#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/likesara/631281

วันพุธ ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2565, 14.37 น.
ปัจจุบันความหลากหลายทางเพศ (LGBTQ) ได้มีบทบาทมากขึ้น และสามารถเปิดเผยตัวตนได้อย่างเสรีในสังคมไทย มหาวิทยาลัยเป็นเสมือนสถานที่ปลอดภัยอีกแห่งให้กับนักศึกษาทุกเพศทุกวัย ซึ่งจะส่งผลลัพธ์ด้านการเรียน สุขภาพร่างกายและจิตใจในเชิงบวก รวมถึงความนับถือตนเองของนักศึกษา ทำให้มีความสุขในการดำรงชีวิต เมื่อจบการศึกษาออกมาสามารถเป็นบัณฑิตที่ร่วมพัฒนาประเทศไทยได้อย่างมีศักยภาพต่อไป

“กฤษฎา วันเพ็ญ” หรือ “น้องกวาง” นักศึกษาสาขาธุรกิจระหว่างประเทศ ปี 2 คณะบริหารธุกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เล่าว่า “ส่วนตัวชอบมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยอยู่แล้วและชอบคณะบริหารธุรกิจ ถ้านึกถึงคณะบริหารธุรกิจทุกคนก็จะต้องนึกถึงมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยเป็นอันดับแรก ในฐานะตนเองเป็นกลุ่มความหลากหลายทางเพศ รับรู้ได้ว่ามหาวิทยาลัยหอการค้าไทยมีการเปิดรับอย่างเป็นรูปธรรม นักศึกษาสามารถแต่งกายให้ตรงตามเพศสภาพของตนเองได้โดยไม่มีการบังคับให้แต่งตัวตามคำนำหน้าในบัตรประชาชน ซึ่งเราก็คิดว่าตรงนี้ทำให้เรารู้สึกเป็นตัวของตัวเองมาก มีความสุขที่ได้มาเรียนมหาวิทยลัยทุกครั้ง ได้แต่งตัวในชุดนักศึกษาผู้หญิงโดยที่ไม่มีข้อกังวลใจใดใดให้ตัวเองรู้สึกไม่ดี การเข้ารับบริการต่างๆของมหาวิทยาลัยก็สามารถอำนวนความสะดวกได้เสมือนนักศึกษาปกติทั่วไป สามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขและไม่มีข้อเปรียบเทียบว่า LGBTQ ต้องแต่งตัวตามคำนำหน้า เรียนจบรับปริญญาก็สามารถแต่งกาย

ตามเพศสภาพเข้ารับปริญญาได้อย่างไร้ความวิตกกังวล ซึ่งมีอิสระมากกว่าตอนเรียนชั้นมัธยมศึกษาที่ต้องแต่งกายตามที่โรงเรียนกำหนด นอกจากความเป็นรูปธรรมที่สัมผัสได้จริง การเรียนการสอนยังเน้นกระบวนการความคิดเป็นหลัก เพราะทุกคนที่เลือกเรียนคณะนี้ส่วนใหญ่อยากที่จะเป็นผู้ประกอบการ คระบริหารธุรกิจจะมีการสอนให้ทำหลายๆ อย่างเกี่ยวกับศาสตร์การเป็นผู้ประกอบการและการบริหารธุรกิจ ซึ่งบางอย่างนักศึกษาอาจจะไม่ได้มีความรู้ นักศึกษาก็จะได้รู้จากการมาเรียนในคณะนี้และทุกอย่างก็สามารถใช้ได้จริงในชีวิตประจำวันได้จริง”

“รู้สึกดีใจและประทับใจที่คณะบริหารธุรกิจดูแลนักศึกษาที่มีความหลากหลายในมหาวิทยาลัยอย่างดี ทุกคนมีสิทธิเท่าเทียมกันในการปฎิบัติสิ่งที่ถูกต้อง เรื่องรูปลักษณ์ภายนอกไม่ได้บ่งบอกความสามารถของนักศึกษา ไม่อยากให้ตัดสินคนคนหนึ่งจากรูปลักษณ์ภายนอก อยากให้ทุกคนมองผู้อื่นที่ความสามารถมากกว่า การที่เราเป็นสาวประเภทสองอยากให้ยอมรับที่ความดีความสามารถในการทำงานมากกว่ารูปลักษณ์ ภายนอก อาจารย์หลายท่านมีความเมตตามาก เพราะท่านไม่ได้มองว่าเราเป็นเพศไหน แต่มองว่าเราเป็นนักศึกษาคนหนึ่ง ดูแลเหมือนกับนักศึกษาทั่วไป การใช้ชีวิตในสถานศึกษาทำให้มีความสุขมาก เพราะไม่มีใครมาคอยบูลลี่ในเพศสภาพของเรา” กฤษฎา กล่าวทิ้งท้าย. -008