#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/likesara/613403

วันพุธ ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 19.35 น.
“…ใช้ธรรมะเป็นเครื่องแก้ปัญหา แก้ความเครียด แก้ความทุกข์ ก็คือใช้สตินี่แหละเป็นเครื่องแก้ ถ้ามีสติ สติก็จะสามารถดึงใจให้หยุดคิดได้ ให้หยุดคิดถึงเรื่องที่ทำให้เครียดที่เกิดที่ทำให้ทุกข์ พอไม่คิดถึงเรื่องที่ทำให้เครียดทำให้ทุกข์ ความเครียดความทุกข์ก็จะหายไป ถึงแม้ว่าจะหายไปชั่วคราวก็ตาม แต่ถ้าเครียดใหม่ก็ใช้สติใหม่ ถ้ายังไม่รู้จักวิธีแก้ปัญหาความเครียดด้วยวิธีที่ถาวร คือวิธีของปัญญา
ถ้าอยากจะแก้ปัญหาความเครียดความทุกข์อย่างถาวร ก็ต้องใช้ปัญญา แต่ก่อนจะใช้ปัญญา ก็ต้องมีสติเป็นผู้กำกับปัญญาอีก เพราะปัญญาจะไม่เกิดถ้าไม่มีสติเป็นผู้สั่งให้เกิดนั่นเอง ดังนั้นสติจึงเป็นธรรมที่สำคัญและเป็นธรรมที่ผู้ปฏิบัติสามารถปฏิบัติได้ตลอดเวลา นับตั้งแต่ลืมตาขึ้นมาจนถึงเวลาที่หลับนอน จึงไม่ควรมองข้ามการเจริญสติ ซึ่งเป็นเหมือนกุญแจดอกแรกที่จะเปิดประตูบานแรกให้เข้าสู้ประตูอีกหลายๆ บาน ที่รออยู่ข้างหน้าต่อไป ถ้าไม่สามารถผ่านด่านแรกได้ ก็ไม่สามารถผ่านด่านที่สอง ด่านที่สามได้
จึงต้องให้ความสำคัญกับการเจริญสติ แล้วก็เป็นความดีที่สามารถเจริญสติได้ตลอดเวลา ควบคู่ไปกับการทำภารกิจต่างๆ ไม่จำเป็นที่จะต้องอยู่คนเดียวไม่ทำอะไร ถึงจะเจริญสติได้ แต่ถ้าจำเป็นต้องทำภารกิจที่จำเป็น ก็ยังสามารถเจริญสติได้ แต่ถ้าไปทำภารกิจที่ไม่จำเป็นนี้ก็จะยากต่อการเจริญสติ แล้วจะไม่ได้สติที่ต้องการคือ สติที่ไม่คิด สติที่หยุดความคิด เช่น ถ้าต้องไปทำงานทำมาหากินแบบที่ต้องใช้ความคิดมากๆ คิดวางแผนการต่างๆ คิดวิธีจัดการแก้ปัญหาต่างๆ การจะใช้สติให้หยุดคิดก็จะทำไม่ได้ ก็ทำได้เพียงแต่คอยประคับประคองความคิดให้คิดอยู่เฉพาะเรื่องงานเรื่องการเท่านั้น ไม่ปล่อยให้ไปคิดทางอื่นที่จะทำให้เกิดความทุกข์เกิดความเครียดขึ้นมา
สำหรับผู้ที่ต้องการรสแห่งธรรม ส่วนใหญ่ก็จะไม่ทำงานทำการกัน ก็จะไปอยู่แบบนักบวชกัน เพื่อที่จะได้มีเวลาที่จะได้มาปฏิบัติธรรมได้ตลอดเวลานั่นเอง มาปฏิบัติธรรมได้ตลอดเวลาตั้งแต่ลืมตาขึ้นมาเลย ธรรมที่ควรจะเจริญธรรมที่ควรยินดีในอันดับแรกก็คือสติ ถ้ามีสติก็จะควบคุมการพูดการกระทำได้ ก็จะรักษาศีลได้ ถ้ารู้ว่าจะไปทำผิดศีลก็หยุดได้ถ้ามีสติ งั้นผู้ที่จะมีศีล มีสมาธิ มีปัญญา เพื่อให้เข้าถึงรสแห่งธรรมได้ จำเป็นที่จะต้องมีสติมากๆ มีสติแบบเต็มร้อยถึงจะเข้าถึงรสแห่งธรรมได้อย่างเต็มร้อย แต่ในเบื้องต้นก็ฝึกไปตามกำลังของสติที่มีอยู่ไปก่อน แล้วค่อยพัฒนาขึ้นไปตามลำดับ… “
พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต วัดญาณสังวรารามฯ จังหวัดชลบุรี วันที่ ๔ มกราคม พ.ศ.๒๕๖๓ (เพจ พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต) – 003