมืองต้องจัดให้มีคณะกรรมการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้ง ประกอบด้วยบุคคลและจำนวนตามที่กำหนดในข้อบังคับพรรคการเมือง

ซึ่งอย่างน้อยต้องประกอบด้วยกรรมการบริหารพรรคการเมือง ไม่เกินกึ่งหนึ่งของคณะกรรมการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้ง หัวหน้าสาขาพรรคการเมือง และตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัด ทั้งนี้ จำนวนหัวหน้าสาขาพรรคการเมืองและตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัดเป็นไปตามข้อบังคับพรรคการเมือง แต่อย่างน้อยต้องมีหัวหน้าสาขาพรรคการเมืองไม่น้อยกว่าสี่สาขา ซึ่งมาจากต่างภาคกันตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกำหนดตามมาตรา 33 แห่ง พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560

การสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคการเมืองต้องดำเนินการตามมาตรา 50 และมาตรา 51 แห่ง พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 และจะดำเนินการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้งไว้เป็นการล่วงหน้าก่อนวันประกาศพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็ได้ การสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้งหากพรรคการเมืองไปดำเนินการภายหลังจากที่มีพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อาจจะส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งได้ไม่ทันนับถึงวันสมัครรับเลือกตั้ง
 

ทั้งนี้ การได้มาซึ่งคณะกรรมการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้ง ต้องกระทำการเลือกตั้งในที่ประชุมใหญ่พรรคการเมืองโดยวิธีการลงคะแนนลับ
 

การสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคการเมืองต้องดำเนินการตามมาตรา 50 และมาตรา 51 แห่ง พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 และจะดำเนินการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้งไว้เป็นการล่วงหน้าก่อนวันประกาศพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็ได้ การสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้งหากพรรคการเมืองไปดำเนินการภายหลังจากที่มีพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อาจจะส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งได้ไม่ทันนับถึงวันสมัครรับเลือกตั้ง
 

5.การดำเนินกิจกรรมตามข้อ 1-5 บางกิจกรรมสามารถดำเนินกิจกรรมไปพร้อมกันได้

อนึ่ง หากร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่..) พุทธศักราช … มีผลใช้บังคับพรรคการเมืองต้องปฏิบัติตามร่างรัฐรรมนูญ ฉบับดังกล่าว กฎหมาย รวมตลอดทั้งระเบียบประกาศและคำสั่งของ กกต. หรือนายทะเบียนพรรคการเมือง แล้วแต่กรณี

แหล่งข่าวจากพรรคการเมือง ระบุว่า เป็นงานปกติของ “กกต.” ที่จะต้องคอยเตือนพรรคการเมืองให้ปฏิบัติ ไม่เกี่ยวกับการส่งสัญญาณว่าจะมีการยุบสภาเลือกตั้งแต่อย่างใด  เพราะว่าพรรคการเมืองยังไม่คุ้นกับกฎหมายใหม่ จึงต้องเตือนว่าถึงเวลา และให้สรรหาผู้สมัคร ส.ส. ก่อนมีการประกาศเลือกตั้งได้เพราะหากพรรคการเมืองไปดำเนินการภายหลังจากที่มีพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อาจจะส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งได้ไม่ทัน

และ”กกต.” บอกว่า  ถ้าจะส่งผู้สมัคร ส.ส. ก็ต้องมีสาขาพรรคหรือตัวแทนพรรคในเขตเลือกตั้งที่จะส่งผู้สมัคร ส.ส.  เมื่อก่อนมีตัวแทนพรรคเขตเลือกตั้งเดียว ก็สามารถส่งผู้สมัครได้ทั้งจังหวัด แต่ตอนนี้ไม่ได้แล้ว 

 อย่างไรก็ตาม ที่กฎหมายระบุว่าต้องมีสาขาพรรคหรือตัวแทนพรรคการเมืองนั้น ๆ ครบทุกเขตเลือกตั้งที่จะส่งผู้สมัคร ส.ส. พรรคการเมืองเล็กจะมีปัญหาในเรื่องความพร้อม ส่วนพรรคการเมืองใหญ่ไม่มีปัญหา เพราะส่วนใหญ่มีตัวแทนพรรคการเมืองครบทุกเขตเลือกตั้งอยู่แล้ว 

และในการสรรหาผู้สมัคร ส.ส. ต้องทำ ไพรมารีโหวต ด้วยซี่งมีความยุ่งยากมาก

การทำ ไพรมารีโหวต มีขั้นตอนดังนี้

ในการสรรหาผู้สมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง คณะกรรมการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้ง ของแต่ละพรรค จะเปิดรับสมัคร ตรวจสอบคุณสมบัติ

และจะส่งรายชื่อให้ สาขาพรรคการเมือง หรือ ตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัด เพื่อจัดการประชุมให้สมาชิกพรรคลงคะแนนเลือกผู้สมัครตามรายชื่อนั้น

โดยมีข้อกำหนด คือ พรรคการเมืองที่จะส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. แบบแบ่งเขตเลือกตั้งที่ใดได้นั้น ต้องมีสาขาพรรคการเมืองหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัดที่นั้น และในการประชุม สาขาพรรคต้องมีสมาชิกมาประชุมไม่น้อยกว่า 100 คน หรือ ตัวแทนพรรคประจำจังหวัดต้องมีสมาชิกมาประชุมไม่น้อยกว่า 50 คน ซึ่งสมาชิกจะลงคะแนนเสียงเลือกได้หนึ่งคน และผู้ได้รับคะแนนสูงสุด 2 คนแรกของแต่ละเขตเลือกตั้ง จะถูกส่งให้ “คณะกรรมการบริหารพรรค” ให้ความเห็นชอบ  
 

ส่วนการสรรหาผู้สมัคร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ มีขั้นตอน คือ คณะกรรมการสรรหาฯ จะเปิดรับสมัคร ตรวจสอบคุณสมบัติและจัดบัญชีรายชื่อไม่เกิน 150 คน แล้วส่งบัญชีรายชื่อให้สาขาพรรคหรือตัวแทนพรรคประจำจังหวัดเพื่อจัดประชุม โดยสมาชิกลงคะแนนเลือกได้คนละไม่เกิน 15 คน จากบัญชีรายชื่อ

จากนั้น คณะกรรมการสรรหาฯ จัดทำบัญชีรายชื่อผู้สมัคร โดยเรียงลำดับตามผลรวมของคะแนนที่ได้รับจากสาขาพรรคหรือตัวแทนพรรคประจำจังหวัดส่งให้คณะกรรมการบริหารพรรคให้ความเห็นชอบ

"กกต." แจ้งทุกพรรคการเมือง เตรียมให้พร้อมส่งผู้สมัคร ส.ส.   ลต. ครั้งหน้า“กกต.” แจ้งทุกพรรคการเมือง เตรียมให้พร้อมส่งผู้สมัคร ส.ส. ลต. ครั้งหน้า

"กกต." แจ้งทุกพรรคการเมือง เตรียมให้พร้อมส่งผู้สมัคร ส.ส.   ลต. ครั้งหน้า“กกต.” แจ้งทุกพรรคการเมือง เตรียมให้พร้อมส่งผู้สมัคร ส.ส. ลต. ครั้งหน้า
 

"กกต." แจ้งทุกพรรคการเมือง เตรียมให้พร้อมส่งผู้สมัคร ส.ส.   ลต. ครั้งหน้า“กกต.” แจ้งทุกพรรคการเมือง เตรียมให้พร้อมส่งผู้สมัคร ส.ส. ลต. ครั้งหน้า

Leave a comment