#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/likesara/633192

วันศุกร์ ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 09.36 น.
แนวคิดสตรีนิยม หรือ เฟมินิสม์ (feminism) คือแนวคิดที่ว่าด้วยความเท่าเทียมทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมของเพศต่างๆ ซึ่งได้มีการเสนอข้อเรียกร้องและพัฒนาเรื่อยมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ส่วนผู้ที่สนับสนุนแนวคิดดังกล่าว เรียกกันว่า เฟมินิสต์ (feminist)
.jpg)
“ลลิตภัทร โปทาวี” หรือ “น้องแบม” นักศึกษาจบใหม่ หลักสูตรศิลปศาสตร์บัณฑิต สาขาวิชาศาสนศึกษา จากรั้ววิทยาลัยศาสนศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล แสดงความคิดเห็นว่า ในสังคมไทยเราต้องยอมรับก่อนว่า เราเติบโตและถูกปลูกฝังมาในสังคมปิตาธิปไตย (patriarchy) หรือ สังคมแบบ“อำนาจชายเป็นใหญ่” ซึ่งระบบความคิดนี้มันฝังรากลึกในสังคมไทยมาอย่างยาวนาน แต่ด้วยยุคสมัยที่เปลี่ยนไป ผู้คนเริ่มมีความคิดเปลี่ยน ทำให้กระแสแนวคิดสตรีนิยมหรือเฟมินิสต์ได้เริ่มเข้ามามีบทบาทและมีแรงกระเพื่อมในสังคมไทยมากขึ้น
.jpg)
“สำหรับแนวคิดสตรีนิยม หนูรู้สึกว่าเขาไม่ได้ต้องการเชิดชูให้ผู้หญิงเป็นใหญ่ แต่สิ่งที่ต้องการก็คือ ความเท่าเทียมกันของทุกเพศ ไม่มีใครอยู่เหนือใคร แต่การที่ผู้หญิงยังถูกกดขี่ด้วยสังคมนิยมอำนาจปิตาธิปไตยแล้ว ก็จะไม่มีใครมองว่าผู้หญิงก็สามารถดูแลตัวเองได้ สามารถเป็นผู้นำได้ สามารถทำงานหาเงินเลี้ยงครอบครัวได้ การที่กลุ่มเฟมินิสต์ออกมาเรียกร้อง เราไม่ต้องการให้ใครมองว่าเราอ่อนแอหรือเราต้องการคนดูแล แต่พวกเราต้องการจะสื่อว่า ไม่ว่าจะหญิงหรือชายก็ควรมีความเท่าเทียมกัน ไม่ควรมีใครด้อยค่าไปกว่าใคร” น้องแบม กล่าว
.jpg)
เรื่องความเท่าเทียมในสังคมไทยก็เหมือนกัน การที่เราเป็นสังคมปิตาธิปไตยนี่ก็มีส่วนมากๆ ที่ทำให้เพศหญิงถูกกดขี่ ไม่สามารถมีปากมีเสียงได้มากเทียบเท่าผู้ชาย แต่นี่ก็ทศวรรษที่ 21 แล้ว อะไรหลายๆ อย่างได้เปลี่ยนไป แม้กระทั่งกรอบความคิด เริ่มมีอิทธิพลความคิดที่ตื่นตัวขึ้นมากจากในสมัยก่อน การที่ผู้หญิงจะมีปากมีเสียงหรือมีบทบาทที่เทียบเท่าผู้ชายมันไม่น่าใช่เรื่องผิดอะไร ซึ่งอาจจะมีคนบอกว่า ไม่เท่าเทียมยังไง?
.jpg)
ยุคนี้ผู้หญิงก็ออกไปทำงานหาเงินได้เหมือนผู้ชาย ใช่ ยอมรับว่ายุคนี้ผู้หญิงออกไปทำงานหาเงินได้เหมือนผู้ชาย แต่เรื่องพวกนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อนมาก เพราะโดยส่วนใหญ่แล้วต่อให้ผู้หญิงออกไปทำงานหาเงินได้เหมือนผู้ชายแต่สุดท้ายก็จะโดนมองข้ามเรื่องความสามารถไปโฟกัสเรื่องอื่นแทน เช่น กรณีที่เรามีนักการเมืองหญิง เรากลับวิพากษ์วิจารณ์เขาเรื่องหน้าตามากกว่าโฟกัสเรื่องความสามารถและผลงาน
.jpg)
“สุดท้ายนี้หนูอยากให้ทุกคนเปิดใจ พูดคุยและแลกเปลี่ยนความคิดกัน และเคารพความเห็นซึ่งกันและกัน ต่อให้ในตอนนี้อาจจะยังไม่มีอะไรเปลี่ยนมาก แต่หนูก็หวังว่าในอนาคตอันใกล้ สังคมไทยของเราจะทำให้ความเท่าเทียมเป็นเรื่องปกติได้ ไม่มีใครกดขี่หรือเหยียดหยามใคร” น้องแบม กล่าวทิ้งท้าย. -008



