#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/likesara/635504

วันอังคาร ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 06.00 น.
nn….หัวหน้าพรรคการเมือง ที่มีความยุติธรรม และไม่อำมหิต ก็ “จุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์” นี่ล่ะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ที่ขนาด เจอสมาชิกพรรคลองของเล่นงานมาไม่รู้กี่เรื่อง ก็ยังอดทน อดกลั้น ขยันทำงาน จนกระแสพรรคดีวันดีคืนถึงขั้นชนะเลือกตั้งซ่อมตั้ง 2 เขต…นี่ก็ไม่ธรรมดานะ..นี่ถ้าไม่ติด ความเป็นคนมีมารยาท ส่งเขตหลักสี่ อีกหนึ่ง ก็คงได้ไปแล้ว 3 เขตเลือกตั้งซ่อม…งานนี้ต้องปรบมือรัวๆ ให้ “จุรินทร์-เฉลิมชัย” และกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ของพรรคที่มีวิสัยทัศน์ เป็นเลิศ แสดงแสนยานุภาพ ให้เห็นตั้งแต่ไก่โห่ก็ไม่ต้องสงสัยว่า องคาพยพเลือกตั้งครั้งใหญ่ หัวหน้า-เลขาฯพรรคชุดนี้ จะทุ่มเทกันขนาดไหน ทั้งผลงานที่เข้าตา เป็นอันดับหนึ่งของ ครม.ชุดนี้
กับ ทักษะการเป็น “แม่บ้านพรรค” อย่าง“เฉลิมชัย ศรีอ่อน” ใครๆ ก็รู้ว่าไม่ธรรมดา…เลือกตั้งครั้งหน้ามวลมหาสมาชิกทั้งหลายทั้งออกไปแล้ว ทั้งยังอยู่ ทั้งคนแก่และทั้งคนหนุ่มสาวทั้งคนที่ใส่ใจและคนไม่มีใจทั้งคนที่มีเสบียงและคนไม่มีอะไรเลย ทั้งคนที่เคยช่วยพรรคสนับสนุนพรรค กับคนที่ไม่เคยช่วยอะไรและทั้งที่คนที่มีความสามารถ กับคนที่มองคนอื่นแสดงศักยภาพและความสามารถ..“มันก็เป็นเช่นนี้แล”..นี่ยังไม่นับพวกคนแก่ที่เกษียณไปยังจะอาศัยบารมีตนคนเป็นพ่อแม่ญาติพี่น้องของคนรุ่นต่อไปมาอาศัยเส้นสายล็อบบี้ปาดแข้งปาดขาตัดหน้าคนอื่น เพื่อลงสมัครอีก“ทั้งที่ตอนพรรคตกต่ำ ต้องการสรรพกำลัง ก็ไม่เคยเห็นหัว มันก็เป็นเช่นนี้แลพรรคถึงตกต่ำเมื่อครั้งเลือกตั้งที่ผ่านมาเหลือ สส. 50 คน ถ้าไม่ถอดบทเรียน“จุรินทร์-เฉลิมชัย” ก็ไม่ควรมาเป็นหัวหน้า-เลขาฯพรรค..แต่เชื่อไอ้เรืองเถอะว่าอย่าดูเบา ผู้บริหารยุค “อุดมการณ์ทันสมัย” อย่าง “อู๊ดด้าและเสี่ยต่อ” ของประชาธิปัตย์ก็ภารกิจในรัฐบาล พลเอกประยุทธ์ สาหัสขนาดไหนยังเอากระทรวงรอดติดโผเป็นโพลล์อันดับหนึ่ง “ผลงานดีเข้าตาประชาชนกันมาได้”..เรื่องอื่นก็เรื่องขี้ผงแล้ว..ถ้าใครไม่รู้ก็ต้องรู้ว่าในยุคสมัยคนที่เอา “บิ๊ก 3 ป.” อยู่ ก็ 2 บิ๊กจากปชป.นี่ล่ะ….
nn…มีเรื่องเดียวที่สมาชิกพรรคทั้งประเทศก็ขัดใจก็คือทั้ง “จุรินทร์กับเฉลิมชัย” นั้น ติดใจอ่อนไปนิดหนึ่งไม่แข็งกร้าว ห้าวเป้ง ไล่ใครออกจากพรรค ทั้งที่ใครหลายคนนั้น พฤติกรรมสุดจะเยียวยา สมาชิกบางประเภท ก็มั่นใจในตัวเอง ไม่คิด จะมีใครเก่งไปกว่าตนก็คนในพรรคนี้ล่ะ…หนักกว่านั้นคือทั้งมีคดีทั้งแหกมติพรรคก็ยังนั่งอยู่อีกตั้งหลายคน…สาหัสกว่านั้นคือ บางคนเป็นที่ปรึกษาพรรคการเมืองอื่นแบบซุ่มเขียนงานให้พรรคอื่นแต่ดันนั่งกินกาแฟฟรีทำงานที่ประชาธิปัตย์มาไม่รู้กี่ปีแบบนี้ก็มีด้วย คือตื่นมาไม่รู้จะไปไหนก็เข้าไปพรรค แต่พอออกไปก็อุตส่าห์ด่าพรรคส่งท้ายอีก..“ไม่เคยตั้งคำถามว่าตนจะให้อะไรกับพรรคแต่มักจะมีข้อสงสัยเสมอว่าพรรคจะให้อะไรกับตน”..อยู่มาจนแก่เฒ่า ไม่มีอาชีพอื่นไม่รู้จักที่ไปที่ไหนก็มั่นใจแค่ว่าตัวเองสร้างประโยชน์มากๆ โดยที่ไม่หลีกเลี่ยงเวทีนี้ให้กับคนรุ่นใหม่บ้าง“นั่งกอดความแก่กับหวงประสบการณ์ หน้าชื่นตาบานเล่าความหลังให้เด็กมันฟังอยู่ร่ำไป”…ลืมไปแล้วกระมังว่าโลกยุคนี้มันยุค “ดิจิทัลเสมือนจริง”..ประสบการณ์บางอย่างมันไม่ใช่เวลาเสียแล้ว ทำพรรคแพ้เลือกตั้งจนเหลือแค่ 50 คนยังไม่รู้จักสำนึกรับผิดชอบกันอีกก็ไม่รู้จะติงเตือนอย่างไรกันแล้ว…
nn ส่วนเรื่องของบางคนที่ว่าลาออกไป ก็ทราบมาว่าเพราะหลังแพ้เลือกตั้ง ตอนนั้นก็ทดท้อห่อเหี่ยวเลยแจ้งพรรคว่าจะไม่ขอลงสมัครแล้ว..อ้าว! ทีนี้พรรคเขาก็ต้องหาผู้สมัครคนใหม่ แล้วคนใหม่ก็ต้องทำพื้นที่น่ะสิจะรออะไร จะรอให้พี่แกเปลี่ยนใจตอนกระแสพรรคกลับมาดีอย่างนี้รึ..งง! แล้วเวลานั้น จะรู้ได้อย่างไรว่า “จุรินทร์จะทำกระแสพรรคประชาธิปัตย์ ดีวันดีคืนมาขนาดนี้”..ก็เสียดายน่ะสิครับแต่จะทำอย่างไรได้…ในโลกนี้ดวงตะวันต้องหมุนรอบตัวท่านไหม แล้วคนอื่นก็ไม่ต่างกัน บางคนเป็นมาทุกอย่างหมดแล้วทั้งสส.ทั้งรมต.ทั้งผู้บริหารพรรค เพราะอำนาจไม่ได้อยู่ในมือ อำนาจเปลี่ยนถ่ายไปสู่มือคนอื่น ก็ทำเป็นน้อยใจตั้งคำถามว่า พรรคไม่ใส่ใจ “ไปดีกว่ากู” อ้าวเพ่! ตอนที่ได้ทุกอย่าง ทำไมไม่พูดแบบนี้ล่ะครับ..นี่ถ้าเป็น กก.บห.พรรคจะไม่ทนนั่งชี้แจงแถลงไขใดๆ เลยแต่ยุทธศาสตร์พรรคมีอย่างไรก็จะเดินหน้าไปอย่างนั้น คนที่ด่าๆ พรรคกระแทกแดกดันสุมหัวกันกับสื่อสายไถ
นั่งรวมใจกันปั่นๆ คอนเทนท์ มันไม่เห็นจะสนจะแคร์อะไรที่เกี่ยวกับยุทธศาสตร์พรรคเลย ก็แล้วแต่เพราะถ้าแพ้เลือกตั้ง“จุรินทร์-เฉลิมชัย”ก็ต้องรับผิดชอบด้วยการลาออกอยู่แล้ว ก็เหมือน“ยุคอภิสิทธิ์” นั่นแล เมื่อพาแพ้หมดกระดานก็ต้องมีคนรับผิดชอบ!! แต่ก่อนจะแพ้หรือชนะก็ต้องให้ผู้บริหารชุดนี้โชว์ฝีมือในสนามเลือกตั้งครั้งหน้านี้เสียก่อนครับแต่ถ้าดูจากการเลือกตั้งซ่อมที่ผ่านมาแล้วผู้บริหารชุดนี้ ไม่ธรรมดานะครับ…nn