#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/likesara/636301

วันพฤหัสบดี ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 20.03 น.
17 กุมภาพันธ์ 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า จากกรณีคุณยายวัย 78 จุดเทียนไหว้พระวันมาฆบูชา ลืมดับจนเทียนล้มลุกลามไหม้ห้องพระ บนชั้นสองของบ้านเลขที่ 108 ม.5 บ.โนนหอม ต.อ้อมกอ อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี ที่ทำด้วยไม้ เมื่อยายรู้ว่าไฟไหม้บ้าน รีบขึ้นไปดูเสื่อที่ทอด้วยมือเก็บไว้ในตู้ จำนวน 80 ผืน ถูกไฟกำลังลุกไหม้ ลูกหลานต้องอุ้มลงมาปฐมยาบาล เพราะยายเสียใจและเสียดายเสื่อที่ตนเองทอมากับมือ ทำให้สำลักควันไฟจนเป็นลม

เมื่อได้สติยายก็ยังรำพึงรำพันเสียดายเสื่อที่ทอจากต้นกก และเป็นงานฝีมือในการทอและขิดชื่อลูกหลานลงในผืนสื่อ หลังจากตั้งใจทอมาหลายสิบปีเพื่อเป็นมรดกไว้ในลูกหลานและถวายวัดเมื่อมีโอกาส เหตุเกิดช่วงค่ำวันที่16 กุมภาพันธ์ 2565 ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ต่อมาเมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2565 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังบ้านเลขที่ 108 ม.5 ต.อ้อมกอ อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี ผู้นำชุมชนและชาวบ้านได้ช่วยกันกางเต้นท์รับบริจาคเงิน สิ่งของ และไว้เป็นที่พักชั่วคราวให้ครอบครัว คุณยายแดง กองศรีนนท์ อายุ 78 ปี โดยก่อนหน้านี้มีชาวบ้านในหมู่บ้านเดียวกันและหมู่บ้านใกล้เคียง รวมทั้งคณะครูในตัวเมือง อ.บ้านดุง ที่ทราบข่าว เดินทางมาบริจาคให้คุณยาย เช่น เงินสด 22,000 บาท หมอน ผ้าห่ม เครื่องอุปโภคบริโภคต่างๆ จำนวนมาก และเสื่อที่คุณยายชอบมากกว่า 100 ผืนเพื่อมอบไว้เป็นกำลังใจให้คุณยาย ส่วนหน่วยงานราชการจะมามอบสมทบและช่วยเหลืออีกครั้ง เบื้องต้นมูลค่าความเสียหาย ประมาณ 5 แสนบาท แต่เสื่อที่ถูกไฟไหม้วอดทั้งหมดประเมินค่าไม่ได้ เพราะมันมีคุณค่าทางจิตใจของคุณยายแดง

ขณะที่ นายปรินทพล กองศรีนนท์ อายุ 44 ปี ลุกชายคนเล็กของคุณยายแดง นำผู้สื่อข่าวตรวจสอบบ้านและเปิดเผยว่า บ้านถูกเพลิงไหม้วอดไป 80 เปอร์เซ็นต์ พบซากเสื่อที่ถูกไฟไหม้กองอยู่บนพื้นภายในตัวบ้านจำนวนมาก ไม่เหลือลวดลายที่คุณยายแดง ขิดชื่อลูกหลานไว้บนเสื่อ แต่มี 1 ผืน ที่ค้างอยู่บนขื่อบางส่วน ความกว้างราว 80 ซม. ที่ยังเหลือตัวอักษรสีแดงคำว่า “ปอ”ที่คุณยายแดงขิดเป็นชื่อหลานไว้บนเสื่อ เหมือนการขิดลวดลายลงในผ้าไหม

ส่วนตู้เซฟของลูกสาวที่ถูกไฟไหม้ไม่ได้เก็บทรัพย์สินไว้ และเมื่อช่วงหน้าแล้งปี 2553 หรือเกือบ 12 ปีที่ผ่านมา บ้านหลังนี้เคยไฟไหม้มาแล้ว 1 ครั้ง สาเหตุจากไฟฟ้าลักวงจร แต่ไหม้เป็นบางส่วน ไม่เหมือนกับครั้งนี้ ญาติพี่น้องจึงช่วยกันสร้างขึ้นมาใหม่ ก็มาถูกไฟไหม้อีกครั้ง

คุณยายแดง เล่าว่า สาเหตุจากความหลงลืมของตนที่จุดธูปเทียนไหว้พระและสามีทีเสียชีวิตไปเกือบ 20 ปีที่ผ่าน ในวันมาฆบูชาหรือวันพระใหญ่ ในห้องพระบนชั้นสองของบ้านที่ทำด้วยไม้ประดู่ ก่อนตนเองจะเดินลงมา แล้วลืมดับเทียน 1 เล่ม แล้วเทียนเกิดล้มก่อนลุกไหม้หิ้งพระ ลุกลามมาไหม้ตู้เก็บเสื่อที่ตนเองถักมา 30 ปี จำนวน 4 ตู้ รวม 80 ผืน เป็นเสื่อพับที่ทำมาจากต้นกก ขิดลวดลายสวยงามและขิดชื่อลูกหลานไว้เป็นมรดก หากมีชื่อของใครก็รับไป

หลังจากตนเองสิ้นลมจากโลกนี้ไป เนื่องจากมรดกส่วนอื่นเช่นที่นาที่ดินที่ไร่ ตนได้มอบให้ลูกๆไปจนครบแล้วทั้งหมด 5 คน เป็นชาย 4 หญิง วันนี้รู้สึกดีใจมากที่มีคนมามอบสิ่งของและเงินช่วยครอบครัว และผูกแขนเรียกขวัญเพราะเกือบสำลักควันไฟตายในกองเพลิง หากลุกหลานไม่ช่วยกันอุ้มตนลงมาจากบ้าน และขอขอบคุณชาวบ้านที่มามอบเสื่อมากว่า 100 ผืน เพราะรู้ว่าตนชอบ แต่ก็ยังเสียใจเสียดายเสื่อที่ตนทอมากับมือ และขิดลวดลายพร้อมกับชื่อลูกหลานทั้งหมดไว้

ขณะเกิดเหตุตนไม่คิดชีวิตวิ่งขึ้นไปดูเสื่อที่กำลังถูกเพลิงไหม้ ถึง 2 ครั้ง พร้อมกับร้องบอกลูกหลานให้นำน้ำมาดับ แต่ก็ไม่มีใครนำน้ำมาดับให้ ก่อนที่ตนเองจะสำลักควันไฟจนเป็นลมอยู่บนบ้าน และมีลูกหลานจะช่วยกันอุ้มตนลงมาจากบ้านอย่างปลอดภัย และได้แต่นั่งมองไฟที่กำลังลุกไหม้บ้านตนเองวอดทั้งหลังต่อหน้าต่อตา และคงไม่ได้ทอเสื่ออีกแล้ว เนื่องจากอายุมากแล้วและมือสั่น เพราะการทอเสื่อขิดลวดลายและตัวอักษรลงในผืนเสื่อ ต้องใช้ความพยายาม ความอดทน และฝีมือไปพร้อมกันกว่าจะมาได้สักผืน นี่คือเหตุผลที่ต้องขึ้นไปชั้น 2 ของบ้านเพื่อขนเสื่อทอมือที่สลักชื่อลูกหลานไว้ แต่ตอนนี้รอดชีวิตมาได้ลูกๆหลานๆก็ดีใจแล้ว. 012





