#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/likesara/618887

วันจันทร์ ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 12.41 น.
หลายคนมองว่าการรับราชการเป็นอาชีพที่มั่นคงทั้งกับตัวเองและครอบครัว แต่ประดิษฐ์ เวหน หรือครูตั้ม วัย 41 ปีชาว อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ เขากลับเลือกที่จะลาออกจากการเป็นครูมานานถึง 12 ปี เดินทางกลับบ้านเกิดหันมาทำสวนเกษตรผสมผสานตามศาสตร์พระราชา ชื่อ “บ้านสวนพ่อพอเพียง พนมรุ้งคืนถิ่น” บนเนื้อที่ 10 ไร่ที่บ้านโคกสะอาด ต.ปังกู อ.ประโคนชัย
โดยเนื้อที่ 10 ไร่ ครูตั้ม และสมาชิกในครอบครัวจะช่วยกันทำเองไม่ได้จ้างแรงงาน โดยได้แบ่งพื้นที่ปลูกป่าหรือไม้ยืนต้น 4 ไร่ ทำนา 3 ไร่ ปลูกผักและเลี้ยงสัตว์ 2 ไร่ และทำที่อยู่อาศัยอีก 1 ไร่ โดยไม้ยืนต้นที่ปลูกก็จะมีมากกว่า 20 ชนิด เช่น ต้นมะค่า แดง พะยอม ยาง สะเดา ขี้เหล็ก และอื่นๆ นอกนั้นก็เป็นไม้ผล พืชผักสวนครัว และนาข้าว ส่วนสัตว์เลี้ยงก็จะมีทั้ง หมู กบ ปลา ไก่ไข่ เป็ด และหอย ซึ่งนอกจากจะนำผลผลิตไปประกอบอาหารบริโภคในครัวเรือนแล้วเพื่อลดค่าใช้จ่ายแล้ว ยังสามารถขายนำผลผลิตไปวางขายหน้าสวน และนำไปแปรรูปส่งขายผ่านออนไลน์สร้างรายได้เข้าครัวเรือนได้อีกด้วย นอกจากนั้นมูลสัตว์ที่เลี้ยงไว้ก็ยังสามารถนำไปทำเป็นปุ๋ยใส่พืชผักที่ปลูกไว้ เป็นการลดค่าใช้จ่ายได้อีกทางหนึ่งด้วย เรียกได้ว่าเป็นการทำการเกษตรแบบครบวงจรเน้นการพึ่งพาตนเอง ตามรอยศาสตร์พระราชา

ครูตั้ม เล่าว่า อาชีพข้าราชการครูถือเป็นความฝันของพ่อแม่และของตัวเอง เพราะถือเป็นอาชีพที่มีความมั่นคงมีเงินเดือน มีสวัสดิการที่สามารถดูแลคนในครอบครัวได้เป็นอย่างดี ซึ่งก็ได้ทำตามฝันมาแล้ว 12 ปี แต่พอล่าสุดได้ไปเป็นครูอยู่ที่จ.ระยอง ก็ค่อนข้างไกลจากบ้านเกิด ช่วงวันหยุดถึงจะมีโอกาสได้กลับมาเยี่ยมพ่อแม่ กระทั่งปี 2559 มีโอกาสได้เข้าร่วมอบรมที่ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติมาบเอื้อง จ.ชลบุรี ของ ดร.วิวัฒน์ ศัลยกำธร หรือ “อาจารย์ยักษ์” จนเกิดแรงบันดาลใจว่าความสุขที่แท้จริงคือการได้อยู่กับครอบครัว จากนั้นเดือน มี.ค.2560 จึงตัดสินใจลาออกจากครูโดยที่เพื่อนครู และคนในครอบครัวต่างก็ตกใจ และยอมรับว่าช่วงแรกพ่อและแม่ไม่เห็นด้วยกับการตัดสินใจลาออก เพราะกว่าจะได้เป็นครูไม่ใช่เรื่องง่าย แต่การที่จะอธิบายให้ใครเข้าใจโดยที่ยังไม่ได้ลงมือทำก็ค่อนข้างยาก

หลังจากลาออกก็เดินทางกลับมาบ้านเกิด วางแผนปรับพื้นที่ 10 ไร่ ที่พ่อแม่เคยใช้ปลูกมันปลูกอ้อยแต่ประสบปัญหาขาดทุนทุกปี เปลี่ยนเป็นสวนเกษตรผสมผสานตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งนอกจากที่ตัวครูตั้ม จะเข้าอบรมกับอาจารยักษ์จนเกิดแรงบันดาลใจแล้ว ยังได้พาพ่อกับแม่ไปอบรมกับพ่อคำเดื่องภาษี และพี่คำนึง บ้านตามา ซึ่งเป็นบุคคลต้นแบบในการทำเกษตรพอเพียงเพื่อเปิดใจด้วย หลังจากนั้นก็เริ่มลงมือปรับพื้นที่เป็นลักษณะโคกหนองนาโมเดล ทั้งขุดสระ ปลูกต้นไม้ ปลูกไม้ผล พืชผักสวนครัว ทำนา เลี้ยงสัตว์ โดยเน้นการใช้ภูมิปัญญาและองค์ความรู้ของพ่อหลวงภูมิพล หลังจากทำเกษตรผสมผสานตามรอยศาสตร์พระราชา ผ่านมา 4 ปีปัจจุบันก็มีความอุดมสมบูรณ์ทางอาหารด้วยการพึ่งพาตนเอง ที่สำคัญก็ได้ค้นพบความสุขที่แท้จริงคือการได้ใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัวคนที่รัก เพราะทุกวันนี้สมาชิกในครอบครัวไม่ได้ทำงานตามหน้าที่ แต่ทำงานตามวิถีในแต่ละวัน ไม่ต้องดิ้นรนแข่งกับเวลา

ครูตั้ม ยังกล่าวทิ้งท้ายด้วยว่า วันนี้ขอเป็นตัวแทนของคนรุ่นใหม่ที่จะตอบโจทย์ ว่าคนรุ่นใหม่ที่หันมาทำเกษตรตามรอยพ่อหลวง อยู่ได้จริงมั๊ย มีความสุขจริงมั๊ย และอยู่แบบพอเพียงได้จริงหรือไม่ ก็อยากฝากถึงคนที่คิดจะหันมาทำการเกษตรว่าไม่ต้องกลัวถ้ายังไม่ได้ลงมือทำ หากเราใฝ่ที่จะเรียนรู้ และวางแผนที่ดีก็เชื่อว่าจะประสบผลและมีความสุขกับผลลัพธ์ที่ได้อย่างแน่นอน แต่หากใครยังไม่มั่นใจก็สามารถมาดูตัวอย่างหรือศึกษาเรียนรู้วิธีแนวทางได้ที่ “สวนพ่อพอเพียง พนมรุ้งคืนถิ่น” ของครูตั้มได้ และหากใครอยากจะรับประทานผลไม้ ข้าว พืชผักปลอดสาร ผลผลิตจากสวน และเครือข่ายเกษตรที่แปรรูปแล้ว และไข่ไก่สดๆวันต่อวันก็สามารถมาซื้อได้ที่หน้าสวน หรือสั่งออนไลน์ผ่าน https://lin.ee/Cxd8ANL ได้ – 003










