#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
https://www.posttoday.com/world/667945
วันที่ 11 พ.ย. 2564 เวลา 17:20 น.Youtube ประกาศซ่อนจำนวนการกด Dislike บนวิดีโอ ปกป้องครีเอเตอร์จากการโดนถล่ม Dislike Bomb
Youtube ประกาศว่าจะทยอยซ่อนจำนวนการกด Dislike (ไม่ชอบ) ที่โชว์ด้านล่างวิดีโอนับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป โดยเชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จะช่วยลดการโจมตีครีเอเตอร์ด้วยการถล่ม Dislike ได้
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะมองไม่เห็นจำนวนการกด Dislike ได้อย่างสาธารณะ แต่ผู้ชมยังสามารถกดปุ่ม Dislike เพื่อแสดงออกว่าไม่ชอบวิดีโอนั้นๆ ได้ โดยครีเอเตอร์สามารถตรวจสอบจำนวน Dislike ได้ที่ YouTube Studio ซึ่งเป็นระบบหลังบ้านของเจ้าของช่อง
โดย Youtube เผยว่าได้ทำการทดลองและวิจัยเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ซึ่งพบว่าการถล่ม Dislike ถูกใช้เป็นเครื่องมือในการโจมตีครีเอเตอร์โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับช่องเล็กๆ มักจะตกเป็นเป้าหมาย ซึ่ง Youtube ได้ทดสอบระบบซ่อนตัวเลข Dislike มาระยะหนึ่งแล้ว และพบว่าช่วยลดอัตราการถล่ม Dislike ได้จริง
หลังจากที่ได้ศึกษามาเป็นระยะเวลาหลายเดือน Youtube จึงตัดสินใจที่จะซ่อนตัวเลขดังกล่าวอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เพื่อป้องกันการโจมตีครีเอเตอร์อย่างไม่เป็นธรรมหรือไร้เหตุผล
แต่ยังคงปุ่ม Dislike ไว้เพราะยังจำเป็นสำหรับวิดีโอที่เป็นคลิกเบต สแปม ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด หรือวิดีโออื่นๆ ที่มีเนื้อหาไม่เหมาะสม
Youtube เผยว่าแม้ครีเอเตอร์จะสามารถตรวจสอบจำนวนการกด Dislike ได้ที่หลังบ้าน แต่การซ่อนไม่ให้โชว์ต่อสาธารณะจะช่วยให้ครีเอเตอร์ไม่อับอาย และป้องกันการถล่ม Dislike อย่างไม่เป็นธรรมเพื่อโจมตีครีเอเตอร์ได้
“เรากำลังดำเนินการเปลี่ยนแปลงในเชิงรุก เนื่องจาก YouTube มีหน้าที่ปกป้องครีเอเตอร์จากการโจมตีโดยไม่เป็นธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งครีเอเตอร์รายย่อย” โฆษกกล่าว พร้อมชี้ว่าความเคลื่อนไหวดังกล่าวไม่ได้ถูกชี้นำด้วยโดยการเปลี่ยนแปลงด้านกฎระเบียบใดๆ แต่ทาง Youtube ต้องการทำเพื่อสนับสนุนครีเอเตอร์เอง
ทั้งนี้ คลิปที่มีจำนวนการกด Dislike สูงที่สุดบน Youtube ขณะนี้คือ “YouTube Rewind 2018” ซึ่งเป็นคลิปของ Youtube เอง ด้วยจำนวนการกด Dislike ถึง 19 ล้านครั้ง แต่ Youtube ปฏิเสธว่านี่ไม่ใช่สาเหตุของการเปลี่ยนแปลงครั้งล่าสุดแต่อย่างใด
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวคล้ายกับกรณีของ Instagram เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา ที่ซ่อนจำนวนการกดถูกใจบนโพสต์ของผู้ใช้ทั่วโลก หลังพิจารณาแล้วว่ายอดถูกใจมีผลกระทบต่อสุขภาพจิตของผู้ใช้ หรืออาจทำให้เจ้าของโพสต์เกิดความไม่สบายใจในการแสดงออกบนแพลตฟอร์ม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มผู้ใช้รุ่นเยาว์
ที่มา: TechCrunch
ภาพ: REUTERS/Dado Ruvic/Illustration/File Photo