#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
https://www.posttoday.com/world/675218
วันที่ 09 ก.พ. 2565 เวลา 16:32 น.
คดีของผู้ที่ประกาศตัวเองว่า ‘จระเข้แห่งวอลล์สตรีท’ และถูกจับพร้อม Bitcoin ก้อนโต คือตัวอย่างล่าสุดและใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งของการขโมยทรัพย์ออนไลน์ แต่ก็สะท้อนถึงการเปิดกว้างของข้อมูลในบล็อกเชนที่นำไปสู่การจับกุมได้ในที่สุด
เฮเธอร์ มอร์แกน (Heather Morgan) เป็นอินฟลูเอนเซอร์ “สายธุรกิจ” ทเธอร้องเพลงแร็พเกี่ยวกับบริษัทยักษ์ใหญ่ เธอยังทำอะไรแปลกๆ อย่างออกกระเป๋าถือที่ได้รับแรงบันดาลใจจากซอสมะเขือเทศที่ไหลเยิ้ม เป็นนักเขียนให้กับ Forbes และ Inc. เว็บไซต์ธุรกิจที่มีชื่อเสียง เธอเป็นคนที่มีชื่อเสียงในแบบของตัวเอง และเรียกตัวเองว่า ‘Crocodile of Wall Street’ หรือ ‘จระเข้แห่งวอลสตรีท’
นอกจากนี้ เธอยังถูกกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ กล่าวหาว่าช่วยฟอกเงินในการลักขโมยครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ของ Bitcoin
คำฟ้องต่อมอร์แกนและสามีของเธอ คือ อีเลีย หรือ ดัตช์ ลิคเทนสไตน์ (Ilya “Dutch” Lichtenstein) โดยกระทรวงยุติธรรมสหรัฐ ระบุข้อกล่าวหาต่อเธอและเขาว่าทำการถอนเงินจาก Bitcoin ที่ถูกขโมยไปจำนวน 4,500 ล้านดอลลาร์ รอยเตอร์สชี้ว่านี่เป็นคดีที่ตอกย้ำการรที่รัฐบาลสหรัฐดำเนินการปราบปรามอาชญากรรมจากคริปโตเคอร์เรนซี่
ทั้งคู่เสี่ยงที่จะเจอกับโทษจำคุกถึง 20 ปีหากพบว่ากระทำความผิดจริง
มอร์แกนและสามีถูกกล่าวหาว่าพยายามฟอกเงินจำนวน 119,754 Bitcoin ซึ่งมีมูลค่า 65 ล้านดอลลาร์ ซึ่งถูกขโมยไประหว่างการแฮ็ก Bitfinex แพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนสกุลเงินเสมือนในปี 2016 ซึ่งมีเงินถูกฉกไปทั้งสิ้น 4,500 ล้านดอลลาร์อย่างที่รายงานไปข้างต้น
มูลค่าของ Bitcoin เหล่านั้นพุ่งสูงขึ้นอย่างมากตั้งแต่ถูกแฮกในปี 2016 ซึ่งมีมูลค่า 71 ล้านดอลลาร์ และตอนนี้มูลค่าของมันเป็นพันล้านแล้ว
“การจับกุมในวันนี้ และเป็นการจับกุมทางการเงินครั้งใหญ่ที่สุดของกระทรวงการคลัง แสดงให้เห็นว่าสกุลเงินดิจิทัลไม่ใช่ที่หลบภัยสำหรับอาชญากร” ลิซา โมนาโก รองอัยการสูงสุดสหรัฐกล่าวในแถลงการณ์
อัยการกล่าวว่าสกุลเงินดิจิทัลที่ถูกขโมยบางส่วนถูกส่งไปยังกระเป๋าเงินดิจิทัลที่ควบคุมโดย สามีของมอร์แกน ซึ่งเขาอธิบายตัวเองบนโซเชียลมีเดียว่าเป็น “ผู้ประกอบการด้านเทคโนโลยี นักเข้ารหัส และนักลงทุน”
ประมาณ 25,000 Bitcoin ที่ถูกขโมยถูกโอนออกจากกระเป๋าเงินในอีก 5 ปีต่อมา “ผ่านเครือข่ายอันซับซ้อนของธุรกรรมสกุลเงินดิจิทัล” และเงินบางส่วนถูกฝากเข้าบัญชีที่ทั้งคู่เปิดทางออนไลน์ รวมถึงโดยใช้ข้อมูลประจำตัวเท็จ
ทั้งคู่ใช้วิธีการผสมผสารทั้ง “วิธีการแบบเดิม” และ “ธุรกรรมที่ซับซ้อนมาก” ในการงุบงิบ Bitcoin แล้วเงินดังกล่าวถูกใช้เพื่อซื้อสินค้าต่างๆ เช่น ทองหรือ NFT ดิจิทัล ตามรายงานของเจ้าหน้าที่สหรัฐ
บิทคอยน์ที่เหลือซึ่งปัจจุบันมีมูลค่า 3,600 ล้านดอลลาร์ถูกกู้คืนโดยผู้ตรวจสอบของสหรัฐเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยได้ดำเนินการตามหมายค้นเพื่อค้นหาบัญชีออนไลน์ของทั้งคู่ และสามารถกู้คืนกุญแจความปลอดภัยที่อนุญาตให้เข้าถึงกระเป๋าเงินดิจิทัลได้
Bitfinex ได้เสนอรางวัลมูลค่าหลายล้านดอลลาร์สำหรับข้อมูลที่นำไปสู่การกู้คืนกองทุนที่ถูกขโมยไป แต่กระทรวงยุติธรรมปฏิเสธที่จะบอกรางวัลนำจับมีส่วนในการนำไปสู่การจับกุม ‘จระเข้แห่งวอลสตรีท’ หรือไม่
ผู้ช่วยอัยการสูงสุด เคนเนธ โพไลต์ จูเนีย์ กล่าวว่าคดีนี้ “แสดงให้เห็นอีกครั้งว่าเราสามารถติดตามเงินผ่านบล็อคเชนได้ และเราจะไม่อนุญาตให้สกุลเงินดิจิทัลเป็น… พื้นที่แห่งความไร้ระเบียบภายในระบบการเงินของเรา”
คดีนี้ถูกมองว่าคริปโตเป็นตัวช่วยในการฟอกเงิน The Verge รายงานว่า รัฐบาลอ้างว่าการฟอกเงินของมอร์แกนและสามี มีทั้งการแลกคริปโตกับบัตรของขวัญอื่นๆ ของห้าง Walmart, บริษัท Uber, Hotels.com และ PlayStationทั้งคู่โกหกระหว่างกทำการแลกเปลี่ยนเพื่อฟอกเงินถึงวิธีการที่พวกเขาได้รับ Bitcoin มาและโกหกว่าพวกเขากำลังทำอะไรกับมัน
“ในความพยายามที่ไร้ผลในการรักษาความเป็นบุคคลนิรนามทางดิจิทัล จำเลยได้ฟอกเงินที่ถูกขโมยผ่านเขาวงกตของการทำธุรกรรมสกุลเงินดิจิทัล ต้องขอบคุณการทำงานอย่างพิถีพิถันของผู้บังคับใช้กฎหมาย ทางหน่วยงานได้แสดงให้เห็นอีกครั้งว่าสามารถและจะติดตามเงินได้อย่างไร ไม่ว่ามันจะอยู่ในรูปแบบใดก็ตาม” ลิซา โมนาโก รองอัยการสูงสุดสหรัฐกล่าวในแถลงการณ์
ทางด้าน เอรี เรดบอร์ด อดีตอัยการรัฐบาลกลาง ซึ่งปัจจุบันเป็นหัวหน้าฝ่ายกฎหมายและรัฐบาลที่ TRM Labs บริษัทข่าวกรองบล็อคเชนกล่าวกับ Bloomberg ว่าคดีนี้และการจับกุมในวันนี้ไม่ธรรมดา “นี่เป็นข้อพิสูจน์เพิ่มเติมว่าธรรมชาติของบล็อคเชน – บัญชีแยกประเภทที่เปิดเสรีตลอดกาล – ช่วยให้ผู้ตรวจสอบติดตามเงินในแบบที่เป็นไปไม่ได้ในเครือข่ายที่ถูกปกปิดและซับซ้อนของบริษัทต่างๆ และท่ามกลางกองเงินจำนวนมากมายที่ถูกลักลอบ”
Photo – Razzlekhan / @razzlekhanrap / Facebook