#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/likesara/623477

วันจันทร์ ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 19.51 น.
“…ขอให้พวกเราปลุกความเพียรของเราขึ้นมา ด้วยการระลึกถึงเวลาของเราที่จะมีน้อยลงไปเรื่อยๆ วันเวลาของเราผ่านไปๆ เรากำลังเดินเข้าหาความแก่ หาความเจ็บ เข้าหาความตายกัน เรากำลังทำอะไรอยู่ กำลังสร้าง “มรรค” หรือกำลังสร้าง “ลาภยศสรรเสริญสุข” อยู่ ถ้าเราถามอย่างนี้บ่อยๆ เราจะได้รู้ทิศทางของเราว่าเรากำลังเดินไปในทิศทางใด ถ้าเราเดินไปในทิศทางที่สวนกับทางที่พระพุทธเจ้าทรงดำเนิน เราก็ควรที่จะยูเทิร์นเลี้ยวกลับ ถ้าเรายังเดินไปหาลาภยศสรรเสริญสุขอยู่ เราก็ควรที่จะยูเทิร์นเลี้ยวกลับมาหาการเจริญมรรค เลี้ยวกลับมาหาการทำทาน หาการรักษาศีล หาการภาวนา แล้วเราจะได้ไปถูกทาง แล้วเราจะได้ไปถึงจุดหมายปลายทางที่ดีที่แท้จริง ไม่ใช่เป็นความสุขปลอมอย่างทางของลาภยศสรรเสริญจะให้กับเรา เป็นความสุขปลอม เป็นความสุขที่เคลือบความทุกข์เอาไว้ เป็นความสุขชั่วคราว เดี๋ยวเดียว แล้วก็จะเกิดความทุกข์ตามมา
แต่ถ้าไปทาง “มรรค” จะมีแต่ความสุขถาวร แต่จะมีความทุกข์เคลือบไว้อยู่ เพราะเป็นการเดินขึ้นภูเขา การปีนป่ายขึ้นภูเขานี้มันต้องเป็นเรื่องทุกข์ยากลำบากอย่างแน่นอน แต่เมื่อถึงยอดเขาแล้วมันสบาย มันจะสบายไปตลอด ทางมรรคนี้เรียกว่าทุกข์ต้นแต่สุขปลาย ทางลาภยศสรรเสริญสุขนี้ เรียกว่าสุขต้นแต่ทุกข์ปลาย เราจะเอาอย่างไหนดี “เอาสุขต้นทุกข์ปลายดี” หรือว่า “เอาทุกข์ต้นแล้วสุขปลายดี” เราจะเอาแบบพระพุทธเจ้าดีหรือเอาแบบปุถุชนดี ปุถุชนตอนที่เขามีกำลังวังชาเขามีความสามารถ เขาก็หาความสุขต่างๆ ผ่านทางลาภยศสรรเสริญ ผ่านตาหูจมูกลิ้นกายได้ แต่พอเวลาที่ร่างกายเขาหมดสภาพ ไม่สามารถหาได้ เขาจะหาอะไร…เขาก็จะหาแต่ความทุกข์ใส่ใจของเขาเท่านั้น แต่ทางของพระพุทธเจ้านี้ถึงแม้ว่าร่างกายจะแก่จะเจ็บจะตาย ใจก็ยังเป็น ปรมัง สุขัง อยู่…”
พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต วัดญาณสังวรารามฯ จังหวัดชลบุรี วันที่ ๑๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๗ (เพจ พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต) – 003