#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/likesara/608878

วันศุกร์ ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.
“หัวเว่ย” ได้ “เจ้าหญิงเมิ่งหว่านโจว” กลับไปแล้ว เกือบ 3 ปี ที่โดน “กักกัน” ในต่างแดนจากข้อหาของประเทศสหรัฐ (เจ้าของ Brand สมาร์ทโฟน iPhone ผู้เกรียงไกร) ที่มอง HUAWEI เป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศ ด้วยรัฐบาลจีนสามารถ Tap เข้าไปใน Smartphones ได้
เจ้าหญิงได้คืนสู่พระราชวังแล้ว แต่ปัญหาของ HUAWEI “ดาวรุ่ง” ของจีนที่โดนยักษ์ใหญ่สหรัฐเจาะตัดขาตั้งแต่การ Sanction ของสหรัฐและบริวารยังมีอยู่
ยอดขายทั่วโลกของ HUAWEI ตกอย่างเห็นได้ชัดเมื่อสหรัฐ Blocked การใช้ Google Apps และ US.Software อื่นๆ
แถมด้วยรัฐบาล TRUMP เมื่อปีที่แล้ว Blocked HUAWEI ไม่ให้ได้ใช้ Supplies “Chip” จากทั่วโลก (ที่สหรัฐบังคับได้) ทำให้ HUAWEI เดือดร้อนหนัก อาศัยเพียงใช้ Stock ที่เหลืออยู่ประกอบชิ้นส่วนในหลายๆ ผลิตภัณฑ์
ปีที่แล้วเอง HUAWEI ยังได้ชื่อเป็นแบรนด์ Smartphones ที่ใหญ่ที่สุดในโลก
ปีนี้ตัวเลขใน Quater แรก ตกลงอย่างน่ากลัวจนนักวิเคราะห์ทำนายว่าคงจะดับเหมือน Brandดังที่ผ่านมาอย่าง Motorola Nokia
อย่างไรก็ดี HUAWEI โตมานานจนเรียนรู้ “ไม่ใส่ไข่ในตะกร้าใบเดียว” HUAWEI พัฒนาธุรกิจอื่นๆจนเกิดเป็นบริษัทที่ใหญ่ที่สุดในโลกด้าน Telecom Equipment และได้ชื่อเป็นบริษัทที่ลงทุนด้าน R & D ทาง Technology สูงติดอันดับโลก
จาก Smartphones Brand ระดับโลกที่เริ่มต้นมาจากแบรนด์โนเนม
HUAWEI เติบโตมาเป็นคู่แข่งน่ากลัวของ APPLE SAMSUNG ฯลฯ
ตอนนี้ยอดขายที่ตกต่ำลงเรื่อยๆ จากยุทธการของสหรัฐที่โดดเดี่ยว HUAWEI ออกมาจากแหล่งชิ้นส่วนและTechnology ของสหรัฐและบริวารที่เคย Supplied ให้
ก็เป็น “สงคราม” ที่แม่ทัพ REN ZHENGFEI ผู้ก่อตั้ง HUAWEI จะต้องต่อสู้
“สู้เพื่อหัวเว่ย” (โดยลึกๆ สู้เพื่อประเทศจีน)
แม่ทัพ REN ZHENGFEI ผู้นำทัพอดีตทหารปลดประจำการก่อตั้งบริษัท โดยใช้ห้องทำงานเล็กๆ และมีพนักงานเพียงหกคน สร้างอาณาจักร HUAWEI เติบโตครองเมืองในจีน ครองตลาดโลกด้วยกำลังไพร่พลกว่า 150,000 คน เป็นจักรพรรดิ (เอกชน) องค์ใหม่
ประวัติศาสตร์ต้องจารึก จักรพรรดิองค์ใหม่ที่สามารถสร้าง “ตราสินค้า” จีนเข้าสู่ตลาดโลกเป็นแบรนด์แรกในรอบ 5 พันปี
เหริน เจิ้งเฟย แม่ทัพหัวเว่ยผู้นี้มีกลยุทธ์และตรรกะล้ำลึกยิ่งนัก
ในตลาดการค้าโลก จีนไม่ได้เริ่มต้นจาก “ศูนย์” แต่เริ่มต้นจาก “ติดลบ”
รายงานของทีม “หัวเว่ย” ที่หวังเข้าไปบุกตลาดประเทศรัสเซีย ชี้ชัด…“เราแบกชื่อเสียของสินค้าปลอมและพ่อค้าอันธพาลจีนไปด้วย ไม่รู้ต้องใช้หยาดเหยื่อและน้ำตามากเท่าใดจึงจะล้างความอัปยศนี้ได้” ทีมการตลาดรายงาน และความนี้เป็นกันทั้งโลกที่มีประสบการณ์เจ็บปวด
ครั้งหนึ่งประธานาธิบดีคนเก่งของยูกันดาเยือนประเทศไทย ตั้งใจให้บริษัทในไทยเข้าไปบุกเบิกทำ
“นมโรงเรียน” ให้เด็กยากจน โดยมีบริษัทผลิตนมของไทยและ Supplier กล่องกระดาษใส่นมของฮ่องกงเข้าร่วม ท้ายประชุมท่านประธานาธิบดีแอบกระซิบขอร้อง “โปรดอย่าใช้เครื่องจักรจีน” (ฮา)
แต่นี่คือ HUAWEI ไม่ใช่ “พ่อค้าจีน” ธรรมดา เหริน เจิ้งเฟย ตั้งบริษัทโดยมี “อุดมการณ์” อันยิ่งใหญ่และล้างสมอง “สาวก” จาก 6 คน ถึง 150,000 คนโดยไม่เหน็ดเหนื่อย จนเป็น “จิตวิญญาณหัวเว่ย”
“หยั่งเท้าบนความฝันที่รุ่งเรืองของบรรพชน
แบกความหวังความก้าวหน้าของชนชาติไว้บนบ่า”
“เราซื่อสัตย์ จริงใจ ใฝ่ก้าวหน้า
เรียนรู้เทคโนโลยีล้ำสมัยของสหรัฐอเมริกา
ชื่นชมการบริหารชั้นยอดจากญี่ปุ่น
แม่นยำหมดจดดุจชาวเยอรมัน
ทุกฝีก้าว บ่ยั่น หยั่งไปอย่างมั่นคง…”
เหริน เจิ้งเฟย ได้ชื่อว่าเป็นนักธุรกิจที่โลว์โปรไฟล์ที่สุดในโลก ทั้งที่ถือได้ว่าเป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จสูงสุดคนหนึ่งในโลก
เบื้องหลังความสำเร็จอยู่ที่ “จิตวิญญาณที่เต็มไปด้วยความรับผิดชอบความมุ่งมั่นต่ออุดมการณ์และการปรับเปลี่ยนสิ่งใหม่และไม่หยุดพัฒนา”
“จงหวาโหย่วเหวย” เลือดรักชาติ หากงานวิจัยพัฒนาสำเร็จจะฝ่าด่านต่างชาติที่ผูกขาดตลาดจีนมานาน
“ตลาดไม่รอเวลาให้เราเติบโต มันมิใช่แม่ ไม่มีความอดทนและความปรานี” เหริน เจิ้งเฟย สอนพนักงานขายของตน
“คนจีนวันนี้พูดว่าไม่” บทความของแม่ทัพหัวเว่ยที่เผยอุดมการณ์การทำธุรกิจเพื่อชาติจีน ส่งกระแส“ความรักชาติ” ความรักในผลิตภัณฑ์จีน
ก็อย่างที่ “เมิ่งหว่านโจว” ลูกสาวสุดสวาทขาดใจของจักรพรรดิเหริน กล่าวสุนทรพจน์ทิ้งให้คิด
“เมฆหมอก” ไม่สามารถบดบัง “พระอาทิตย์” ได้ตลอดกาล
ยักษ์สหรัฐอเมริกาจะบดบัง “หัวเว่ย” ที่มีจิตวิญญาณเต็มเปี่ยมในความรักชาติ อุดมการณ์ ความมุ่งมั่นพัฒนาสติปัญญา ของชาวจีนที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานได้อีกนานเท่าใด
กฤษณ์ ศิรประภาศิริ