#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/likesara/623071

วันอาทิตย์ ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.
นับเป็นเวลา 7 ปีแล้วที่ เครือข่ายส่งเสริมสุขภาพในเครือข่ายมหาวิทยาลัยอาเซียน (Asean University Network-Health Promotion Network : AUN-HPN) ได้ก่อตั้งขึ้นมา จนปัจจุบันมีมหาวิทยาลัยสมาชิก 38 แห่ง ใน 10 ประเทศอาเซียน และญี่ปุ่น โดยมีพันธกิจในการส่งเสริมสุขภาวะให้ประชากรในภูมิภาคฯ มีสุขภาพดีแบบองค์รวม ทั้งกาย ใจ สติปัญญา และสังคม โดยเริ่มต้นที่จากภายในรั้วมหาวิทยาลัย
รศ.ดร.นพ.ภูดิท เตชาติวัฒน์ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาสุขภาพอาเซียน มหาวิทยาลัยมหิดล ในฐานะเลขาธิการเครือข่ายส่งเสริมสุขภาพในเครือข่ายมหาวิทยาลัยอาเซียน (AUN-HPN) กล่าวว่า ด้วยหลักการ “Whole University”เพื่อการสร้างเสริมสุขภาวะ ตลอดเวลาที่ผ่านมา AUN-HPN ได้มีความพยายามที่จะผลักดันแนวคิดเรื่องการส่งเสริมสุขภาวะให้ครอบคลุมทั้งในด้านสุขภาพ (Health) ความเป็นอยู่ที่ดี (Well-being) และความยั่งยืน (Sustainability) สู่การสร้างนโยบายจากในระดับประเทศสู่ระดับภูมิภาค
เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนอย่างเห็นผลเป็นรูปธรรม ผ่านเครื่องมือการชี้วัด “Healthy University Rating Systems : HURS” ซึ่งกำหนดถึงเกณฑ์ของการมีสุขภาวะที่ดี โดยเป้าหมายของการมีสุขภาวะที่ดีในระดับ 5 ดาว จะต้องมีคะแนนอยู่ในระหว่าง 800-899 คะแนน ใน 6 หมวด คือ บุหรี่ แอลกอฮอล์ สารเสพติดการพนัน ความรุนแรง ตลอดจนเรื่องความปลอดภัยบนท้องถนนในสถานศึกษา
“ในช่วงวิกฤตโควิด-19 ที่ผ่านมาพบว่า นักศึกษาและบุคลากรส่วนใหญ่ของมหาวิทยาลัยสมาชิก AUN-HPN มีปัญหาทางสุขภาพจิตที่เกิดจากความวิตกกังวลที่เป็นผลกระทบจากวิกฤตดังกล่าว นอกจากนี้ ยังพบปัญหาทางสุขภาพที่เกิดจากการรับประทานอาหารที่มีภาวะโภชนาการไม่เหมาะสม และขาดการออกกำลังกาย รวมทั้งปัญหาที่เกิดจากการใช้ชีวิตหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน โดยไม่ได้มีการยืดเหยียดจนเกิดอาการปวดตึงกล้ามเนื้อ และปัญหาสุขภาพตา” รศ.ดร.นพ.ภูดิท กล่าว
รศ.ดร.นพ.ภูดิท กล่าวต่อไปว่า ในประเทศไทย มหาวิทยาลัยมหิดล ได้เป็นแกนนำในการขับเคลื่อนกิจกรรมส่งเสริมสุขภาวะ ในฐานะผู้นำองค์ความรู้ และเป็นต้นแบบสำหรับมหาวิทยาลัยสมาชิก AUN-HPN โดยเป็นความมุ่งหวังมาตั้งแต่ก่อตั้งมหาวิทยาลัยในการที่จะผลิตบัณฑิตโดยไม่มุ่งแต่ความเป็นเลิศทางวิชาการแต่จะเสริมสร้างให้บัณฑิตมีความสมบูรณ์พร้อมทั้งร่างกายและจิตใจ
รศ.ดร.ศิรินันท์ กิตติสุขสถิต ที่ปรึกษาสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ในวันที่ 22 ธ.ค. 2564 เวลา 13.00-14.30 น. มหาวิทยาลัยมหิดล โดยความร่วมมือของ 6 ส่วนงานนำร่อง ได้แก่ กองทรัพยากรบุคคล สำนักงานอธิการบดี คณะเทคนิคการแพทย์คณะสัตวแพทยศาสตร์ สถาบันโภชนาการ สถาบันนวัตกรรมการเรียนรู้ และสถาบันวิจัยประชากรและสังคม
กำหนดจัดงาน “มหิดลสุขภาพดีวิถีใหม่ (Healthy Mahidol in New Normal) ณ มหิดลสิทธาคาร มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา ภายใต้หลักการของ “มหาวิทยาลัยแห่งความสุข” ซึ่งครอบคลุมในทุกมิติ อาทิ กาย ใจ สมอง จิตวิญญาณ การศึกษา การเงิน ครอบครัว การมีส่วนร่วมทางสังคม ฯลฯ ทั้งในรูปแบบ Onsite และ Online ซึ่งในแบบ Onsite จะมีการจำกัดจำนวนผู้เข้าร่วมกิจกรรม
ตลอดจนให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกคนใส่หน้ากากอนามัย และปฏิบัติตามมาตรการรักษาระยะห่างอย่างเคร่งครัด ส่วนแบบ Online จะได้มีการถ่ายทอดกิจกรรมผ่าน IPTV สู่ทุกวิทยาเขตของมหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งได้แก่ บางกอกน้อย พญาไท กาญจนบุรี นครสวรรค์ และอำนาจเจริญ เพื่อให้นักศึกษาและบุคลากรมหาวิทยาลัยมหิดลได้มีส่วนร่วมอย่างเต็มที่ ซึ่งสำหรับกิจกรรมในวันงานแบ่งออกเป็น 4 กิจกรรมหลัก คือ
1.“MU-Healthy Lifestyle” ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่จะมีการสำรวจสุขภาพกลุ่มนักศึกษา เพื่อค้นหา “ผู้นำมหิดลสุขภาพดีวิถีใหม่” และ “ผู้นำวิธีคิดที่จะส่งผลต่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ” 2.“Healthy Body” เพื่อการสร้างเสริมสุขภาพดีสู่วิถีปกติใหม่ ด้วยกิจกรรมที่สามารถเข้าร่วมผ่านแอปพลิเคชั่น “We Mahidol” 3.“สอนออนไลน์ให้สนุก” ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ทำหน้าที่เหมือนเป็นพี่เลี้ยงให้กับคณาจารย์เพื่อพัฒนาการสอนออนไลน์ให้ตอบโจทย์ความต้องการของนักศึกษา และให้ได้ผลการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ
โดยจะมีการมอบรางวัลสำหรับอาจารย์ที่สามารถสร้างสรรค์รูปแบบการสอนออนไลน์จนสามารถใช้เป็นต้นแบบเพื่อการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไปอีกด้วย และ 4.การรณรงค์ความปลอดภัย “Zero Tolerance Areas” ใน 6 หมวด คือ บุหรี่แอลกอฮอล์ สารเสพติด การพนัน ความรุนแรง ตลอดจนเรื่องความปลอดภัยบนท้องถนนในสถานศึกษา ตามเกณฑ์ HURS ของ AUN-HPN
ผศ.ดร.วิลาสินี สุวรรณจ่าง รองคณบดีฝ่ายพัฒนาสุขภาวะ งบประมาณและการคลัง คณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวถึงกิจกรรมในส่วนของ “Healthy Body” เพื่อการสร้างเสริมสุขภาพดีสู่วิถีปกติใหม่ว่า จะเปิดให้นักศึกษาและบุคลากรได้ร่วมทำกิจกรรมด้วยการ “นับระยะก้าว” ตลอดเดือน ม.ค. 2565 แล้วส่งผลผ่านแอปพลิเคชั่น “We Mahidol” โดยมีการให้รางวัลเป็นแรงจูงใจ นอกจากนี้จะจัดให้มีหลักสูตร MU Health Literacy Curriculum เพื่อเพิ่มพูนความรู้ความเข้าใจ และทักษะการสร้างเสริมสุขภาวะให้กับคนมหิดลต่อไปอีกด้วย
มหาวิทยาลัยมหิดล