“ส.ส.ก้าวไกล” ใช้ตำแหน่งยื่นประกัน “5 แกนนำราษฎร” คดี ม.112 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/489817

26 ต.ค. 2564 |13:00 น.

“3 ส.ส.ก้าวไกล” ใช้ตำแหน่งยื่นขอประกัน 5 แกนนำกลุ่มราษฎร จำเลยคดี 112 พร้อมอ่านจดหมายเปิดผนึกถึงประธานศาลฎีกา เรียกร้องแก้ไขคืนศรัทธาองค์กรตุลาการ ด้าน “สมยศ” ชวนชุมนุม 31ต.ค.นี้ ลั่นขอบันทึกหน้าประวัติศาสตร์

26 ต.ค.2564   ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก นางอมรรัตน์ โชคปมิตต์กุล นายธีรัจชัย พันธุมาศ  น.ส.สุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา  3 ส.ส.พรรคก้าวไกล  พร้อมด้วยนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข จำเลยคดีหมิ่นเบื้องสูง แกนนำกลุ่มราษฎร เดินทางมายื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราว โดยใช้ตำแหน่ง ส.ส.พรรคก้าวไกล  ประกันตัว นายอานนท์ นำภา, นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน , นายภานุพงศ์ หรือไมค์ จาดนอก, นายจตุภัทร บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน และ น.ส.เบนจา อะปัญ แกนนำกลุ่มราษฎร ที่ถูกอัยการยื่นฟ้องคดีดูหมิ่นสถาบันฯ ตามประมวลกฎหมาย มาตรา 112 

นางอมรรัตน์ เปิดเผยว่า เราเป็นตัวแทน ส.ส.พรรคก้าวไกล มายื่นจดหมายเปิดผนึกถึงประธานศาลฎีกา ซึ่งมีใจความสรุปว่า ขอแถลงการณ์จุดยืนปกป้องสิทธิเสรีภาพในการแสดงความเห็นทางการเมืองของเยาวชนและประชาชนของผู้แทนราษฎรพรรคก้าวไกล ทำไมจึงต้องแสดงจุดยืนต่อสาธารณะ ดังที่ปรากฏข่าวในสื่อมวลชนตั้งแต่วันที่ 18 ก.ค.63 ว่า “ยินดีใช้ตำแหน่งผู้แทนราษฎรไปประกันตัวหากเสรีภาพในการแสดงความเห็นที่ถูกรองรับไว้โดยงรัฐธรรมนูญ ถูกพรากไปด้วยข้ออ้าง พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ พร้อมโชว์ใบรับรองเงินเดือน ส.ส.นั้น เป็นเพราะว่าหลายปีที่ผ่านมานับจากการรัฐประหารวันที่ 22 พ.ค. 57 ต่อเนื่องมาถึงรัฐบาลปัจจุบันซึ่งสืบทอดอำนาจยาวนานจะเข้าปีที่ 8 แล้ว ประเทศนี้ถูกปกครอง ครอบงำด้วยความกลัว 
 

"ส.ส.ก้าวไกล"  ใช้ตำแหน่งยื่นประกัน "5 แกนนำราษฎร" คดี ม.112“ส.ส.ก้าวไกล” ใช้ตำแหน่งยื่นประกัน “5 แกนนำราษฎร” คดี ม.112

ผู้ที่รักประชาธิปไตยให้คุณค่ากับหลักการสิทธิเสรีภาพและความเท่าเทียมตกอยู่ในความมืด ถูกปิดกั้น เสรีภาพในการคิดการพูดการแสดงความคิดเห็นทางการเมืองอันเป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน เมื่อสิ้นสุดความอดทนเยาวชนหนุ่มสาวและประชาชนออกมาทวงคืนประชาธิปไตย ขับไล่นายกฯเรียกร้องให้ยุบสภาเพื่อคืนอำนาจให้ประชาชน และเรียกร้องให้มีการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ให้มีความเป็นสากลสอดคล้องกับยุคสมัย 

แต่ไม่ว่าจะออกมาส่งเสียงมากมายแค่ไหน ข้อเรียกร้องของพวกเขาถูกตั้งใจละเลยไม่ถูกได้ยิน สิ่งที่ได้รับ คือ การลุแก่อำนาจปราศจากมนุษยธรรม ใช้กำลังปราบปรามอย่างรุนแรงเกินกว่าเหตุ ใช้งบประมาณมากมายปราบปรามผู้ชุมนุมราวกับเป็นศัตรู เพียงแค่พวกเขาคิดต่างจากผู้ทรงอำนาจบาตรใหญ่ แจกคดี ออกหมายเรียก หมายจับ ใช้กฎหมายปิดปากจงใจใช้และต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉินด้วยข้ออ้างเรื่องโควิด-19 อย่างปราศจากความละอายต่อสายตาชาวโลก 

สำหรับตนแล้วเยาวชนผู้กล้าหาญเหล่านั้น พวกเขาคือนักต่อสู้ไม่ใช่นักโทษ คือเจ้าของอนาคตประเทศนี้ พวกเขาได้ก้าวข้ามเส้นแห่งความกลัวที่คนยุคของพวกเรา ที่ผ่านมาไม่เคยข้ามพ้นเส้นนั้นมาได้บัดนี้มีผู้ต้องหาคดี มาตรา112, 116, 215, พ.ร.บ. คอมฯ พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ มากมายถึง 1,500 คน  กว่า 800 คดี โดยเฉพาะคดีมาตรา 112 มีถึง 150 คนแล้ว และส่วนใหญ่เป็นเยาวชน 

"ส.ส.ก้าวไกล"  ใช้ตำแหน่งยื่นประกัน "5 แกนนำราษฎร" คดี ม.112“ส.ส.ก้าวไกล” ใช้ตำแหน่งยื่นประกัน “5 แกนนำราษฎร” คดี ม.112

เราต้องยอมรับกันเสียทีว่าคดีมาตรา 112 นั้นเป็นคดีทางการเมืองที่จะต้องถูกแก้ไขด้วยวิถีทางการเมืองแทนใช้คุกศาลทหาร และใช้กฎหมายปิดปากรวมทั้งกฎหมายหมิ่นสถาบันนี้เป็นประเด็นที่ประเทศไทยถูกองค์กรระหว่างประเทศและประเทศต่าง ๆ วิพากษ์วิจารณ์นับจากปี 54 ถึงปี 64 ถูกวิจารณ์มาแล้วไม่ต่ำกว่า 22 ครั้ง ถูกเสนอแนะให้แก้ไขในเรื่องอัตราโทษที่สูงเกินไปไม่ได้สัดส่วนกับความผิดและไม่มีโทษขั้นต่ำ ไม่มีคำนิยามที่แน่นอนของคำว่าดูหมิ่นมีปัญหาการบังคับใช้ที่ถูกตีความอย่างไร้ขอบเขต ไม่สอดคล้องกับหลักการสากลในกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมืองการใช้ข้ออ้างในการไม่ให้ประกันว่า มีอัตราโทษสูงอาจก่อให้เกิดอันตรายความเสียหายต่อความมั่นคงหรือน่าเชื่อว่าจะหลบหนีไม่ใช่ข้ออ้างเราจะเห็นได้ว่าผู้ก่ออาชญากรรมร้ายแรง แม้แต่ถึงฆ่าคนตายก็ยังได้สิทธิ์ประกันตัวออกมาต่อสู้คดี พวกเขายังไม่ได้ถูกตัดสินว่ามีความผิดและยังถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่ตามกฎหมาย เพื่อหยุดความตกต่ำของกระบวนการยุติธรรมไทยไม่ให้ต้องถูกทำลายลงเพียงเพื่อจะได้ดำเนินคดี มาตรา112 หรือเพียงเพื่อต่ออายุให้รัฐบาลที่ได้ความชอบธรรม 

ในฐานะผู้แทนราษฎรตนมีหน้าที่ปกป้องสิทธิเสรีภาพที่จะคิด ที่จะพูด และสิทธิในการแสดงความคิดเห็นทางการเมืองให้กับพวกเขา ที่ขณะนี้ยังถูกจองจําได้แก่ นายอานนท์, นายพริษฐ์, นายภาณุพงษ์, ไผ่ ดาวดิน, น.ส.เบนจา ขอเรียกร้องให้คืนสิทธิประกันตัวให้พวกเขาเพื่อคลี่คลายปัญหาวิกฤติศรัทธาต่อองค์กรตุลาการในขณะนี้ 

 “คุกควรเป็นที่ของคนทีปล้นอำนาจประชาธิปไตยไม่ใช่ของผู้ที่ออกมาเรียกร้องประชาธิปไตย ตนขอเรียกร้องให้ท่านประธานศาลฎีกา ฟื้นฟูกระบวนการยุติธรรมให้กลับมาเป็นที่พึ่งสุดท้ายของประชาชนผู้เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยตัวจริง เผด็จการจงพินาศ”

ด้านนายสมยศ กล่าวว่า พวกเรากำลังจะจัดการชุมนุมขึ้นที่สี่แยกราชประสงค์ เพื่อเรียกร้องให้มีการยกเลิกมาตรา 112 สืบเนื่องมาจากคดีที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ แกนนำราษฎรของเราได้ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยเพื่อสิทธิเสรีภาพและประโยชน์ของประเทศชาติโดยตรง เพื่อนำมาสู่ความเปลี่ยนแปลงที่ก้าวหน้ามากขึ้น ดังนั้นเมื่อพวกเขาถูกดำเนินคดีแล้วไม่ได้รับประกันตัว นอกจากจะเป็นการแสดงให้เห็นว่ากระบวนการยุติธรรมของเรานั้นยังไม่ได้ปกป้องเสรีภาพของประชาชน รวมทั้งปัญหาการประกันตัวนำมาสู่ความขัดแย้งในสังคมไทยมากขึ้น เป็นเหตุให้คณะราษฎรได้จัดกิจกรรมขึ้นเพื่อเรียกร้องให้มีการปล่อยตัวนำคณะราษฎรที่เป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญ

ขณะเดียวกันเราเห็นว่ามาตรา 112 คืออุปสรรคขัดขวางความเป็นประชาธิปไตยและถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือในการทำลายล้างการเมือง คุกคามเสรีภาพของประชาชนขอชวนพี่น้องประชาชนมารวมตัวกัน วันที่ 31 ต.ค. ตั้งแต่เวลา 16.00 – 22.00 น. ตนยังไม่สามารถเปิดเผยกิจกรรมหลักในวันนี้ได้ แต่การชุมนุมครั้งนี้จะผู้เข้าร่วมได้รับการบันทึกไว้ประวัติศาสตร์ไทยอย่างแน่นอน 

Leave a comment