#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
https://www.komchadluek.net/news/501742
18 ม.ค. 2565 |15:47 น.

กำลังใจล้นหลาม “สืบพงษ์ ปราบใหญ่” กลับเข้ารับตำแหน่งอธิการบดี หลังศาลปกครองสั่งคุ้มครองชั่วคราว ด้าน นายกองค์การนักศึกษาเรียกร้องกรรมการสภามหาวิทยาลัยรับผิดชอบ “ลาออก”ทุกคน
ภายหลังศาลปกครองกลาง อ่านคำพิพากษาให้ทุเลาคำสั่งกรณีสภามหาวิทยาลัยรามคำแหงมีมติถอดถอนนายสืบพงษ์ ปราบใหญ่ ออกจากอธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง เป็นการชั่วคราว ปรากฎว่า ล่าสุด เมื่อวันที่ 18 ม.ค.65 นายสืบพงษ์ ปราบใหญ่ ได้เดินทางเข้ารับตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหงอีกครั้ง ท่ามกลางเจ้าอาจารย์ เจ้าหน้าที่ และนักศึกษาประทาณ 200 คน ร่วมให้การต้อนรับ มอบดอกไม้ให้กำลังใจ
นายสืบพงษ์ ปราบใหญ่ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหงกลับเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ท่ามกลางการให้กำลังใจจาก บุคลากรของมหาวิทยาลัยรามคำแหง
ทั้งนี้ นายสืบพงษ์ กล่าวขอบคุณทุกคนที่มาให้กำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ และยืนยันว่าจะทำหน้าที่เพื่อรามคำแหง และพวกเราทุกคน
“ช่วงพักการทำหน้าที่ ก็มีเวลาไปทบทวน จึงยืนยันที่จะต่อสู้เพื่อความเป็นธรรมตามกฎหมาย และวันนี้ศาลปกครองได้คืนความเป็นธรรมมาแล้ว ก็ต้องขอขอบคุณศาลปกครองด้วย” นายสืบพงษ์ กล่าว
ส่วนเรื่องจะต่อสู้อย่างไรต่อไป นายสืบพงษ์ กล่าวว่า จะต่อสู้ตามขบวนการของกฎหมาย แต่รายละเอียดบางอย่างยังพูดไม่ได้ เพราะอยู่ในชั้นศาลแล้ว

ด้าน “นิว” สมศักดิ์ ปานเมือง นายกองค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหง จากพรรคตะวันใหม่ กล่าวให้กำลังใจอธิการบดี และขอบคุณที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เข้าหารือในการทำกิจกรรมนักศึกษา
“เรื่องราวที่เกิดขึ้นในรั้วรามคำแหงในนามขององค์การนักศึกษาอยากเรียกร้องไปยังกรรมการสภามหาวิทยาลัยทุกท่านให้ออกมาแสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออกทุกคน”
ระหว่างนั้นได้มีอดีตข้าราชการในมหาวิทยาลัยท่านหนึ่งขึ้นไปพูดถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นในรั้วรามคำแหงอย่างเผ็ดร้อน ซึ่งเป็นเรื่องราวที่ไม่เคยพบเห็นมาก่อนจากการอยู่ในรามคำแหงมาร่วม 30 ปี ก็หวังว่าอธิการบดีคนใหม่จะช่วยฟื้นฟูให้รามคำแหงกลับมาเหมือนเดิม
กล่าวสำหรับศึกการปลดอธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง ที่เริ่มดำเนินมาหลังจากผู้มากบารมีในรามคำแหงเริ่มไม่พอใจที่อธิการบดีไม่จัดการงานบางอย่างให้ตามที่ขอ เกมปลดอธิการบดีผ่านสภามหาวิทยาลัยจะเริ่มขึ้น และเป็นไปตามแผน แค่ 3 เดือนหลังอธิการบดีที่มาจากการเลือกตั้งเข้ารับตำแหน่ง สภามหาวิทยาลัยรามคำแหงก็มีมติให้พักการปฏิบัติหน้าที่ และตั้งรักษาการแทนเข้ามาทำหน้าที่ แต่ ดร.สืบพงษ์ก็ดิ้นสู้ตามกฎหมายด้วยการยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง มีสภามหาวิทยาลัย และอุปนายกสภาฯ เป็นจำเลยสองคน
ศาลปกครองกลาง มีคำสั่งวันนี้ (17 ม.ค.64) ในคดี ดร.สืบพงษ์ ปราบใหญ่ ผู้ฟ้องคดี กับสภามหาวิทยาลัยรามคำแหง ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ศ.สมบูรณ์ สุขสำราญ ในฐานะอุปนายกสภามหาวิทยาลัยรามคำแหง ผู้ถูกฟ้องคดี รวม 2 คน ในคดีพิพาทเกี่ยวกับการที่หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย กรณีมติสภามหาวิทยาลัยรามคำแหง วันที่ 24 ธ.ค.64 ถอดถอน ดร.สืบพงษ์ พ้นจากอธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง
ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐาน และข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องแล้ว มีคำสั่งทุเลาการบังคับคำสั่งทางปกครองของสภามหาวิทยาลัยรามคำแหง วันที่ 24 ธ.ค.64 รวมทั้งคำสั่งสภามหาวิทยาลัยที่ออกตามมา ที่ให้ถอดถอน ดร.สืบพงษ์ มีผลตั้งแต่วันที่ 25 ธ.ค.64 เป็นต้นไป ศาลให้ทุเลาการบังคับไว้ชั่วคราวจนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาหรือคำสั่งเป็นอย่างอื่น
สาระสำคัญที่เป็นเหตุผลของการออกคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ระบุตอนหนึ่งว่า การถอดถอนดร.สืบพงษ์ ออกจากตำแหน่งอธิการบดี เป็นคำสั่งทางปกครองที่มีผลกระทบต่อสิทธิของผู้ฟ้องคดี แต่ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าได้มีการสืบสวนสอบสวนถึงการกระทำความผิด และแจ้งให้ดร.สืบพงษ์ ได้มีโอกาสรับทราบข้อเท็จจริงอย่างเพียงพอเพื่อโต้แย้งแสดงพยานหลักฐานเพื่อแก้ข้อกล่าวหา
นอกจากนั้น ดร.สืบพงษ์ เพิ่งดำรงตำแหน่งอธิการบดี เมื่อวันที่ 12 ก.ย. 64 และถูกสภามหาวิทยาลัยฯ ลงมติถอดถอนออกจากตำแหน่ง หลังจากดำรงตำแหน่งได้เพียง 3 เดือน ถือว่าผู้ฟ้องคดีเพิ่งได้เริ่มปฏิบัติงาน และยังไม่ปรากฏข้อเท็จจริงที่ชัดแจ้งว่าการกระทำของผู้ฟ้องคดีเป็นการกระทำอันเป็นเหตุแห่งการถอดถอนหรือไม่ ในชั้นนี้จึงเห็นว่า มติของสภามหาวิทยาลัย รวมทั้งคำสั่งถอดถอนที่ออกตามมาน่าจะมีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยกฎหมาย
หากต่อไปศาลเพิกถอนมติสภามหาวิทยาลัยรามคำแหง และคำสั่งสภามหาวิทยาลัย ผู้ฟ้องคดีอาจไม่สามารถดำรงตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหงได้อีก อันเป็นความเสียหายอย่างร้ายแรง ยากแก่การเยียวยา อีกทั้งการทุเลาการบังคับตามมติสภามหาวิทยาลัยฯ ไม่เป็นอุปสรรคต่อการบริหารงาน เนื่องจากดร.สืบพงษ์ สามารถดำเนินการบริหารงานของมหาวิทยาลัยตามอำนาจหน้าท่ีได้ต่อไป และสภามหาวิทยาลัยก็มีอำนาจหน้าที่ควบคุมดำเนินการบริหารงานของดร.สืบพงษ์ ต่อไปได้
ส่วนการแต่งตั้งผู้รักษาการแทนอธิการบดี ก็ไม่มีอำนาจเต็มในการบริหารมหาวิทยาลัยเท่ากับผู้ดำรงตำแหน่งอธิการบดี