#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
https://www.posttoday.com/world/670514
วันที่ 13 ธ.ค. 2564 เวลา 16:30 น.
เมืองในเกาหลีใต้จ่อใช้ AI จดจำใบหน้าติดตามผู้ป่วยโควิด-19 ผ่านกล้องวงจรปิดกว่าหมื่นตัว
สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่าเกาหลีใต้เล็งเปิดตัวโครงการนำร่องเพื่อติดตามความเคลื่อนไหวของผู้ป่วยโควิด-19 โดยการใช้เทคโนโลยี AI เพื่อจดจำใบหน้า และกล้องวงจรปิดกว่าหมื่นตัว ท่ามกลางความกังวลจากอีกด้านหนึ่งว่าจะเป็นการละเมิดความเป็นส่วนตัว
โครงการดังกล่าวได้รับเงินสนับสนุนจากรัฐบาลกลางมูลค่า 1,600 ล้านวอน และงบประมาณจากท้องถิ่นอีก 500 ล้านวอน โดยมีกำหนดเริ่มต้นโครงการในเดือนม.ค. ปีหน้าที่เมืองบูชอนซึ่งเป็นหนึ่งในเมืองที่มีประชากรหนาแน่นมากที่สุด
รายงานอ้างอิงเอกสารความยาว 110 หน้าที่ทางการเมืองบูชอนส่งไปยังกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ (ICT) ของเกาหลีใต้ ระบุว่าเทคโนโลยีจดจำใบหน้าจะวิเคราะห์ภาพที่รวบรวมโดยกล้องวงจรปิดมากกว่า 10,820 ตัว เพื่อติดตามการเคลื่อนไหวของผู้ติดเชื้อ และผู้สัมผัสใกล้ชิด ไม่ว่าจะสวมหน้ากากอนามัยหรือไม่ก็ตาม
เจ้าหน้าที่จากเมืองบูชอนกล่าวว่าโครงการนี้จะช่วยในการติดตามผู้ป่วยโควิด-19 ในเมืองที่มีประชากรมากกว่า 800,000 คน ให้เจ้าหน้าที่สามารถทำงานได้อย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และแม่นยำยิ่งขึ้น
จาง ด็อกชอน นายกเทศมนตรีเมืองบูชอนเผยผ่านทวิตเตอร์ว่าการที่เจ้าหน้าที่ต้องติดตามผู้ป่วยโดยใช้ภาพจากกล้องวงจรปิดอาจต้องใช้เวลาหลายชั่วโมง แต่การใช้เทคโนโลยีจดจำใบหน้าเข้ามาช่วยการทำงานจะสะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น
นอกจากนี้เทคโนโลยีดังกล่าวจะช่วยอุดช่องโหว่จากการที่ผู้ป่วยปกปิดไทม์ไลน์ และไม่ยอมให้ข้อมูลที่แท้จริงแก่เจ้าหน้าที่สอบสวนโรค
รายงานระบุว่าเทคโนโลยีนี้จะสามารถติดตามผู้คนได้มากถึง 10 คนพร้อมกัน ภายในเวลา 5 ถึง 10 นาที ซึ่งโดยปกติแล้วเจ้าหน้าที่ต้องใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมงถึง 1 ชั่วโมงในการติดตามคนคนเดียว
อย่างไรก็ตามนักรณรงค์ด้านสิทธิมนุษยชนและนักการเมืองบางส่วนกังวลว่าเทคโนโลยีดังกล่าวจะละเมิดความเป็นส่วนตัวและข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชน โดยการใช้เงินภาษีของประชาชนมาติดตามความเคลื่อนไหวของพวกเขาโดยไม่ได้รับความยินยอมเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง
ขณะที่ทางการอธิบายว่าระบบจะเบลอหน้าบุคคลอื่นๆ ที่ไม่ใช่บุคคลเป้าหมาย และยืนยันว่าโครงการดังกล่าวไม่ได้ละเมิดกฎหมายด้านการควบคุมและป้องกันโรคติดต่อ และไม่มีความเสี่ยงที่ข้อมูลจะรั่วไหลหรือรุกล้ำความเป็นส่วนตัว
ด้านกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ กล่าวว่าโครงการดังกล่าวมีจุดประสงค์เพื่อแบ่งเบาภาระของเจ้าหน้าที่ แต่ขณะนี้ยังไม่มีแผนที่จะขยายโครงการไปสู่ระดับประเทศ
Photo by Jung Yeon-je / AFP